บทที่ 14 งานใหม่ชุดใหม่ 2
เมคินเดินตามชายหนุ่มไปยังซูเปอร์ชั้นล่างสุดติดกับทางออก
“ปกติตอนเช้านายกินอะไร”
“ถ้าตื่นเช้าก็แซนด์วิช ขนมปัง ไข่ดาวหรือไม่ก็ข้าวต้ม ถ้าตื่นสายก็ข้าวราดแกง ส่วนพี่ผมว่าแค่กาแฟอย่างเดียว” เพราะเขาไม่เห็นอะไรในครัวของเขาเลย
“แค่นั้นก็อยู่ท้องแล้ว อีกอย่าตอน 10 โมงคุณวีณาก็หาของว่างมาให้อยู่ดัน่แหละ”
“จะว่าอะไรไหม ถ้าผมจะขอทำอาหารเช้าแบบง่ายๆ รับรองว่ากลิ่นไม่รบกวนแน่นอน”
“เอาสิ ว่าแต่นายจะทำอะไรล่ะ เอาง่ายๆ จะได้ไม่ต้องตื่นเช้า
“ครับ แค่ปังปิ้ง ไส้กรอก ไข่ดาว ทำแป๊บเดียวก็เสร็จ”
“งั้นไปซื้อของกัน”
กว่าทั้งสองจะซื้อของเสร็จและกลับมาถึงคอนโดก็เกือบสองทุ่ม เมคินเรียกแม่บ้านประจำคอนโดให้รีบมาเอาผ้าไปซักเพราะอยากให้ทิวาได้ใส่พรุ่งนี้
....
“พี่คินครับ ผมขอคุยด้วยได้ไหม” ทิวาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วก็มานั่งบนโซฟาตัวเล็กที่กั้นระหว่างโต๊ะทำงานของเมคินกับเตียงนอนของเขา
“อือ ว่ามาสิ”
“ชุดที่ผมใส่วันนี้มันแย่มากเลยเหรอครับ” เป็นครั้งแรกที่ทิวารู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง
“อะไรทำให้นายคิดแบบนั้น”
“ก็พี่นั่นแหละ”
เป็นครั้งแรกที่ทิวาแสดงสีหน้าและท่าทางไม่พอใจเขาเป็นอย่างมาก เมคินเห็นแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ เขาละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์แบบพกพาแล้วเดินอ้อมมานั่งข้างๆ ทิวา
“ชุดที่นายใส่มันไม่ได้แย่ เพียงแต่พี่อยากให้นายใส่อะไรที่มันเหมาะกับนาย”
“ยังไง”
“นายเป็นคนหน้าตาดี บุคลิกดี อีกอย่างเราจะได้ใส่เหมือนกันไง”
“ใส่เหมือน ทำไมต้องใส่เหมือนด้วย พี่หน้าตาดี หุ่นดีขนาดนี้แล้วให้ผมใส่เหมือนพี่ นี่มันฆ่ากันชัดๆ”
“พี่ไม่เข้าใจ”
“ก็เวลาผมเดินไปกับพี่จะมีใครมองผมไหมล่ะ”
“กลัวสาวๆ ไม่มอง”
“มันไม่ใช่แบบนั้น คือพี่ลองนึกภาพดูนะคนสองคนแต่งตัวเหมือนกันทุกอย่าง อีกคนสูงหุ่นดีหล่อเข้ม อีกคนตัวเล็กหน้าจืดอย่างกับคนอมโรค”
คำพูดของทิวาทำเอาเมคินหัวเราะลั่นห้อง
“แค่นึกภาพพี่คินยังหัวเราะลั่น”
“นายก็พูดเกินจริง นายเองก็หล่อ แต่มันคนละแบบกับพี่จะเปรียบเทียบแบบนั้นทำไม จำไม่ได้เหรอครั้งแรกที่พี่เจอนายแล้วเข้าไปทักก็เพราะใบหน้าหล่อสไตล์เกาหลีของนายนั่นแหละ”
ทิวาพยักหน้าเข้าใจ เพราะมีหลายคนที่บอกว่าเขาหน้าออกไปแนวเกาหลี แต่เขารู้สึกไม่ชอบใจเลย เพราะมันทำให้เขาคิดว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นลูกครึ่งอะไรกันแน่
“เอาล่ะ พี่จะนอนแล้วนายก็ควรรีบเข้านอนพรุ่งนี้จะตื่นมาทำอาหารเช้าไม่ใช่เหรอ”
“ครับพี่”
“พี่สัญญาเลยก่อนแต่งตัวทุกวันพี่จะดูก่อนว่านายใส่ชุดไหนจะได้ไม่ใส่เหมือนกันโอเคไหม”
“โอเคครับ”
ทิวายิ้มออก เขาเดินไปส่งเมคินที่ประตูห้อง จากนั้นปิดไฟแล้วล้มตัวลงนอน การได้คุยกับใครสักคนก่อนนอนมันทำให้เขารู้สึกดีจนเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
......
