บทที่ 2 2

“จะลุกไปไหน” พอหลับตาลงคนที่นั่งอยู่บนตักก็ทำท่าจะขยับตัวเองลงจากตักของเขาทันที

“ก็หมวยเห็นเฮียจะหลับนี่คะ ก็เลยจะลงไปนั่งที่ของตัวเอง”

“นั่งอยู่บนตักเฮียนี่แหละ” ดันศีรษะคนตัวเล็กมาซบที่อกอุ่นของตัวเองเป็นการบอกความต้องการของเขา ว่าเขาพอใจที่จะให้เธอนั่งอยู่บนตักแบบนี้

“หมวยจะทำเฮียหนักนะคะ”

“หมวยตัวเล็กไม่หนักหรอก” กอดเธอแน่นขึ้นเพื่อย้ำให้รู้ว่าตัวเธอเบาอย่างที่เขาพูดจริงไม่ต้องกังวลอะไร เพราะถ้าหนักเขาจะโยนตัวเธอกลับที่เดิมเองจะเอามาให้ลำบากขาตัวเองทำไม

“เฮียฉี...” ในเมื่อเขาไม่มีปัญหาที่จะให้เธอนั่งอยู่บนตักแบบนี้หมวยเลยถือโอกาสกอดเอวเขาไว้หลวมๆบ้าง แล้วพูดกับเขาเสียงเบาไร้น้ำเสียงงอแงแบบก่อนหน้านี้

“ว่า?”

“เฮียโกรธหมวยหรือเปล่าคะ”

“หมวยคิดว่าเฮียโกรธไหมล่ะ” ไม่ตอบแต่ถามกลับ เพราะคนที่ดื้อก็ต้องรู้ตัวเองอยู่แล้วสิว่าการที่ทำให้เกิดปัญหาแล้วหาเรื่องทำให้ตัวเองเจ็บแบบนี้ เขาจะโกรธหรือไม่โกรธ

“หมวยรู้ว่าเฮียโกรธ...หมวยขอโทษค่ะ” ก่อนหน้าก็ทำเป็นเถียงไปอย่างนั้นแหละเอาเข้าจริงเธอก็รู้สึกผิดมาก รู้ว่าตัวเองสร้างปัญหาให้เขา

“รู้ตัวก็ดีแล้ว”

“หมวยขอโทษแล้ว รู้สึกผิดมากด้วย แล้วเฮียฉีจะทำโทษหมวยไหมคะ” ทำเสียงอ้อนๆเขาหน่อยเผื่อเขาจะใจดีไม่สั่งทำโทษเธอ โทษฐานหาเรื่องปวดหัวมาให้เฮีย

“ทำ ถึงหมวยจะเป็นเมียเฮีย แต่ถ้าทำผิดเฮียก็ต้องทำโทษหมวย”

“แต่หมวยยังไม่ได้เป็นเมียจริงๆของเฮียสักหน่อย ยกเว้นไม่ได้เหรอคะ”

“ไม่!” คำพูดเฮียคำไหนคำนั้น ดื้อก็ต้องโดนทำโทษยังไม่ได้เป็นเมียแต่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงของอาฉีก็เว้นโทษให้ไม่ได้

บ้านตระกูลจาง

“อาฉี หม่าม้าว่าลูกทำแรงเกินไปแล้วนะ อาหมวยเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆต้องออกจากบ้านตัวเองมาอยู่บ้านเรา ลูกก็ควรจะใจดีกับน้องบ้างไม่ใช่ทำกับน้องเหมือนเป็นลูกน้องตัวเองคนหนึ่ง”

จาง อาฉี อายุ26ปี ลูกครึ่งไทย ฮ่องกง คนส่วนใหญ่จะรู้จักกันดีในชื่อเฮียฉี เขาคือทายาทรุ่นต่อไปของตระกูลจาง ตระกูลมาเฟียที่สืบทอดติดต่อกันมาหลายสิบปีและทรงอิทธิพลมาก ชื่อเสียงของตระกูลจางเป็นที่น่าเกรงขามของคนที่ทำธุรกิจสีเทาและร่วมถึงธุรกิจสีขาวอื่นๆด้วย

ไม่มีกลุ่มมาเฟียไหนอยากมีปัญหากับคนของตระกูลจาง หากเลี่ยงการปะทะได้ก็ควรเลี่ยงหรือไม่ก็พยายามเข้าหาเพื่อผูกมิตร เพราะการได้สนิทกับตระกูลนี้ก็เป็นใบเบิกทางให้ธุรกิจของตัวเองได้ดี

“ถ้าคิดจะมาอยู่ในฐานะเมียของผม หมวยก็ต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีและน่าเคารพต่อลูกน้องด้วยครับม้า แต่นี่อะไร ผมพูดอะไร สั่งอะไรก็ทำตรงกันข้ามทุกอย่าง ถ้าไม่ให้ลงโทษกันบ้างหมวยจะยิ่งไม่เชื่อฟังผมมากกว่านี้นะครับ”

อาฉีพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบทำเหมือนว่าเรื่องที่มารดาของเขากำลังไม่สบอารมณ์อยู่นั้นไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องเดือดเนื้อร้อนใจอะไรด้วย และสิ่งที่เขาทำไปก็เพราะต้องการลงโทษคนดื้ออย่างหมวยบ้าง

หมวย หญิงสาวอายุ23ปี เธอเป็นลูกสาวจากครอบครัวนักธุรกิจค้าขายสมุนไพรจีนรายใหญ่ และบิดาของเธอยังเป็นเพื่อนสนิทกับบิดาอาฉีด้วย ที่สำคัญบิดาของหมวยคือผู้มีพระคุณที่เคยช่วยเหลือบิดาของเขาตอนที่ล้มป่วย

ตอนนั้นหากไม่ได้ผู้ชายคนนี้ไปกว้านหาสมุนไพรหายากที่เป็นส่วนประกอบสำคัญมารักษาบิดาของเขา อาฉีคงได้เสียบิดาของเขาไปตลอดกาลแล้ว และเพราะบุญคุณครั้งนั้นทำให้บิดาของเขาลั่นวาจาไป ว่าจะให้ลูกชายซึ้งก็คืออาฉีแต่งงานกับลูกสาวเพื่อนสนิทคนนี้และจะดูแลเป็นอย่างดี

เพราะสัญญาครั้งนั้นเลยทำให้หมวยต้องมาอยู่ที่บ้านของเขาทันทีหลังเรียนจบ เพื่อให้เธอได้มีเวลาเรียนรู้ทำความคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้และปรับตัวเข้ากับอาฉีก่อนจะแต่งงานกัน เพราะทั้งสองคนไม่ได้รู้จักสนิทสนมกันมาก่อน การที่จะให้แต่งงานเลยคงกะทันหันเกินไป บิดาของหมวยจึงขอให้ทั้งสองคนได้มีเวลาทำความรู้จักกันและกันสักหน่อยก่อน

“หม่าม้าเข้าใจแต่มันก็ใจร้ายเกินไปที่ลูกจะกักบริเวณให้น้องอยู่แต่ในห้องนอนตัวเองตั้งสามวัน ถึงอย่างไงหมวยก็คือเมียของลูกนะอาฉี อะไรที่ปล่อยผ่านได้ลูกก็ปล่อยผ่านให้น้องบ้างเถอะนะ”

“ไม่โหดเกินไปหรอกครับหม่าม้า ผมว่ายังเบาเกินไปด้วยซ้ำ ผมบอกว่าให้อยู่บ้านก็ยังแอบออกไปเที่ยวคนเดียวอีก ม้ารู้ไหม ถ้าวันนี้ผมไม่ให้ไทคอยแอบดูหมวยไว้ หมวยอาจจะเจ็บตัวมากกว่าแค่ข้อมือช้ำ ไอ้ห่าพวกนั้นมันคิดสกปรกกับหมวย แม่ง!”

อาฉีหลุดสบถคำหยาบออกมาเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ถ้าเขาไปถึงที่นั้นช้าอีกแค่นิดเดียวไอ้พวกนรกนั้นมันจะลวนลามเธอ มันคิดจะทำมากกว่าแค่จับข้อมือของเธอ

“ใจเย็นๆลูก ตอนนี้ก็ช่วยน้องได้แล้วและลูกก็จัดการพวกมันไปแล้วไม่ใช่เหรอ หมวยปลอดภัยหม่าม้าก็สบายใจแล้วป่านนี้ไม่รู้หมวยจะหายตกใจหรือยัง แต่ถึงอย่างไงก็ยังไม่เห็นด้วยอยู่ดีเรื่องกักบริเวณนี่” อ่าววกมาเรื่องนี้อีกนะหม่าม้า

หม่าม้ายังคงไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของอาฉี แต่ก็ทำอะไรไปไม่ได้มากกว่านี้ ตอนนี้อาฉีขึ้นมาดูแลกิจการทุกอย่างแทนบิดาเต็มตัวแล้ว นั่นทำให้อำนาจการตัดสินใจทั้งในบ้านและนอกบ้านขึ้นอยู่กับอาฉีคนเดียวทั้งหมด ส่วนบิดาตอนนี้ขอใช้ชีวิตหลังเกษียณงานเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่วัดชื่อดังในประเทศฮ่องกง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป