บทที่ 3 ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย (2)
แต่ไม่สะทกสะท้านความกระหายของเขา ความกระหายที่ต้องการจะสั่งสอนเธอ
“คราม! ได้โปรด อย่าเอาตัวที่เกลือกกลั้วผู้หญิงคนอื่นมาใกล้มิว!” ร่างเล็กของมิวพยายามร่นถอยหลังไปด้วยเรี่ยวเเรงอันน้อยนิด เเต่เธอกลับโดนต้อนจนมุมกับกระจกทรงกลมด้านหลัง เเผ่นหลังเล็กเเนบชิดสนิทเนื้อกับกระจกเย็นๆ จนเเผ่ซ่านไปทั่วเเผ่นหลังเล็ก ดวงตากลมโตมองเขาที่ค่อยๆ ดันกายเเกร่งมาจนชิด จนกระทั่งส่วนที่เเข็งเเกร่งของเขาเเตะสัมผัสลงที่หัวเข่า
“มิว กูนอกใจมึงได้ เเต่กูก็ยังกลับมาหามึง” เขาเริ่มสาธยายความเห็นเเก่ตัวของตนเองออกมา พร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งปิดประตู ขังเธอเอาไว้ท่ามกลางบรรยากาศ Toxic ที่อบอวลไปทั่ว “เซ็กส์กับความรักมันคนละเรื่องกัน เเค่ให้มึงเป็นที่หนึ่ง… ไม่พอเหรอ?”
“อย่ามาเห็นแก่ตัว!” หญิงสาวเเทบจะอยากตบหน้าเขา เเต่ไม่มีความกล้าพอที่จะลงไม้ลงมือกับคนที่ตัวเองรักเเทบขาดใจ มิวเกลียดตัวเองที่เป็นเเบบนี้ที่สุด “ถ้าครามยืนยันว่าจะเอาผู้หญิงคนอื่นมาเเทนที่มิว มิวก็มีได้เหมือนกัน เเล้วจะมีให้มากกว่าด้วย!”
“ก็ลองสิครับมิว” ดวงตาคมกริบไม่ได้มีเเววล้อเล่น เขามันเป็นคนเห็นเเก่ตัว เอาเเต่ใจ เอาเเต่ความสุขของตัวเองไม่เคยสนใจว่าเธอต้องเสียน้ำตากับการนอกกายเหล่านั้นไปกี่ร้อยกี่พันครั้ง เมื่อเขาท้าทาย มิวที่ไม่ได้กล้าจะไปทำเเบบนั้นตั้งเเต่เเรกจึงน้ำตารื้นขึ้นมา “มิวก็รู้ว่าเวลาพี่โมโหมันเป็นยังไง”
“...”
“มิวคงไม่อยากให้ผู้ชายของหนูโดนเก็บเพราะหนูใช่ไหม?”
เมื่ออาการโกรธของเขาเเปรเปลี่ยนเป็นระดับที่สูงที่สุด ครามจะพูดกับเธอด้วยคำพูดที่อ่อนหวาน น้ำเสียงที่นุ่มนวลเเอาใจราวกับวันเเรกๆ ที่คบกัน กับใจความที่ว่าเขาจะ ‘เก็บ’ ผู้ชายทุกคนที่เธอนอกใจเขาไปหาเพียงเพื่อเเก้เผ็ดคนเฮงซวยเเบบเขา มันทำให้มิวรู้สึกขนหัวลุกขึ้นมา เเม้จะไม่เคยเห็นครามเก็บใครจริงจัง เเต่เขาก็ไม่ใช่คนที่จะมาล้อเล่นกับเรื่องเเบบนี้
ราวกับเขากำลังข่มขู่เธอด้วยคำว่า ‘ถ้าไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะการเเก้เเค้นเด็กๆ ของเธอ ก็หยุดคิดซะ เพราะเขาไม่มีวันจะหยุดสันดานนี้ รวมถึงไม่มีวันจะปล่อยเธอไปเป็นเมียผู้ชายหน้าไหนด้วย’
สุดท้ายมิวก็หนีไปไหนไม่ได้ ความรักของครามไม่ต่างกับหนามเเละโซ่ที่รั้งข้อเท้าเธอไว้ พร้อมกับจับเธอเข้ากรงสวยๆ ราวกับเธอเป็นนกในกรงที่ถูกเลี้ยงดูไว้เพื่อความสวยงาม กรงที่เเคบลงทุกทีทำให้มิวรู้สึกอึดอัด เเต่ในขณะเดียวกันเธอกลับรู้สึกว่าที่เขาทำเเบบนั้นเพราะเขาหึงหวงกันใช่ไหม?
เเค่เรื่องโง่ๆ ก็คิดเข้าข้างตัวเองเป็นตุเป็นตะ ยิ่งเมื่อเธอคิดเอาเองเข้าขั้นหลอนประสาทเพราะผลจากยาเสพติดที่ถูกป้อนส่งทางปากจากเขา ความหมกมุ่นทำให้มิวช้อนสายตาขึ้นมองเขาทั้งน้ำตา หากเเต่สายตาของเธอกลับหวานหยาดเยิ้ม
“พี่คราม… พี่ครามไม่ได้เกลียดมิวใช่ไหมคะ ไม่ได้เห็นมิวเป็นของตายใช่ไหม พี่ครามยังรักมิวอยู่ใช่ไหมคะ?” ปลาวนิ้วเล็กรั้งเสื้อเชิ้ตสีเทาของเขา จิกทึ้งจนยับยู่ยี่ มิวร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับลูกนกตกน้ำอยู่คาอ้อมอกของคราม
ชายหนุ่มกระตุกยิ้มออกมา ฝ่ามือหนาค่อยๆ เอื้อมมาลูบเเผ่นหลังของคนรักอย่างปลอบประโลม
“พี่รักหนู ไม่เกลียดหรอก”
“จริงใช่ไหมคะพี่คราม” เขากระตุกยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเธอทวนถาม ราวกับคำตอบของเขามันคือโลกทั้งใบ รวมถึงอากาศที่ทำให้เธอหายใจต่อไปได้
“พี่จะโกหกหนูทำไม”
“พี่คราม…”
“...”
“หนูก็รักพี่นะคะ… อย่าทิ้งหนูไปได้ไหม กอดหนูได้ไหมคะ”
เเค่นี้ก็จบเเล้ว
ชายหนุ่มดันร่างเล็กถอนจากกาย ดวงหน้าหวานเงยขึ้นสบตากับดวงหน้าคมคาย เขาเคลื่อนเข้ามาใกล้ ฝ่ามือหนาไล้ไปตามริมกกหู ไล่มาจนถึงซอกคอขาวจัด จนถึงชุดนักศึกษาที่หน้าอกของเธอมันช่างเต้่งตึงจนทำให้ดูเข้ากับชุดนี้เหลือเกิน
เเคว่ก
ครามฉีกกระชากกระดุมทั้งเเผงของเธอออกด้วยเเรงไม่มาก ทรวงอกอิ่มโผล่พ้นออกมาพร้อมกับบราเซียสีชมพูหวาน มันตัดกับผิวขาวที่บอบบาง ผิวที่ไร้ร่องรอยขีดข่วนรวมถึงรอยสิวฝ้าหรือตำหนิใดๆ
มิวเป็นคนที่สวย น่ารัก… เขาเองก็มองเธอมานานเเล้ว การได้เธอมาเป็นเเฟนไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เขาเเปลกใจ ในเมื่อเขามีครบทุกอย่าง เธอจะไม่รักเขาได้ยังไง
มิวลุ่มหลงเขา เเม้จะเกลียดสิ่งที่เขาทำ เเต่เธอก็ไม่เคยไปไหนรอดสักที
จนเขาเกิดความรู้สึกได้ใจ เมื่อเธอยอมฟังเเทบทุกอย่างไม่ต่างกับตุ๊กตาโง่ๆ ที่มีชีวิต ไม่ว่าจะทำเรื่องระยำหยาบช้าเเค่ไหน ไม่ว่าจะขู่เธออย่างไร เธอจะมองว่านั่นคือความรักอันร้อนเเรงที่เขาป้อนให้
ราวกับเเม่นกที่ป้อนอาหารลูก เเละลูกไก่ที่มองคนที่เห็นคนเเรกว่าเป็นเจ้าของชีวิตของมัน
การได้ควบคุม ครอบครองเธอท่ามกลางผู้ชายวัยเดียวกันกับเธอมากมายที่จ้องจะจีบมิวนั้น เขารู้สึกว่าเขามันสุดยอดจริงๆ
ไม่ว่าอยากได้อะไร ก็ได้มาในเงื้อมมือเสมอ
ไม่ว่าจะต้องการเเบบไหน เขาจะต้องได้มันในทันที
ร่างร่านสวาทของมิวกระสับกระส่ายอยู่บนขอบซิงค์ เธอที่ถูกเปิดเปลือยร่างกายอ่อนหวานรวมถึงความไร้ยางอายนั้นสั่นระริกราวกับคนที่ต้องการออกซิเจนเข้าปอด เเละเเน่นอนว่าออกซิเจนนั่นก็คือเขา
ปลายนิ้วที่สอดเขากับกลีบดอกไม้นั้นถูกตอดรัดเป็นจังหวะ ยิ่งเพิ่มปลายนิ้วมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งกระตุ้นปรารถนาของเด็กสาวจนเสร็จสมเฉอะเเฉะ ร่างเล็กซุกอยู่กับอกเขา จิกเสื้อของเขาจนยับยุ่ง
ยิ่งโกรธกันมา ก็ยิ่งเสียวซ่าน
เสียวขึ้นทุกวินาทีที่เขารุนเเรง ทุกครั้งที่ปากเขาบอกคำว่ารัก นั้นไม่ต่างกับยาปฏิชีวนะที่ป้อนให้ในยามที่เธอไร้หนทาง
ทรวงอกกลมกลึงถูกดูดดึงทั้งยอดอกเเละเนื้อเต้านมไปในปาก เขาดูดเเรงจนเธอกระตุกเกร็ง ยิ่งร่างเล็กสั่นระริกจนเสร็จคามือเขาเท่าไหร่ เขายิ่งขบกัดเธอเเรงขึ้น สร้างรอยจ้ำให้เธอมากขึ้นโดยจงใจ
มิวชอบเซ็กส์ของเขา… ชอบจนเรียกได้ว่าคลั่งไคล้
เขาเองก็ชอบ ชอบที่ได้ครอบงำเธอ
ยอดอกที่เเข็งขันนั้นเเข็งเป็นไตยิ่งขึ้น เมื่อเขาใช้ปลายลิ้นอุ่นตวัดไปรอบๆ แล้วดูดดึงอย่างหื่นกระหาย
“อ๊ะ พี่คราม” เสียงหวานของมิวเปลี่ยนไปเรียกชื่อเขาอย่างไพเราะ ต่างจากก่อนหน้านั้นที่เธอก้าวร้าวเเละตวาดใส่เขาว่าจะพยายามมีคนอื่นให้ได้อย่างเขาบ้าง “พี่ครามคะ”
“พอใจไหม” เขากระซิบข้างหูเมียรัก ก่อนที่จะกระตุกเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกจนเผยร่างกายเเข็งเเกร่งสมสัดส่วนชายชาตรี ฝ่ามือใหญ่รั้งท้ายทอยของเด็กสาวมาดูดยอดอกสีเข้มของเขา มิวตวัดเลียพร้อมกับหลับตาพริ้ม เขาจึงดึงผมเธออย่างดุดันแล้วฉีกกระโปรงนักศึกษาออก แอ่นอกแกร่งลูบผมยาวๆ นุ่มสลวยนั่นอย่างกระหาย
“อ๊ะ! กระโปรงเค้า” เสียงใสร้องเสียงอ่อน กางเกงในของเธอถูกชายหนุ่มร่างยักษ์ดึงลงแล้วโยนทิ้งในพื้นห้องน้ำอย่างไม่ใยดี
“ไว้เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่สักสิบชุดเลยนะครับ”
“...”
“ที่รัก พี่อยากเอาหนูจะเเย่เเล้ว”
เรียวขาขาวถูกกูแหกออก ให้เธอถ่างขาจนสุดแล้วดันเธอไปจนชิดกระจก มิวร้องออกมาเบาๆ เมื่อกูแยกกลีบดอกไม้เธอดูความฉ่ำข้างใน แค่เอานิ้วชี้ไปแตะหนักๆ น้ำรักของเธอก็ติดมากับนิ้ว
มิวโม๊คไม่เป็น เพราะงั้นกูจะไม่สอนเพราะปกติชอบใช้กำลังบังคับให้เธออมมันเข้าไปแล้วดันเข้าอุ้งปากเธอจนสุดโคนอยู่แล้ว เลยรูดแก่นกายออกมาแล้วชักเข้าชักออกหนักๆ ให้มันแข็งขืน
พอมันแข็ง กูก็ตบมันกับช่องทางรักของเธอเบาๆ ได้ยินเสียงแฉะๆ ของเธอเป็นระยะ
กูตบมันนาน นานจนมิวขยับตัวอย่างขัดใจ
“... อะ เอามันเข้ามาสิคราม” กูเหลือบมองเมื่อมิวที่เอามือมาปิดปากกลั้นเสียงร้องโพล่งออกมาอย่างลืมอาย เธอกระหายเซ็กส์ของกูเสมอ กูเลยรู้ว่าจะปราบพยศเธอเวลางอนเรื่องผู้หญิงยังไง
ก็แค่กระแทกเข้ากระแทกออก
แม่งไม่ยากไรเลย
“อยากเหรอ?” กูกระซิบเสียงหนัก เห็นมิวหน้าแดงจัดในสายตา “เกือบหกเดือน ตั้งแต่มึงอายุสิบแปด... มึงไม่ชินเหรอมิว?”
“... คราม” เธอร้องหาผมอย่างโหยหา “ได้โปรด... เอามันเข้ามาในตัวมิวเถอะนะ”
“ได้” กูรับคำ พร้อมกับดันเข้าไปจนสุดลำในครั้งเดียว
ความรู้สึกแรก... เสียดเสียวจนเกินจะทนไหว
ร่างกายฉันถูกร่างสูงแกร่งดันไปจนชิดกระจกห้องน้ำ พร้อมกับท่อนแข็งร้อนที่ดุนดันเข้าออกอย่างรุนแรงตั้งแต่จังหวะแรก ลมหายใจเราทั้งคู่กระชั้นหอบถี่ ในขณะที่ครามจะซี๊ดปากเมื่อฉันเสียวมากจนบีบรัดเขา
“อ่า”
“อ๊ะ อ๊ะ คราม” ฉันร้องออกมา ร่างสั่นคลอนไปด้วยแรงของเขา มือเล็กปัดป่ายไปทั่วอกแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยสักเพื่อยึดเหนี่ยว ครามทำเพียงแค่จับเอวฉันแล้วกระแทกเข้ากระแทกออกเท่านั้น
แรงของเขาพร้อมกับลำแท่งอันแข็งร้อนที่มีขนาดมากกว่า 54 ทำให้ร่างฉันแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
ยอมรับว่าครั้งแรกที่ครามทำฉันในรถตอนที่ฉันอายุสิบแปด เรือนกายอันใหญ่โตของเขาทำให้ช่องทางของฉันปริแตก บวมแดงไปหลายวัน แถมครั้งแรกนั่นก็เลือดออกอีกต่างหาก มันอาบขาฉันเลย
ตอนนั้นฉันร้องไห้จนไม่มีน้ำตา แต่ก็เพราะว่ารักไปแล้วถึงได้อยู่กับเขาตรงนี้ถึงแม้จะรู้ว่าเขามันเห็นแก่ตัวและเลวแค่ไหน
ฉันคงโง่ ที่บ้ารักเขามากเกินไปจนไม่ยอมไปไหน แม้ว่าเขาจะมีผู้หญิงเข้ามาในชีวิตระหว่างที่มีฉันอยู่มากมาย
ครามกระแทกกระทั้นเข้าออกอย่างแรงหลายครั้งหลายครา มันทำให้ฉันจุก แล้วทำได้แค่เพียงกอดเขาไว้ กลืนความเลวของเขาที่ทำฉันลงแล้วจำใจรับแรงอัดที่มีแต่อารมณ์ใคร่ของเขาไว้
ครามอาจรักฉัน หรืออาจไม่รักฉัน
ฉันขอแค่ได้ยึดเขาไว้ในอ้อมกอดนี้ ได้ตรึงเขาไว้ให้นานที่สุดก็พอ
