บทที่ 13 13
“ยิ้มไม่หุบเลยนะคะคุณหนู” จีงเอ่ยแซวคุณหนูของเธอเมื่อเห็นหมวยนั่งยิ้มหน้าบานขณะที่ปล่อยให้จีงจัดการหวีผมให้
“ก็ฉันดีใจนี่จีง วันนี้เฮียจะพาไปเที่ยวทั้งทีจะไม่ให้ยิ้มได้อย่างไงกันล่ะ” ตอนนี้เธอยังแปลกใจอยู่เลยว่าเขานึกครึ้มอะไรถึงได้ชวนเธอไปเที่ยวข้างนอก ปกติแล้วมีแต่เธอนี่แหละที่ไปขอเขา แต่ครั้งนี้เขาเป็นคนชวนด้วยตัวเองเลยนะ หรือเพราะเธอเป็นเด็กดียอมกินยาครบตามเวลาและอยู่แต่ในห้องจนครบกำหนดการกักบริเวณ หรือว่าเขาจะไถ่โทษที่วันนั้นเขาพรากจูบแรกเธอไป...
พอคิดเรื่องจูบภาพวันนั้นก็ลอยมา อุณหภูมิบนใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาเสียอย่างนั้น คิดแล้วทั้งหงุดหงิดทั้งเขิน แต่หนักไปทางเขินมากกว่า ‘เฮียบ้า มาผัวเมียอะไร พูดอะไรก็ไม่รู้’
“โชคดีที่วันนี้คุณหนูก็ไม่ติดงานด้วยนะคะ” หมวยมาอยู่บ้านตระกูลจางแล้วแต่เธอยังทำงานออนไลน์ให้กับบิดาด้วย
“ใช่” ปกติแล้วหน้าที่ของเธอคือทำการตลาดใหม่ๆให้กับธุรกิจของบิดา มันจะมีทั้งช่วงที่ยุ่งมากๆกับยุ่งน้อยๆแต่เธอก็ไม่ได้ทำเองตลอดเวลาหรอกเพราะตำแหน่งนี้บิดาของเธอได้จ้างคนนอกมาช่วยทำอยู่แล้ว พอเธอเรียนจบก็เลยอยากช่วยบ้างเล็กๆน้อยๆก็ยังดี
ถึงจะมาอยู่ที่บ้านของอาฉีแล้วเธอก็ไม่อยากนั่งเป็นซ้อเฉยๆ อาฉีไม่ยอมให้เธอช่วยเขาทำงานหมวยเลยขอเขาช่วยงานของบิดาต่อซึ่งอาฉีก็อนุญาตเพราะเห็นเธอทำอยู่แล้วและเขาก็อยากให้เธอได้มีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวด้วย ไม่ได้อยากพาลูกสาวเขามาอยู่แล้วทำให้รู้สึกห่างเหินกับครอบครัว
“เห็นไหมล่ะคะจีงบอกแล้วว่าคุณชายจางใจดีกับคุณหนูมากๆเลยนะคะ แล้วแบบนี้จะยังรู้สึกไม่ชอบเขาอยู่หรือเปล่า”
ฉันไม่ชอบเฮียฉี เฮียใจร้าย ชอบออกคำสั่ง เป็นคำพูดที่จีงมักจะได้ยินอยู่บ่อยๆเวลาที่อาฉีขัดใจคุณหนูของเธอ
“ก็...” ชักลังเลสะแล้วสิ ตั้งแต่เธอหนีเที่ยวครั้งนั้นเขาก็ใจเย็นกับเธอมากขึ้นและใจดีกับเธอมากขึ้นจริงๆ ความอ่อนโยนของเขากับสัมผัสแปลกใหม่เริ่มทำใจเธอเต้น มันหวั่นไหวอย่างน่าอาย
“คุณชายจางเป็นผู้ชายที่คุณหนูรักเขาได้นะคะ และไม่ผิดด้วยถ้าคุณหนูรักเขาขึ้นมาจริงๆ” สถานภาพของทั้งสองคนมันเอื้อให้ควรจะรักกันอยู่แล้ว รักกันจริงๆเลยยิ่งดีใหญ่ จีงแอบเชียร์คู่นี้มาโดยตลอดนั้นแหละ อยากเห็นสองคนนี้รักกันก่อนวันแต่งงานจะมาถึง
“ถ้าฉันขอไม่รักเขาจะได้ไหม” พูดเสียงแผ่วเบาพลางถอนหายใจไปด้วย แต่แก้มนี่แดงเชียว อาการแบบนี้มันอย่างไงนะ
“พูดแบบนี้ แสดงว่าคุณหนูเริ่มเปิดใจชอบคุณชายจางแล้วใช่ไหมคะ เย้ จีงดีใจนะคะเนี่ย”
“จีงอ่า พูดอะไรก็ไม่รู้ เปิดจงเปิดใจอะไรเล่า...” แล้วทำไมต้องนั่งบิดมือตัวเองด้วย ภาพหน้าเฮียลอยเข้ามาก็เขินสะงั้น หมวยยังไม่อยากยอมรับหรอกว่าการกระทำบางอย่างของอาฉีเริ่มทำเธอหวั่นไหวเข้าแล้ว และเธอจะไม่เสียอาการต่อหน้าเขาด้วย ถ้าคนที่ต้องเริ่มออกอาการชอบก่อน เธอก็อยากเห็นอาฉีแสดงออกต่อเธอก่อนเหมือนกัน ที่ผ่านมานี่เขาแสดงออกหรือยัง?
