บทที่ 3 3

“แค่กักบริเวณไม่ได้ให้อดข้าวอดน้ำสักหน่อย ไม่โหดหรอกครับม้า ถ้าแค่นี้ทนไม่ได้หม่าม้าก็หาเมียใหม่มาให้ผมแทนก็แล้วกัน”

ถ้าจะเป็นเมียอาฉีจะต้องอดทน แล้วเขาก็ไม่ได้โหดร้ายอะไรกับเธอขนาดนั้น กักบริเวณจัดว่าเป็นการลงโทษที่เบามากๆเลยนะ ลูกน้องทุกคนรู้ดีว่าบทลงโทษของคนทำความผิดหนักขนาดไหนแต่เพราะเป็นเธอเขาถึงได้ทำโทษแค่นี้ โครตเบา!

‘ข้อมือก็เจ็บ ให้อยู่แต่ในห้องนั่นแหละดีแล้ว’

“แล้วถ้าหาเมียใหม่มาให้จริงๆ ลูกจะยอมให้หมวยกลับไปอยู่บ้านตัวเองเหมือนเดิมไหมล่ะ ถ้าลูกโอเคหม่าม้าก็จะหาเมียใหม่ให้” ทำมาเป็นปากเก่งนักดูสิจะตอบอย่างไง

“อย่าทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่เลยครับหม่าม้า ผมขี้เกียจมาเริ่มต้นใหม่ แค่กับหมวยที่อยู่บ้านเดียวกันมาหนึ่งปียังปรับตัวเข้าหากันไม่ค่อยได้เลย”

“พูดแบบนี้ยอมรับกับหม่าม้ามาเถอะว่าลูกรักหมวยบ้างแล้วใช่ไหม ถ้ารักกันก่อนถึงวันแต่งงานปีหน้าก็ถือว่าเป็นเรื่องดี”

“อย่าพึ่งพูดถึงเรื่องรักอะไรนี้เลยครับหม่าม้า เอาให้หมวยเลิกดื้อกับผมให้ได้ก่อนดีกว่า” ดูแลลูกน้องเป็นร้อยยังไม่เหนื่อยเท่าดูแลผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวเลย คิดแล้วก็เดินหนีมารดาออกมาดื้อๆดีกว่า ปล่อยให้คุณนายใหญ่ของบ้านยืนฮึดฮัดกับคำตอบที่ไม่ได้ดั่งใจไปคนเดียว

@ห้องนอนของหมวย

“โถๆคุณหนูของจีง ดูสิตาบวมไปหมดแล้วค่ะ หยุดร้องไห้ก่อนนะคะคุณหนู ที่คุณชายจางทำแบบนี้ก็เพราะคุณชายเป็นห่วงคุณหนูมากเลยนะคะ” (คุณชายจางคือ จาง อาฉี)

จีงสาวใช้คนสนิทของหมวยพยายามพูดปลอบคุณหนูอันเป็นที่รักของเธอพลางใช้ผ้าช่วยซับน้ำตาที่ยังไหลมาเป็นสายและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงได้ เห็นเจ้านายของตัวเองร้องห่มร้องไห้แล้วอดสงสารไม่ได้ เจ้านายปวดใจบ่าวอย่างเธอก็ยิ่งปวดมากกว่า

จีงเป็นสาวใช้ที่คอยดูแลหมวยตั้งแต่ยังเด็ก เพราะพวกเธอมีอายุที่ไล่เลี่ยกันมารดาของหมวยจึงอยากให้จีงคอยช่วยดูแลและเป็นเพื่อนให้กับลูกสาว

“เฮียใจร้าย เผด็จการ ฉันก็แค่หนีเที่ยวครั้งเดียวเองไม่เห็นต้องกักบริเวณกันแบบนี้เลย ให้ฉันอยู่แต่ในห้องนอนตั้งสามวันเลยนะจีง น่าเบื่อจะตาย ฮือๆ”

หมวยยังนอนคว่ำหน้าซุกกับหมอนบนเตียงของเธอ พูดไปก็ปล่อยโฮไป คิดน้อยใจคนที่บอกว่าจะทำโทษเธอสถานเบา แต่นี่อะไร การสั่งกักบริเวณมันไม่ถือว่าเบาเลยสำหรับหมวย เพราะเธอเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่ในพื้นที่แคบๆ

ห้องนอนที่อาฉีจัดให้เป็นห้องของเธอก็ไม่ได้เล็กอะไรนักหรอกแต่หมวยก็ไม่ได้พอใจที่จะอยู่แต่ในห้องอย่างเดียวอยู่ดี ชีวิตมีอะไรให้ทำตั้งเยอะแยะจะให้มาอยู่แต่ในห้องได้อย่างไง

“คุณหนูอย่าพูดแบบนี้สิคะ ที่คุณชายจางสั่งกักบริเวณก็ถือว่าเบามากๆแล้วนะคะ คุณหนูอย่าโกรธเขาเลยนะ ลองคิดดูสิถ้าวันนี้คุณชายจางเข้าไปช่วยคุณหนูไว้ไม่ทัน ป่านนี้คุณหนูของจีงไม่เจ็บตัวไปมากกว่านี้แล้วเหรอคะ จีงอยากจะไปกราบขอบคุณคุณชายด้วยซ้ำที่เข้าไปช่วย ทำให้คุณหนูยังปลอดภัยไม่สูญเสียอะไรไป”

พูดไปก็พานน้ำตาคลอไปอีกคน จีงรักคุณหนูของเธอมากวันนี้เธอโกรธตัวเองนักที่ปล่อยให้หมวยออกไปเที่ยวข้างนอก ก็คุณหนูของเธอช่างแสบเหลือเกิน บอกว่าคุณชายจางให้ลูกน้องมารับตัวเองไปหาแต่ไม่ใช่เลย ความจริงคือคุณหนูโกหกแล้วแอบเรียกรถข้างนอกให้มารับแล้วไปนั่งดื่มคนเดียวที่ผับ โชคดีที่คุณชายจางคอยให้เฮียไทแอบดูแลหมวยอยู่ห่างๆทำให้เขาเข้าไปช่วยได้ทันและรีบแจ้งให้คุณชายจางมาที่ผับนั้นทันที

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้องนอนของหมวยดังขึ้น จีงจำต้องพักการปลอบประโลมคุณหนูของเธอแล้วเดินไปเปิดประตูเพื่อดูว่าใครมาหาคุณหนูดึกดื่นป่านนี้

ทันทีที่เปิดประตูก็พบว่าคนที่มาเคาะประตูหน้าห้องนอนของคุณหนูของเธอก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาก็คือเจ้าของบ้านนั้นเอง คุณชายจาง จีงรีบโค้งศีรษะให้อาฉี เปิดประตูกว้างขึ้นให้เขาเดินเข้ามาและเธอจะเดินกลับไปแจ้งคุณหนูว่าคุณชายจางมาหา แต่อาฉียกมือขึ้นเป็นสัญญาณบอกว่าไม่ต้องเดินไปรายงานหมวย และโบกมือให้จีงรีบเดินออกจากห้องนอนไปเพราะเขาต้องการอยู่กับหมวยตามลำพัง

เมื่อเจ้าของบ้านต้องการแบบนี้สาวใช้อย่างเธอก็ต้องรีบเดินออกจากห้องแล้วปิดประตูทันที โดยปกติแล้วเวลาที่อาฉีมาพบคุณหนูของเธอ จีงจะออกมานั่งรอข้างนอกห้องเพื่อไม่เป็นการรบกวนเจ้านายทั้งสองคนเผื่อเขามีเรื่องส่วนตัวจะคุยกัน และถ้าได้จู๋จี๋กันบ้างยิ่งดีใหญ่

ก็คุณชายจางเป็นผู้ชายที่ไม่โรแมนติกเอาสะเลย ออกจะเข้มงวดกับคุณหนูมากเกินไปด้วยซ้ำ ต่อให้ยังไม่ได้รู้สึกรักก็น่าจะใจดีกับคุณหนูของเธอสักนิดก็ยังดี เฮ้อเหนื่อยใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป