บทที่ 10 สุขสม (2) จบตอน
[พาร์ท : คราม]
กูไม่รู้ว่ากูเมา หรือโง่เง่ากันแน่ ทำไมต้องทำตัวน่าสมเพชอย่างการตามเมียเก่าที่ทิ้งไปเอากับพี่สาวมัน แล้วหลุดปากไปว่าลูกที่ออกหน้ากับเหมียวว่าเป็นลูกแท้ๆ ของกูเพื่อกันฟอร์ม มันคือลูกของคนอื่น
ยอมรับว่าเมื่อสองปีก่อน กูโง่เอง ที่กลับไปหาเหมียว จนในที่สุดตอนที่เธอท้อง แล้วเราตรวจดีเอ็นเอ กูถึงรู้ว่าลูกในท้องมันไม่ใช่ลูกของกู
แต่ยอมรับว่าเด็กมันไม่รู้เรื่อง กูทนอยู่กับเหมียวในขณะที่มันทำตัวเหมือนของฟรี แต่ตามหึงหวงกูไม่เว้น กูหาความสุขนอกกาย เที่ยวผับดับอารมณ์ที่เอาแต่คิดว่าชีวิตกูมันดิ่งหลงเหวเพราะเลือกเมียผิด
เอาง่ายๆ เธอนอกใจ กูนอกกาย ไม่ต่างกับสมัยก่อนตอนคบกับเมียเก่า แค่ตอนนี้คนที่ตามหึงหวงเหมือนเป็นบ้าคือเหมียว
มันไม่ได้หวงกูจากใจจริง กูรู้ มันก็แค่อยากกั๊กกูไว้เป็นพ่อเด็กเพราะบ้านกูรวย แล้วก็ไม่อยากจะเสียเหยื่อชิ้นโตที่เคยรักจนแทบบูชามันขึ้นหิ้งอย่างไป
จนวันนี้ มิวกลับมา การที่เธอบอกไม่ได้สนใจกูแล้วทำให้กูรู้สึกฮึกเหิม
ใช่
ฮึกเหิมที่จะดึงมันกลับมา... เป็นเมียอีกครั้ง
มันเป็นความคิดชั่ววูบตอนที่เห็นเธอมาที่ผับกับอีเวย์ด้วยชุด F*ck Me DADDY มันเหมือนกับว่าเธอไม่รักกู มันเหมือนจงใจทำให้หึง
และนั่น ทำให้กูยิ่งอยากได้
แล้วพอยิ่งรู้ว่ามันแรดร่านขึ้น ชนิดที่ว่าผู้หญิงก็ได้ผู้ชายก็ดี มันทำให้กู
อยากกลับมาเป็นสิ่งที่ขึ้นหิ้งสำหรับมันอีก
มันจะไม่ได้ตกเป็นของอีเวย์ เพราะกูจะไม่ปล่อยไปอีกแน่ การเป็น DADDY ที่จะได้ F*ck มิว มันไม่ยากเย็นอะไรเลย
[จบพาร์ท : คราม]
ฉันทึ่งกับคำตอบนั้น
ยืนอึ้งไปนาน มารู้สึกตัวอีกทีร่างแกร่งกำยำที่แสนกระสันของเขาก็เข้ามาชิดใกล้ และใช่ ฉันยังไม่เปลี่ยนชุด F*ck Me DADDY ออก ครามเอานิ้วแกร่งสอดเข้าไปใต้โชคเกอร์ที่หลวมนิดๆ ของฉัน แล้วดึงเข้ามาใกล้
“มึงล่ะ”
“...”
