บทที่ 6 ตอน6
ชัชรัณกำหมัดแน่น ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ ยัยตัวแสบสักวันต้องเจอดีแน่
ชัชรัณเป็นทายาทคนโตของตระกูลอัครโชติรักษ์ ที่ร่ำรวยติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ ครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่มชูกำลังและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เขาเป็นพี่ชายคนโตอายุ 22ปี เรียนอยู่คณะวิศวะช่างกล ส่วนน้องสาวสุดที่รักกำลังศึกษาอยู่ปี 2 คณะนิเทศศาสตร์ เพราะเธอชื่นชอบในการแสดง แตกต่างจากพ่อและพี่ชายอย่างสุดขั้ว
ชัชรัณเติบโตมากับครอบครัว ที่ทำธุรกิจส่วนตัวมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก คลุกคลีอยู่กับพ่อที่เก่งด้านบริหารและขับเคลื่อนธุรกิจจนเติบโตมากับมือ จนมีชื่อเสียง เงินทองมากมาย ทำให้ชัชรัณได้เลือดพ่อมาเต็ม ๆ เขากล้าลงทุนเปิดไนต์คลับหรูในวัยที่น้อยสุด ตอนอายุ 19ปี เขาสร้างมันมากับมือจนเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มีผลกำไรต่อเดือนอย่างมหาศาล
ชัชรัณยังมีความชอบและโปรดปรานรถหรูอีกด้วย จึงทำให้เขามีรถหรูครอบครองอยู่หลายคัน จนกระทั่งลงทุนเปิดโชว์รูมรถหรูขึ้นมา จุดการเป็นผู้บริหารที่เก่งกาจ และโดดเด่นของเขา ทำให้เป็นที่หมายตาของสาว ๆ มากมาย และเขาเองยังครองสถานะโสด จึงไม่แปลกที่จะเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ พอ ๆ กับเปลี่ยนถุงเท้า
ขณะที่ร่างสูงกำลังยืนอัดบุหรี่เข้าปอด สายตาคมกริบเหลือบไปเห็น ร่างนักศึกษาสาวคนหนึ่งกำลังก้าวฉับ ๆ ไปทางห้องน้ำหญิงหลังตึกคณะบริหารธุรกิจ เขารู้สึกคุ้น ๆ จึงโยนก้นบุหรี่ลงพื้น แล้วยกปลายรองเท้าขยี้มันจนดับ ก่อนจะก้าวเท้ายาว ๆ ตามร่างนั้นไป
ลูกหว้าก้าวเข้ามาในห้องน้ำ ด้วยใบหน้าซีดเผือด เมื่อรู้สึกปวดท้องมาก จนต้องขอเพื่อนเดินมาเข้าห้องน้ำตามลำพัง ร่างเล็กรีบเข้าห้องน้ำปิดประตูแน่นหนา
“อื้อ ท้องเสียได้ไงเนี่ย! สงสัยไม่เคยกินของแพง” ลูกหว้าบ่นงึมงำ นึกถึงอาหารราคาแพงที่พี่แนตตี้พาไปเลี้ยงมา ก่อนจะรั้งชายกระโปรงขึ้นดึงชั้นในลง นั่งบนชักโครกเริ่มปลดทุกข์ ด้วยใบหน้าที่เหยเกและซีดเผือด เหงื่อซึมตามไรผม เธอรู้สึกปวดท้องมาก พอได้ปลดทุกข์ทำให้รู้สึกดีขึ้น มือเรียวยกขึ้นซับเหงื่อข้างขมับ ก่อนจะจัดการทำความสะอาดจนเรียบร้อย ร่างเล็กเปิดประตูก้าวออกจากห้องน้ำด้วยใบหน้าอิดโรย มายืนหน้าเคาน์เตอร์จัดการล้างมือ ก่อนจะสำรวจใบหน้าของตัวเอง ผ่านเงาสะท้อนจากกระจกเงาบานใหญ่
“อื้อ ถ้าไม่หาย ต้องไปขอยา ห้องพยาบาลกินแล้วล่ะ” ลูกหว้าครางงึมงำ ก่อนจะก้าวขาออกจากบริเวณห้องน้ำ ทว่า จู่ ๆ ก็มีฝ่ามือหนาเข้ามาตะปบปากเธอไว้ ลูกหว้าสะดุ้งสุดตัว รีบดิ้นหนียกมือแกะมือหนาออก ทว่ามือที่ตะปบกลับแน่นแข็งราวกับคีบเหล็ก เมื่อมองเห็นเสื้อช็อปสีแดงเข้มทำให้เธอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตะกี้ทันที ลูกหว้าเงยหน้าขึ้นก็สบตาคู่คมกริบคู่นั้น
“อื้อ อ่อย…” [อื้อ ปล่อย] ชัชรัณยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะก้มหาซอกคอขาวหอม ๆ แล้วกระซิบเสียงแผ่ว
“ฉันจะเอามือออก ห้ามส่งเสียงดังเด็ดขาด” เขากระตุกยิ้มหยันใส่หน้าเธอ ทำให้ลูกหว้ายอมพยักหน้ารับหงึกหงัก
“ดีมาก” ชัชรัณค่อย ๆ ดึงฝ่ามือออกจากปากสวยจิ้มลิ้ม เมื่อปากได้รับอิสระ ลูกหว้าก็ตวาดใส่ทันที
“นายต้องการอะไรอีก ที่นี่ห้องน้ำผู้หญิงนะ”
“ก็รู้ว่าเป็นห้องน้ำผู้หญิงไง ฉันถึงได้เข้ามา” เขาพูดจากำกวนชวนให้คิดลึก
“ไอ้ลามก นายคิดจะทำอะไร” ลูกหว้าเบิกตากว้าง เมื่อชัชรัณยกแขนทั้งสองข้างยันกำแพงห้องน้ำไว้ กักขังเธอให้อยู่ในอ้อมแขนแข็งแกร่งของเขา
“ปากดีจัง อยากรู้ว่าจะ ‘หวาน’ ด้วยหรือเปล่า” ใบหน้าหล่อเหลาค่อย ๆ ลดระดับต่ำลง ทำให้ลูกหว้ารีบเบือนหน้าหนี ยกมือทั้งสองข้างดันหน้าเขาไว้
“อื้อ ถอยไปนะ”
“ขอพิสูจน์หน่อย” เสียงห้าวเอ่ย ก่อนจะก้มสูดดมที่ซอกคอหอม ทำให้ลูกหว้าหมดความอดทน รีบยกมือฟาดที่ใบหน้าหล่อเหลาอย่างจัง
เพียะ!
