บทที่ 11 God is a woman (1)
เหมียวโวยวายอะไรไม่รู้หลังจากนั้น เธอบอกจะออกไปแดกเหล้า แต่กูก็ไม่ได้ใยดี
กูเข้าไปในห้อง ปิดประตู ขังตัวเองไว้กับลูกของมันแค่สองคน
กูมองเด็กที่หน้าตาไม่เหมือนกูเลยสักนิดโดยที่ไม่ได้คิดไปเอง ก่อนที่จะเอื้อมมือไปแตะแก้มของเด็กนั่นอย่างแผ่วเบา
กูถูกเลี้ยงดูมาอย่างกักขฬะ เลี้ยงมาเพื่อผลประโยชน์ พ่ออยากให้กูเข้มแข็งพอที่จะปกครองคนได้ เลยเลี้ยงกูมาแบบไร้หัวใจ ตบตีกูตั้งแต่เด็กเพื่อให้เติบโตไปเป็นในแบบที่ท่านต้องการ
กูไม่รู้จักความรัก ไม่รู้ว่าความรักหน้าตาเป็นยังไง
แต่สิ่งเดียวที่กูรู้ คือกูไม่ได้รักเด็ก
แต่กูแค่... สมเพช ที่มันต้องเกิดมาโดยที่มีแม่เป็นคนพรรค์นี้
แค่มือกูมือเดียวก็พอที่จะกำรอบหัวเด็กแล้วบีบหัวมันให้กระดูกแตกตายได้แล้ว ชีวิตที่มีแม่เป็นผู้หญิงเสเพลแบบนี้ ตายซะยังจะดีกว่า
แต่คิดดูอีกที ได้โตมาในชีวิตแบบนี้ เลี้ยงดูมันให้เชื่องก็ไม่เลว
กูเลยผละมือออก แล้วได้แต่ยืนมองมันเงียบๆ
ครืด ครืด
สักพักจึงนิ่งไปเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ พอยกขึ้นมาดูก็ต้องกลอกตาเซ็งเมื่อเห็นว่าเป็นอีเวย์ กูไม่ค่อยคบใครมาก ก็มีแต่อีเวย์ที่เป็นเพื่อนกันมานาน กูไม่เคยให้มิวได้ทำความรู้จักเพราะอีนี่มันต้องจ้องจะแดกมิวแน่นอน แล้วก็เป็นความจริง หลังจากที่มิวกลับมาก็อ่อยอีนี่ซะเสียทรง
มันคงไม่โทรมาเพราะเรื่องอะไร นอกจากจะชวนไปแดกเหล้า
กูกดรับ ก่อนที่จะกรอกเสียงลงไป
“อะไร”
[แดกเหล้าหน่อยเพื่อน มาที่บ้านกู]
“ก็ดี” กูแค่นหัวเราะ คิดผิดที่ไหน “กูเบื่อบ้านเต็มทน”
[เมียมึงอ่ะ]
“ช่างหัวมันสิ” ผมปรายตามองเด็กในเปล “มันออกไปแดกเหล้ากับผู้ชายประชดกูข้างนอก”
[เอาอีกล่ะ มึงนี่เอาอีกแล้ว แล้วลูกมึงอ่ะจะทำไง ปล่อยไว้คนเดียวเหรอ]
ผมแค่นหัวเราะ
“กูดูเด็กไม่เป็น” พูดแล้วก็คิดถึงเบอร์พี่เลี้ยงเด็ก กูไม่เคยบอกอีเวย์ว่าเด็กไม่ใช่ลูกของกู เหมียวไม่เคยอยากให้โทรหาพี่เลี้ยง แต่ลำพังตัวมันก็ออกไปร่านทุกวัน แล้วใครจะอยู่เลี้ยงลูกได้ กูไม่เอาด้วยหรอกว่ะ “กูจะตามพี่เลี้ยงเด็กมาเลี้ยง ถ้าแม่มันไม่เอาก็ใช้เงินฟาดก็จบ”
[กูชักเริ่มรู้สึกผิดล่ะ] อีเวย์พูดเสียงเซ็ง [ให้กูไปแดกเหล้าที่บ้านมึงมั้ย กูจะได้พาแฟนไปด้วย]
กูชะงักไป
แฟน?
“ก็ได้” แต่กูไม่คิดอะไรมาก อีเวย์มันพวกหน้าม่อ เอาไม่เลือกพอๆ กับกู แต่มันยังดีที่มีร่างกายเป็นผู้หญิง เวลาทำอะไรกะใคร ลากใครเข้าห้องก็ไม่เสียหาย เพราะดูเผินๆ ก็เหมือนเพื่อนผู้หญิงธรรมดา “แต่ถ้าของในบ้านกูหาย มึงต้องรับผิดชอบ”
[เคๆ] มันตอบแค่นั้น ก่อนที่จะกดวางไป
กูมองโทรศัพท์ ก่อนที่จะแค่นยิ้ม
ชีวิตเฮงซวย
กูนั่งทรงๆ เหล้าคนเดียวที่เคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนภายในห้องนั่งเล่น มันถูกออกแบบเพื่อการสังสรรค์ภายในบ้าน กูคิดอยู่แล้วว่ายังไงชาตินี้กูคงไม่สามารถทำตัวเป็นครอบครัวกับใครได้ ที่แต่งงานกับเหมียวก็เต็มกลืน ตอนนั้นเพราะไม่รู้ว่าลูกในท้องไม่ใช่ลูกตัวเอง
ติ๊งต่อง
กูที่โคลงแก้วเหล้าอยู่ชะงักเมื่อได้ยินเสียงกริ่ง กระดกเหล้าก่อนเดินออกไปเปิดประตูรับ
แต่พอประตูเปิดออก เห็นคนที่อีเวย์จูงมือมา กูก็กระตุกยิ้มหยัน
... มิว
[จบพาร์ท : พี่คราม]
ฉันไม่รู้ว่าครามตกใจมากมั้ยที่เห็นฉัน เห็นแค่เขากระตุกยิ้มออกมาบางๆ
“นี่เหรอแฟนมึง?” ครามโพล่งขึ้นมา มองมือฉันกับพี่เวย์ที่จับกันอย่างแนบแน่นแล้วก็กอดอก “เอาเมียเก่าคนอื่นสนุกดีมั้ย”
“เลิกแล้วไม่นับว่ะ” พี่เวย์สวนกลับในระดับที่พอกัน ก่อนที่จะเดินชนไหล่ยักษ์ๆ ของครามเข้าไปข้างใน
ในจังหวะนั้น เราก็สบตากันเงียบๆ
ไม่รู้ว่าครามคิดอะไรอยู่ แต่ฉันว่าเขาคงเจ็บใจไม่ใช่เล่น
ครามเดินเข้ามาข้างในพร้อมกับพวกเรา มองพี่เวย์ที่นั่งลงเอนกายที่โซฟาอย่างสบายๆ เขานั่งที่เคาน์เตอร์บาร์ที่ห่างจากพวกเรา ฉันเพิ่งรู้เลยว่าครามมีเคาน์เตอร์บาร์สำหรับกินเหล้าส่วนตัวในห้อง
“คบกันเมื่อไหร่” เขาถามขึ้นมาลอยๆ จุดบุหรี่สูบภายในห้อง
“มึงต้องไม่เชื่อแน่” พี่เวย์หัวเราะ ผุดลุกขึ้นมานั่งกุมมือฉันที่นั่งลงข้างๆ “วันนี้”
ครามพ่นควันบุหรี่ออกมา
“เหรอ” เขามองฉัน ไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้า “ก็ดี”
น่าแปลกที่เขาไม่มีความคิดเห็นอะไรเลย
ฉันเหลือบมองพี่เวย์ ฉันเองก็แทบไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าพี่เวย์จะหลงใหลฉันจนถึงขั้นยอมเข้าร่วมเกม เธอบอกว่าเธอถูกใจฉัน แล้วก็อยากได้เป็นแฟนมาก ถึงจะต้องทนมองฉันไปที่ไหนกับครามเธอก็ไม่สน
ฉันกับพี่เวย์ตอนนี้ เป็นความสัมพันธ์ครึ่งๆ กลางๆ จะเรียกว่าแฟนได้มั้ยก็ไม่รู้ แต่พี่เวย์กลับพูดได้อย่างเต็มปากต่อหน้าคราม ฉันก็เลยเลยตามเลย
“แล้วแฟนมึงชงเหล้าเป็นมั้ย” ครามที่นั่งเงียบอยู่ๆ ก็พูดขึ้นมา ส่งสายตาท้าทายให้ฉันไปชงเหล้าให้ “สักหน่อยสิ นี่มันหน้าที่ผู้หญิง”
“มิวทำไม่เป็นหรอก” พี่เวย์หัวเราะ ฉันรู้ว่าครามจงใจจะลูบคมพี่เวย์ “กินเหล้ายังไม่เป็นเลย เนอะ”
“จะตอแหลอะไรก็ให้มันเนียนหน่อยอีเวย์” ครามแค่นหัวเราะ เสมองฉันอย่างหยาบโลน “กินเป็นตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้วมั้ง ขนาดอายุสิบแปดยังมีผัวเป็นกูได้เลย”
ฉันนิ่งไป ครามคงเจ็บใจมากสินะ เขาถึงได้แดกดันกันแบบนี้
แต่ไม่เป็นไรหรอก
“ถ้ามิวมอมเหล้าพี่คราม ก็อย่าว่ากันนะคะ” ฉันผุดลุกขึ้นยืน ผละมือจากพี่เวย์เดินไปหาคราม เขามองชุดที่ฉันใส่อย่างเปิดเผย ซึ่งวันนี้มันเป็นเอี้ยมสั้นสีชมพู พร้อมกับเสื้อเอวลอย เอวของฉันโค้งสวยได้รูปทีเดียว
ฉันเดินเข้าไปในเคาน์เตอร์บาร์ต่อหน้าเขา แต่พอทำท่าจะหยิบเหล้าสองขวดที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ ครามก็ปัดมันจนตกลงไปแตก
ฉันตกใจ พอๆ กับพี่เวย์ที่ลุกขึ้นยืน
“เฮ้ย ไอ้คราม เป็นไรปะเนี่ย!” ครามยังสบตาฉันอยู่ เขาทำสีหน้าเหมือนกับจะสบถคำว่า ‘อุ้ย’
“ไม่เป็นไร” เขาโบกมือ “มึงออกไปซื้อเหล้าหน่อย ขับรถมามั้ย”
“กูเนี่ยนะ” พี่เวย์โพล่งออกมา เธอทำหน้าตื่น “แล้วแฟนกูอ่ะ”
“กูจะดูแลให้” ครามฉีกยิ้มตอนที่เหลือบมองฉัน “จะดูแลเป็นอย่างดี”
“เออ อย่าทำอะไรเชียว” อาจเพราะเป็นเพื่อนสนิทกัน พี่เวย์ส่งสายตาให้ครามอย่างรู้กัน ก่อนที่เธอจะเดินออกไปโดยทิ้งให้ฉันอยู่กับครามแค่สองคน
เข้าสูตรที่ว่า เพื่อนกันส่งต่อให้กันได้
ฉันรู้สันดานพวกเขาดีอยู่แล้ว
หลังจากที่พี่เวย์เดินออกไป ครามก็ผุดลุกขึ้นยืน เขาท้าวแขนกับโต๊ะโดยที่มีฉันอยู่ตรงหน้าของเขา ครามฉีกยิ้มออกมา
ฉันหลุบตาลงมองริมฝีปากเขาที่ยกยิ้ม ก่อนที่จะเอื้อมมือไปลูบแผ่นอกที่มีเสื้อเชิ้ตฮาวายปกปิดไว้เบาๆ
“อะไรเหรอคะ จ้องมิวแบบนั้น”
“ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ” เขาพูดพร้อมกับคว้าข้อมือของฉันมาจับไว้ พร้อมกับกุมมือฉันขึ้นมา ใช้ริมฝีปากจูบหลังมือฉันหนักๆ
“อะ” ฉันสะดุ้งเฮือก เมื่อเขาเริ่มเลียร่องนิ้วของฉันจนฉ่ำน้ำลาย
“กูจะแย่งมึงออกมาจากมัน”
น่าแปลกที่พอครามสัมผัสฉัน มันกลับรู้สึกดีอย่างน่าประหลาด ฉันปล่อยให้เขาประสานมือเข้ากับมือเล็กๆ ของฉัน ครามดึงข้อมือฉันเข้ามา เขาส่งสายตาให้ฉันอย่างโหยหา
แน่นอน ความตั้งใจของฉันคือแย่งเขาออกมาจากพี่เหมียวก่อนที่จะเขี่ยทิ้งอย่างไม่ใยดี ฉันค่อยๆ ปีนขึ้นเคาน์เตอร์บาร์อย่างกล้าหาญ ครามที่ฉีกยิ้มอยู่มองเอวของฉันที่ขยับไปตามการเคลื่อนไหว เขาแทบไม่ผละสายตาออกมาเลย
ฉันคว้าแก้มของเขาทั้งสองข้าง ในขณะที่ครามรั้งเอวของฉันที่หมอบคลานอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ราวกับสัตว์เลี้ยงผู้ซื่อสัตย์
เราจูบกันทันที ไม่ต้องรอการดึงดูดกันและกัน ครามเป็นคนเริ่มมันก่อน แล้วฉันก็ไม่ขัดขืนอะไร ยอมรับว่าตอนแรกอยากจะทำเป็นไม่สนใจไม่แคร์เขาใจจะขาด แต่เมื่อแผนมันพลิกไปอีกทาง ฉันก็ขอแก้แค้นด้วยการแย่งคนที่พี่สาวฉันรักที่สุดมาเป็นของตัวเองละกัน
ถึงคนๆ นั้นจะเคยเป็นปีศาจที่ทำลายชีวิตฉันมาแล้วครั้งนึงก็ตาม
แน่นอนว่าฉันจะไม่รักเขาหรอกนะ เพราะฉันจะให้เขาเป็นแค่หนึ่งในตัวเลือกของฉันเท่านั้น
เข้าใจใช่มั้ยล่ะ ‘ตัวเลือก’ น่ะ