“คิดถึงกูบ้างมั้ย”
ฉันสบตาเขา เกิดความรู้สึกหนึ่งขึ้นมาในใจ ยอมรับว่าท่าทางของครามทำเอาฉันใจเต้นนิดๆ ด้วยจิตใจที่ร่านร้ายมากขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ก็ดูเหมือนความเลวระยำที่เขาเคยทำจะส่งผลด้านลบต่อจิตใจของฉันมากกว่า
ฉันไม่ได้ทำอะไร แล้วให้เขารั้งโชคเกอร์ไปจูบผมสั้นบลอนด์ทองของตัวเองตามใจชอบ
“คิดถึงเหรอ อย่ามาพูดดีกว่า” ฉันผลักเขาออก เป็นนัยน์ว่าเขามีสิทธิ์แตะต้องฉันได้แค่นั้น ก่อนที่จะฉีกยิ้มหวานออกมา “อย่าลืมว่าใครทิ้งใครไปก่อน”
“กูแค่เลือกว่าตอนนั้นอะไรมันเร้าใจกว่า” เขาพูดออกมาตรงๆ ลูบปอยผมของฉันอย่างโหยหา “ตอนนี้พอรู้แล้วว่ามึงเร้าใจกว่าจริงๆ”
“พูดถูกใจจัง” ฉันประชดกับคำพูดเห็นแก่ตัวของคราม เมื่อก่อนอาจร้องไห้แต่ตอนนี้ชินชาซะแล้ว ก่อนที่จะรู้สึกเหมือนว่ามือถือสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ขาสั้น
พอหยิบขึ้นมาดูต่อหน้าคราม ฉันก็นิ่งไป เมื่อเห็นว่าคนที่โทรมา
คือพี่เหมียว
“นี่” ฉันปรายตาขึ้นมองเขา ท้าวแขนกับช่วงไหล่ของครามแล้วชูโทรศัพท์ให้เขาดู “ช่วยอธิบายการมาของเมียพี่หน่อยสิ”
“มันโทรหากูไม่ติด” เขาไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ “สงสัยคงให้คนมาตามกูมั้งว่าหายไปเละเทะที่ไหน”
“หืม” ฉันบังเกิดความคิดนึกสนุก “เดี๋ยวนี้พี่เค้าเริ่มตามจิกผัวด้วยเหรอ ท่าทางจะรักกันมากเลยสินะ”
ฉันกดรับโทรศัพท์ทันที แล้วก็ได้ยินปลายสายดังขึ้นมา
[คืนผัวพี่มา] ฉันเอามือทาบอกอย่างสุดทึ่ง นี่เป็นคำแรกที่ทักทายน้องสาวตัวเองเหรอเนี่ย [ครามอยู่กับมิวน้อยใช่มั้ย บอกเขาว่าลูกรออยู่ ให้รีบกลับมาได้แล้ว]
“โหย นี่มีมารยาทรึเปล่า โทรมาหามิวตอนนี้ ไม่คิดว่ามิวจะหลับอยู่บ้างเหรอ” ฉันยียวนกลับไป ไม่ยอมตอบคำถามเธอตรงๆ
[ก็หวังว่าที่นอนอยู่ข้างๆ จะไม่ใช่ผัวพี่] แต่พี่เหมียวค่อนข้างมีความอดทน เธอยังพูดด้วยอย่างใจเย็น แม้ว่าใจความที่พูดจะดูแดกดันก็ตาม
“ไม่ใช่หรอกค่ะ” ฉันสบตาคราม เขาสบตาฉันกลับ จะเป็นยังไงนะถ้าฉันคิดจะแย่งเขากลับมาจากพี่ แต่ไม่ได้แย่งกลับมาด้วยความรัก
ก็แค่อยากแก้แค้นพี่สาวตัวเองด้วยวิธีการเดียวกัน ฉันจะลากพวกเขาลงนรกไปด้วยกันกับฉัน
[...]
“เราไม่ได้นอนอยู่ด้วยกัน แต่พี่ครามแค่มายืนอยู่หน้าห้องของมิว”
[...!]
“อ๊ะ! แต่เราไม่ได้กิ๊กกันนะคะ มิวไม่ได้ทำอะไรผิดนะ” ฉันขึ้นเสียงสูงอย่างดัดจริต โอบคอของครามเข้ามาใกล้ๆ แล้วกระซิบให้ทั้งเขาและพี่ได้ยินพร้อมๆ กัน “ก็แค่มาปรึกษาอะไรพี่ครามนิดหน่อย”
[...]
“ในสถานะผัวเก่า คงปรึกษาอะไรได้อยู่ใช่มั้ยคะ?”
[มิวน้อย...]
ติ๊ด
ฉันกดวางทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา แล้วกอดอกมองคราม
“กลับไปได้ละค่ะ เมียพี่โทรมาตามแล้ว มิวง่วง จะนอน” ฉันพูดแค่นั้น ครามนิ่งไป มองฉันที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ใช่สิ ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงจะร้องไห้โฮ เข้าไปทุบอกเขาแบบนางเอกละครแล้วถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้
แต่สำหรับความเลวของเขา ตอนนี้ฉันไม่มีคำถามอะไรแล้ว
“อยากแย่งกูกลับมาเหรอ” เขาฉีกยิ้มทันที ทั้งๆ ที่กำลังถูกเมียตัวจริงเสียงจริงตามตัวให้กลับไปหาลูกแท้ๆ แต่เขายังจะมีสีหน้าระรื่นเหมือนชอบใจที่ฉันแสดงออกว่าต้องการจะแย่งเขามาจากพี่เหมียว
เขานี่มันเลวของแท้เลยจริงๆ ฉันล่ะยอมใจ
“เปล่าเลยนะ” ฉันปฏิเสธ ใครจะยอมเปิดแผนการที่คิดให้ศัตรูเห็นง่ายๆ “มิวแค่พูดความจริง”
“อยากปรึกษากูเนี่ยนะ?” เขาแค่นหัวเราะ ย้อนคำล้อเลียนฉัน ก่อนที่จะรั้งเอวฉันที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเข้ามาใกล้ “ปรึกษาเรื่องไรดี”
“...!”
“เป็นเรื่อง ‘คาวๆ’ ของเราดีมั้ย”
คำพูดที่หยาบโลนมักมาจากจิตใจคนที่หยาบคาย
ไม่แปลกใจเลยทำไมถึงอยู่กันได้กับพี่เหมียว ผีเน่ากับโลงผุดีๆ นี่เอง
“ตอนนี้มิวไม่ได้สนใจพี่เลย” ฉันพูดออกไปตรงๆ ครามยังมองฉันอยู่ เขามองราวกับจะเจาะทะลุเข้าไปในตัวฉัน อาจเป็นเพราะฉันใส่ชุดที่เปิดเผยเรือนร่างมากเกินไป “มิวสนใจเรื่องของพี่เวย์ และผู้ชายคนอื่นๆ ที่มิวอาจจะได้รู้จักเพิ่ม”
“...”
“แน่นอนว่าผู้ชายเหล่านั้นไม่ใช่พี่” ฉันมองหน้าเขา สีหน้าครามไม่ได้เปลี่ยนไป แต่เขากลับคว้าข้อมือฉันกระชากเข้ามาใกล้อีกครั้ง ครามมองฉันราวกับจะกลืนกินเข้าไป ก่อนที่เขาจะพ่นคำพูดออกมาอย่างมั่นใจ
“มึงยังรักกูอยู่มิว”
“...”
“ถึงจะทำตัวร่านไปทั่ว แต่อย่าลืม ว่าใครคือคนแรกของมึง”
ฉันตื่นขึ้นมาตอนเช้าโดยไร้คราม
แน่ล่ะ จะมีเขาอยู่ได้ยังไง ในเมื่อเมื่อคืนหลังจากที่เขาสบถคำนั้น ครามก็จากไปโดยทิ้งคำพูดที่มั่นใจในตัวเองของเขาไว้ในหัวฉัน ถ้าจะบอกว่าฉันลืมเขายังไม่ได้ล่ะก็
มันก็ใช่ ฉันยอมรับ ใครจะไปลืมคนแรกของตัวเองได้ลง
แต่ที่ลืมไม่ได้ไม่ใช่เพราะยังรัก เคยได้ยินมั้ยคำว่ายิ่งรักพอจากกันไม่ดีจะยิ่งเกลียดเข้ากระดูกดำน่ะ
ตอนนี้ฉันเกลียดเขาเข้าไส้ เกลียดจนอยากจะทำลายทุกอย่างในชีวิตเขาให้ไม่เหลือชิ้นดี
ฉันผุดลุกขึ้นมาจากตัวด้วยสภาพหัวฟูๆ ยุ่งๆ เดินไปดูหน้ากระจกก็พบว่าตัวเองยังคงเซ็กซี่อยู่ ก็แหม กว่าจะได้ร่างกายที่แซ่บขนาดนี้มา ฉันต้องออกกำลังและคุมอาหารไปสักเท่าไหร่กันเชียว
ครืด ครืด
สายแรกที่โทรมาคือสายของพี่เวย์ สาวหล่อผู้มากับคำว่ากร้าวใจ ฉันกดรับโทรศัพท์ทั้งๆ ที่ยังง่วงงุน แล้วเสียงของพี่เวย์ก็ดังขึ้นมา
[ตื่นละนี่] เธอดูไม่มีท่าทีแปลกใจ [พี่ไปหาได้มั้ย เมื่อวานที่จูบพี่ไว้ พี่จะมาเอาคืนน่ะ]
ฉันเหยียดยิ้ม ท่าทางว่าพี่เวย์จะติดกับเข้าให้แล้ว
“มาสิคะ” ฉันเชิญชวน
[บอกมาก่อนว่าเรามีแฟนมั้ย ถ้ามีแล้วพี่มาสอดคงจะยุ่ง] เธอดักทางไว้ก่อน [อย่างไอ้ครามที่มิวบอกว่าเป็นแฟนเก่า คือเลิกกันแล้วใช่มั้ย?]
ฉันกัดริมฝีปาก นึกอะไรสนุกๆ ได้หลายอย่าง
“ก็...” ฉันลากเสียงยาวอย่างจงใจแกล้ง “ถ้าบอกว่ามิวกำลังจะแย่งเขากลับมาจากเมียและลูกของเขา”
[...]
“พี่เวย์จะลงมาร่วมสงครามแย่งมิวออกมาจากพี่ครามด้วยมั้ยอ่ะคะ?”
[พาร์ท : พี่คราม]
กูกลับมาที่บ้านในตอนเช้า โดยไม่พ้นสายคอลหาของเหมียวที่โทรมาเป็นยี่สิบสาย
มันคงจะประสาทแดกไปแล้ว
ทันทีที่เปิดประตูเข้ามา สิ่งแรกที่เจอคือหมอนที่ถูกเขวี้ยงเข้าใส่หน้า
“เวรเอ้ย” กูสบถออกมา เขวี้ยงหมอนใส่มันกลับไป เห็นว่าเหมียวยืนทำหน้าโกรธขึ้งอยู่หน้าประตู น้ำเสียงของกูจึงแข็งกร้าวขึ้น “อย่าทำตัวแบบนี้”
“อย่าลืมว่าครามเป็นผัวใคร!!” มันตวาดลั่น กูแค่นหัวเราะ เลือกที่จะตอบไม่ตรงคำถาม
“ลูกล่ะ?”
“ยังมีหน้ามาถามเรื่องลูกทั้งๆ ที่มึงเพิ่งไปนอนกับมิวน้อยมาเหรอ!!” มันพ่นคำพูดออกมา กูมองมันอย่างเซ็งๆ ให้พูดก็คือ กูหมดรักมันแล้ว ตั้งแต่ที่มันแสดงออกว่าหึงหวงกูขนาดนั้น
เมื่อก่อนมันดูเร้าใจกว่านี้ แล้วลูกห่าไรนั่นจากมัน กูไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบหรือให้ความอบอุ่นอะไรด้วยซ้ำ
“กูไม่ได้นอนกับมิวคนเดียว” แต่ก็ไม่ปฏิเสธ ให้มันเข้าใจว่ากูนอนกับมิวไปก็ดี กูมันพวกเบื่อง่าย สักวันพอมิวตกมาเป็นของกูอีกครั้ง สักพักกูก็จะเบื่อแล้วทิ้งเธอไปหาของใหม่ที่เร้าใจกว่า
สันดานกูมันเป็นงี้ กูคงเคยโง่ที่โดนเหมียวหลอก แต่เริ่มตาสว่างหลังจากเธอมีลูกแล้วเสน่ห์ก็ลดลง แล้วมาจับได้เองหลังจากเปิดประตูไปเห็นมันกำลังขย่มกับผู้ชายคนอื่นแล้วหลั่งในกัน
มันยอมรับว่าเด็กนั่นมันไม่ใช่ลูกของกู เพราะเธอตั้งท้องก่อนที่จะกลับมาไทย
เหมียวบอกให้ต่อหน้าพ่อแม่มันกูต้องแสดงว่ากูรักมันกับลูกมากแค่ไหน แต่ในความเป็นจริง ลับหลังพ่อแม่มันกูก็ออกไปเอากับคนอื่นวันต่อวัน ในขณะที่ถึงเหมียวจะหึงหวงกูขนาดนั้น แต่มันก็มีผัวอีกหลายคนซ่อนอยู่
สถานะระหว่างเราตอนนี้ อยู่กันเพื่อ ‘หน้าตาในสังคม’ เท่านั้น
ให้แม่งมาดูชีวิตในครอบครัวเอา ว่ามันพินาศแค่ไหน
“ใคร! ใครอีก! บอกมานะว่าใครอีก”
เหมียวเหมือนเป็นบ้า ตั้งแต่โดนจับได้ว่ามันหลั่งในกับผู้ชายอีกคนแล้วลูกไม่ใช่ลูกกู เหมียวก็กลัวจะเสียกูไปตลอดเวลา เพราะเมื่อก่อนตอนมันย้ายไปอยู่ญี่ปุ่นเพราะมีเสี่ยเลี้ยงที่นั่น เลี้ยงดี ดีจนท้องโตไม่มีพ่อ แล้วกระเสือกกระสนมาหากูเพราะไอ้เสี่ยนั่นโยนทิ้ง มีกูคนเดียวที่โง่งมรักมันเป็นปี แถมตอนนี้ยังรวยเพราะพ่อรู้ตัวว่าใกล้ตายเลยยกมรดกครึ่งนึงให้ช่วยใช้
ยอมแย่งผัวน้องมาทั้งที่ก่อนทิ้งให้ผัวมาเอาน้องมันแก้ขัดแทนเอง ยอมทำขนาดนี้เพื่อตัวมันเอง
กูอยากจะหัวเราะ
สวยแต่รูปจูบไม่หอมมันมีอยู่จริง เป็นผู้หญิงมันก็จะแย่หน่อยนะ
“ทำไมกูต้องบอกมึง” กูถอดเสื้อนอกออกไปพาดไว้ที่โซฟา เหมียวเดินตามมา มันคว้าข้อมือหนากูไว้แล้วเขย่า
“คราม อย่าทำงี้กับเรา ครามเคยรักเรามากไม่ใช่เหรอ!” มันพูดเสียงสั่น แต่ไม่มีน้ำตาสักหยด “แล้วลูกล่ะ ลูกเรา”
“เอาพี่เลี้ยงเด็กมาเลี้ยงมัน เดี๋ยวกูจะหาให้เอง”
“คราม!”
“มึงรู้มั้ยเหมียว ตั้งแต่มึงมีลูก” กูไล่มองมันตั้งแต่หัวจรดเท้า “มึงดูไม่เร้าใจกูเหมือนเมื่อก่อนเลยว่ะ”
“...”
“ถ้ามึงทำแท้งลูกมึงไปตั้งแต่แรกก็ดี” กูแค่นยิ้ม ไม่สนใจว่าที่พูดไปจะกระทบจิตใจอีกฝ่ายมากแค่ไหน เพราะเด็กนั่นมันไม่ใช่ลูกของกูอยู่แล้ว กูไม่จำเป็นต้องแคร์ด้วยซ้ำ กูมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และมันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป “เผื่อตอนนี้กูจะได้อยากเอากับมึงขึ้นมาบ้าง”
“...”
“ที่กูไปมีชู้ ก็เพราะมึงน่าเบื่อจนรักต่อไม่ลง จบยัง”