“ไอ้…อื้อ~ฮึบ” ลูกหว้ายังเอ่ยไม่จบประโยค ริมฝีปากร้อน ๆ ของชัชรัณก็ก้มลงปิดเรียวปากเธอไว้จนแนบสนิท เขาบดจูบปากเธออย่างเร่าร้อน บดขยี้กลีบปากนุ่มทั้งบนและล่างสลับกันไปมา จนลูกหว้าขวัญกระเจิง มือเรียวกำชายเสื้อช็อปเขาไว้แน่น เมื่อชัชรัณค่อย ๆ สอดเรียวลิ้นร้อนเข้าไปในโพร่งปากนุ่ม แล้วตวัดรัดลิ้นอ่อนนุ่มมาดูดดุนแรง ๆ จนลิ้นเธอไปโดนคมฟันจนลูกหว้าเจ็บจี๊ด ทำให้เธอได้สติ รีบรวบรวมกำลังยกมือดันหน้าเขาเต็มแรง ทว่าเขากลับไม่ยอมปล่อย เธอจึงตัดสินใจในวินาทีสุดท้าย ด้วยการยกเข่าขึ้นกระทุ้งเข้าที่จุดกลางกายของเขาจนเต็มแรง
ปึก!
“อ๊ากก…”
ชัชรัณรีบถอนจูบออกมาอย่างรวดเร็ว เมื่อกล่องดวงใจ ทั้งเจ็บจุกจนพูดไม่ออก ร่างกำยำทรุดลงกับพื้น
“สมน้ำหน้า อยากหื่นดีนะ” ลูกหว้าจ้องหน้าชัชรัณเขม็ง เมื่อร่างกำยำนั่งตัวง้ออยู่บนพื้น
“บ้าเอ้ย! ยัย…ตัวแสบ” ชัชรัณยกมือชี้หน้าเธออย่างคาดโทษ ที่กล้ามาทำร้ายลูกชายสุดรักสุดหวง
“จะทำไม เก่งจริงก็ลุกมาสิ!” ลูกหว้าท้าทาย ทำให้ชัชรัณกัดฟันกรอด เมื่อเห็นร่างหนาลุกขึ้นได้ ลูกหว้าจึงกระโจนเผ่นแน็บออกจากห้องน้ำไป
“อ่า~ จุกฉิบหาย…คอยดูนะ ยัยตัวแสบ” ชัชรัณเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเมื่อยืนขึ้นได้ จึงค่อย ๆ ก้าวขาเดินออกไปจากห้องน้ำ
ลูกหว้าก้าวเดินหน้าตาตื่น ๆ มาหาเพื่อน
“ยัยหว้า ทำไมไปนานจัง นึกว่าจะตกส้วมตายล่ะ รู้ไหม โมกำลังจะชวนยัยปอนด์ไปตามอยู่พอดี” โมเมหันมามองหน้าเพื่อน แต่ก็รีบก้าวเข้าไปหาเมื่อเห็นสีหน้าลูกหว้าไม่ค่อยดีนัก
“แกเป็นอะไร ยังปวดท้องอยู่อีกเหรอ” โมเมถามด้วยความเป็นห่วง
“อืม รู้สึกปวดนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร อีกสักพักน่าจะดีขึ้น…เราขึ้นห้องกันเถอะ”
“แกไม่เป็นไรแน่นะ ไปเอายาที่ห้องพยาบาลก่อนไหม”
“ไม่ต้อง ๆ” ลูกหว้ารีบปฏิเสธรัวเร็ว จากนั้นสามสาวจึงชวนกันขึ้นตึกเรียน