ครบหนึ่งเดือนแล้วกับการมาทำงานของทิวา ชายหนุ่มเรียนรู้งานได้เร็วจนฉัตรภพไม่มีอะไรจะต้องแนะนำอีกแล้ว
ตอนนี้เวลาออกไปพบลูกค้านอกบริษัทเมคินจะพาทิวาไปด้วยทุกครั้งยกเว้นต้องไปเซ็นสัญญาหรือมีเรื่องกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องจึงจะให้ฉัตรภพตามไปด้วย
“ทิว เย็นนี้พี่จะไปกินข้าวกับที่บ้านจะไปด้วยกันไหม”
“ไม่ดีกว่าครับ”
ทิวาเคยไปที่บ้านของเมคินมาแล้วครั้งหนึ่งทุกคนให้การต้อนรับและพูดคุยอย่างเป็นกันเองทำให้เขารู้สึกอบอุ่นเหมือนตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว แต่ที่ไม่ยอมไปกับเมคินวันนี้เพราะมีเขามีอย่างอื่นที่ต้องทำ
“แล้วจะไปกินข้าวที่ไหน”
“ก็ร้านใต้คอนโดนั่นแหละครับ พี่คินจะค้างที่นั่นไหม”
“ยังไม่แน่ใจ นายอยู่คนเดียวได้ไหม”
“พี่ผมอายุ 25 แล้วนะครับไม่ใช่เด็กๆ แล้ว”
“อ้าวเหรอก็พี่เห็นนายยังชอบดูการ์ตูนอยู่เลย ก็นึกว่ายังไม่โต”
“พี่เองก็ดูอย่ามาว่าแต่ผม รีบไปสิครับเดี๋ยวคุณแม่ก็รอนานหรอก”
“ไม่ไปด้วยแน่นะ”
“ไม่ครับ วันนี้ผมจะไปฟิตเนส”
“พี่ฟังไม่ผิดใช่ไหม” เพราะมีหลายครั้งที่เขาชวนทิวาไปออกกำลังกายด้วยแต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยไปด้วยสักครั้ง
“ไม่ผิด ต่อไปนี้ผมจะออกกำลังกาย”
“งั้นพรุ่งนี้เช้าไม่ต้องทำอาหาร ไปวิ่งกับพี่” เป็นอีกเรื่องที่เมคินอยากทำร่วมกับทิวา มันคงดีถ้าเขาได้วิ่งเคียงข้างกันท่ามกลางบรรยากาศที่สดชื่นยามเช้า
“ก็ได้ครับ”
“นายมีรองเท้าวิ่งไหม”
“มีครับ ก็พี่นั่นแหละซื้อให้ผม” ไม่ใช่แค่รองเท้าแต่ยังมีชุดสำหรับใส่วิ่งอีกสองชุด ซึ่งเทิวาไม่เคยหยิบมาสวมเลยสักครั้ง
“พี่ลืมไปเลย” เมคินหัวเราะ
”พี่รีบไปเถอะ รถมันติดกว่าจะถึงบ้านก็คงอีกนานนะครับ”
“ให้พี่ไปส่งก่อนไหม”
“ไม่เป็นไรครับ ผมนั่งรถฟ้าไปง่ายกว่าครับ พี่จะได้ไม่เสียเวลา”
บ้านโอภาสธนรัตน์
“คุณเมคินมาแล้ว เตรียมตั้งโต๊ะเลยไหมคะคุณท่าน”
แม่น้อมแม่บ้านวัย 55 ปีถามเจ้าของบ้านซึ่งนั่งดูทีวีอยู่ที่ห้องรับแขก
“อีกสักครึ่งชั่วโมงก็ได้” เมฆาบอก
เมฆาไม่ค่อยเจอกับลูกชายบ่อยนักเพราะตอนนี้เขาไม่ค่อยเข้าบริษัทนอกจากจะมีประชุมใหญ่แล้วเมคินก็ไม่ค่อยกลับมานอนที่บ้าน
“สวัสดีครับพ่อ แม่รอผมนานไหม”
“อือ นั่งก่อนเดี๋ยวค่อยกินข้าว พ่อมีเรื่องจะถาม”
“ครับพ่อ”
“ทิวาไม่มาด้วยเหรอ” จีรญามองตามหลังลูกชายแต่ก็ไม่เห็นแม้เงาของอีกคน
