บทที่ 7 วันแรกก็เกือบพลาดท่า

พอถึงเวลาเปิดร้านลูกค้าก็ทยอยเข้าอย่างต่อเนื่อง ทิวาเดินจนแทบไม่ได้พัก แต่กลับไม่รู้สึกเหนื่อยเพราะรู้สึกสนุกที่ได้ทำงาน เนื่องจากเขาไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมาเกือบเดือนแล้ว

ยังไม่ทันถึงเวลาปิดร้านแขกก็ทยอยกลับจนเหลืออยู่เพียงโต๊ะเดียว พศินเรียกทิวาเข้าไปคุย

“ครับพี่ศิน”

“ทิวช่วยดูตรงนี้ให้พี่หน่อย พี่ปวดตายังไงไม่รู้”

“ได้ครับพี่”

ทิวาเดินเข้ามาด้านเคาน์เตอร์ เขานั่งลงกดเครื่องคิดเลขเปรียบเที่ยวกับราคาที่ปรากฏในคอมพิวเตอร์อีกครั้ง ส่วนพศินก็นั่งดูอยู่ใกล้ๆ

“พี่ศินครับพวกผมขอกลับก่อน”

“อือ เดี๋ยวพี่ก็จะกลับแล้วรอเคลียร์อีกนิด”

“เฮ้ยทิว ไปก่อนนะพรุ่งนี้เจอกัน” นวพลโบกมือให้เพื่อน

“อือ”

พอทุกคนออกไปแล้วทั้งร้านก็เหลือเพียงแค่วศินและทิวา

“ทิว ดื่มน้ำก่อน มาทำงานวันแรกก็เหนื่อยเลย”

“ไม่เป็นไรครับพี่” ทิวารับน้ำมาดื่มแล้วก็ก้มหน้าทำงานต่อ เขาเริ่มง่วงเพราะไม่เคยนอนดึกอย่างนี้มาก่อน แต่ก็พยายามทำงานให้เร็วที่สุดเพราะอยากกลับไปนอนพัก

“แล้วนี่กลับยังไง ให้พี่ไปส่งไหม”

“ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยวผมให้พี่วินมารับ” เขาตอบแต่ไม่ได้มองหน้าคนถามจึงไม่เห็นสีหน้าที่ดูเจ้าเล่ห์ของผู้จัดการร้าน

“ดึกแล้วยังจังมีวินอีกเหรอ” อีกฝ่ายชวนคุยจนเขาเสียสมาธิ

“มีครับ พอดีรู้จักกัน” ทิวาสะบัดหัวไปมาเพราะตอนนี้ง่วงงุนจนตาแทบจะปิด

“ออกไปพร้อมกันนะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

ทิวารู้สึกว่าตัวเองง่วงมากกว่าปกติ เขาไม่มีแรงจะหยิบโทรศัพท์โทรตามพี่วินที่นัดไว้ด้วยซ้ำ รู้แต่ว่าตอนนี้วศินกำลังพยุงเขาออกมา

“ไปกับพี่นะทิว” เสียงกระซิบทำให้ทิวารู้สึกถึงความผิดปกติ มือของคนพูดไม่ได้แค่ประคองตัว แต่วศินกับบีบบั้นท้ายของเขาเบาๆ

“พี่ศิน ทำอะไร”

“ทิว พี่ชอบทิวนะ ถ้าทิวยอมเป็นของพี่ รับรองทิวจะสบายไม่ต้องมาเดินเสิร์ฟให้เหนื่อยแบบวันนี้

“ไม่นะพี่ศิน” ทิวาสะบัดมือที่ประคองอยู่ออก แต่มันก็ยากเหลือเกินเพราะตอนนี้เขากำลังจะหมดแรงลงไปทุกที

“ทิวา”

“คุณเมคิน” แม้ตาจะปิดแต่ทิวาก็จำเสียงของเขาได้ ชายหนุ่มถลาไปหาเขาด้วยความดีใจ

“คุณจะพาเขาไปไหน” เมคินถามผู้ชายอีกคน

“มันเกี่ยวอะไรกับคุณ”

“เกี่ยวสิ ทิวาเป็นคนของผม”

“ง่ายไปหน่อยไหม ถ้าเป็นคนของคุณจริงคุณจะปล่อยให้เขามาทำงานที่นี่เหรอ”

“ไม่เชื่อก็ลองถามเขาดูสิ”

“ทิว บอกพี่มาว่าคนนี้เป็นใคร”

ตอนนี้ทิวาคอพับอยู่ในอ้อมกอดของเมคิน หัวใจชายหนุ่มเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก ความรู้สึกของเขาตอนนี้คืออยากปกป้องผู้ชายคนนี้

“ผมจะพาเขากลับ” เมคินอุ้มคนที่หลับไม่รู้เรื่องไปยังรถของตัวเองโดยมีวศินเดินตาม

“ไม่ได้ ทิวต้องไปกับผม”