“จีงไม่ต้องแซวฉันเลยนะ หยุดเลย” รีบยกมือห้ามทันทีเมื่อเห็นจีงทำท่าจะพูดแซวเธอ เห็นเสียอาการหน่อยไม่ได้เลยนะ
ระหว่างที่สาวๆกำลังแต่งตัวอยู่นั้น อาฉีกับไทได้ลงมายืนสูบบุหรี่รออยู่ข้างล่างแล้วเรียบร้อย วันนี้ไม่ได้มีแค่เฮียกับซ้อที่จะออกไปเที่ยว แต่อาฉีอนุญาตให้หมวยพาจีงไปเป็นเพื่อนเธอด้วย คงจะดีกว่าที่เธอมีเพื่อนผู้หญิงเดินช้อปปิ้งด้วยกัน
อาฉีไม่มีปัญญาในการรอเธอเดินดูของแต่เขาอาจจะไม่ใช่ที่ปรึกษาที่ดีของหมวยในการช่วยเธอเลือกของที่เธอชอบ และวันนี้ก็ตั้งใจจะไปสังเกต จดจำเข้าหัวไว้บ้าง ว่าภรรยาตัวน้อยของเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร หึ เดี๋ยวคนมันจะหาว่า จาง อาฉี เก่งทุกอย่างแต่ไม่เก่งเรื่องดูแลเมียตัวเอง ยอมไม่ได้เว้ย
“เรื่องเสี่ยโชคไม่มีอะไรตุกติกแล้วใช่ไหม” หันไปถามลูกน้องคนสนิทหลังจากที่จัดการดับบุหรี่เสร็จแล้วเรียบร้อย
“ครับเฮีย หลังจากวันที่เสี่ยโชคเลือกตัวเลือกที่จะไม่ฟ้องร้องเฮียและยอมให้เรารับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดแล้ว จากนั้นก็เงียบไปเลยครับ” ไทรายงานข้อมูลที่เขารวบรวมมาให้เจ้านายฟัง
“แล้วลูกชายของเสี่ยล่ะ อาการเป็นไงบ้าง”
“อาการดีขึ้นเรื่อยๆครับเฮีย อีกไม่นานก็กลับบ้านได้”
“อืม มึงให้คนของเราคอยดูอยู่ห่างๆอย่าโผล่ไปให้ทางเสี่ยโชคเห็น เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราคิดจะเล่นงานเขา กูไม่อยากเสียเวลาไปกับพวกนั้นอีก”
“รับทราบครับเฮีย...ซ้อมาแล้วครับ” เมื่อสายตาหันไปเห็นสองสาวกำลังเดินตรงมาทางนี้ไทรีบแจ้งเจ้านายทันที เป็นสัญญาณให้พักคุยเรื่องเสี่ยโชคได้แล้ว
“เฮียฉี...” เสียงสดใสเรียกชื่อเขามาตั้งแต่เธอยังเดินมาไม่ถึงตัวและรอยยิ้มกว้างก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนที่ชอบทำหน้านิ่งๆโดยอัตโนมัติ
‘ยิ้มนี้กว้างเป็นจานดาวเทียมเลยนะเฮีย’ ไทคิดแซวเจ้านายอยู่ในใจ ขณะที่ตัวเขาเองก็มีรอยยิ้มมุมปากเกิดขึ้นเมื่อสายตาไปสบเข้ากับดวงตากลมๆของหญิงสาวอีกคนที่เดินตามหลังหมวยมาติดๆ เขากับเธอสบตากันแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลย จีงเป็นแบบนี้ตลอดชอบทำเหมือนกลัวเขา