“นี่คุณ จะให้ผมบอกกี่ครั้งว่าทิวาเป็นคนของผม”

“ไหนล่ะหลักฐาน”

เมคินหยิบโทรศัพท์ของเขาออกมาก่อนจะกดโทรออก เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าคาดอกของทิวาก็ดังขึ้น

“นี่ไงหลักฐาน” เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็เห็นว่ามีสายโทรเขาจริง และในนั้นก็บันทึกชื่อเมคินเอาไว้

“คราวหน้าคราวหลังก็อย่าปล่อยให้เด็กของตัวเองออกมาทำงานอย่างนี้สิ” วศินพูดอย่างหัวเสีย

“ไหนๆ ก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว ผมขอลาออกแทนทิวาเลยละกัน” พูดจบเมคินก็เข้าไปนั่งยังตำแหน่งคนขับก่อนจะปิดประตูและรีบขับออกไปทันที

....

หลังจากคุยกับทิวาเมื่อหัวค่ำแล้วเมคินก็นึกอยากมาหาเขาอยากมาเห็นกับตาว่าเขาได้งานจริงอย่างที่พูดหรือเปล่า ชายหนุ่มเข้าไปนั่งดื่มในร้านเพียงสิบนาทีก็รีบกลับออกมาเพราะกลัวว่าทิวาจะเห็น ทีแรกก็คิดจะกลับแต่ในเมื่อมาถึงที่แล้วจึงอยากคุยกับเขาสักหน่อย เมคินจึงรออยู่หน้าร้าน จนกระทั่งพนักงานทยอยกันออกมา แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของทิวา พอถามรปภ.ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกจึงรู้ว่าเขาหนุ่มช่วยผู้จัดการร้านเคลียร์บัญชีอยู่ด้านใน

ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าวันนี้เขากลับไปก่อนจะเกิดอะไรขึ้นกับชายหนุ่มที่กำลังนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่ตรงนี้

เมคินหันไปมองใบหน้าของทิวาแล้วถอนหายใจ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้อยากรู้เรื่องของผู้ชายคนนี้นัก หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเขารอให้ทิวาติดต่อไปหา แต่อีกฝ่ายก็เงียบ วันนี้เขาจึงตัดสินใจไลน์มาถาม อันที่จริงเขาไม่ได้มีธุระไปสระบุรี แต่ที่บอกทิวาไปแบบนั้นเพราะอยากหาข้ออ้างคุยกับชายหนุ่ม ความรู้สึกที่เขามีให้กับทิวามันยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูด

เป็นอีกครั้งที่เซฟโซนของเมคิน ถึงตอนนี้คงไม่ใช่คนแปลกหน้ากันแล้ว เพราะทิวาตัวไม่ใหญ่มากเท่าไหร่เขากับพี่ รปภ.จึงช่วยกันพาขึ้นมาบนห้องได้ไม่ยาก

คืนนี้ชายหนุ่มเสียสละให้ทิวานอนบนเตียง ส่วนเขาจะเป็นคนไปนอนข้างนอก นับเป็นครั้งแรกที่ยอมให้คนมาใช้เตียงของตัวเอง เมคินนั่งมองหน้าคนที่หลับไม่รู้เรื่องอยู่นาน แม้จะได้คุยกันอยู่หลายครั้ง แต่ดูเหมือนทิวาระวังตัวเป็นพิเศษ เขาไม่เคยเล่าเรื่องราวของครอบครัว คนรัก นอกจากเรื่องงานเท่านั้นที่เขายอมคุยด้วย เหมือนทิวายังมีอะไรซ่อนอยู่ในใจ มันแสดงออกทางแววตาเศร้าของเขาและนั่นกระตุ้นให้เมคินอยากรู้ว่าก่อนจะมาทำงานที่กรุงเทพ ชายหนุ่มคนนี้ผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้าง

เช้าวันใหม่แล้ว แต่คนบนเตียงยังนอนหลับไม่รู้เรื่อง เมคินเอานิ้วไปอังที่จมูกพอเห็นว่าเขายังหายใจปกติ เขายิ้มกับตัวเองไม่คิดเลยว่าจะมาทำอะไรแบบนี้ พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกไปทำงานโดยทิ้งคีย์การ์ดสำรองให้ชายหนุ่ม

“ไม่นะพี่ศิน ไม่ ผมไม่ไป คุณเมคินช่วยผมด้วย ผมไม่อยากไป” ทิวาตะโกนลั่นห้องเหงื่อผุดเต็มใบหน้าก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจ เขากวาดสายตามองไปทั่วห้อง แล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อนึกได้ว่าที่นี่เป็นห้องนอนของทิวา

“โล่งอกไปที”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป