บทที่ 6 ผัวทรยศ (2) จบตอน
“มึงทำแบบนี้ทำไม?”
กูถามเธอหลังจากที่เราเอากันเสร็จบนเตียงของกู ในห้องของกู ถามเหมือนควาย ทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจ
“ถ้าจะถามว่าเราทำแบบนี้ทำไม ก็ถามตัวเองก่อนสิ” เหมียวกอดกูไว้ มันลูบวนไปมาแถวๆ ซิกแพคหนา “ทำไมพอเจอหน้ากัน ถึงได้เอาเราจนเตียงยับขนาดนี้”
“...”
“ทั้งๆ ที่ก็เพิ่งเอากับน้องสาวเรามา”
“มึงกับมิวก็มีค่าเท่ากัน” กูแค่นหัวเราะ ประชดประชันมันด้วยความแค้นกับหลายต่อหลายเดือนและหลายช่วงเวลาที่มันทิ้งกูไป แต่มือกลับขย้ำเอวมันไม่ยอมปล่อย “แค่ของเล่นของกู”
“ไม่ใช่ว่าลืมเราไม่ได้เหรอคราม” มันพูดออกมาคำนึง กูนิ่งไป “ครามคนโง่ ลืมเราไม่ลงตลอดสองปีเลยสินะ”
“อย่ามาพูดควายๆ!” กูผลักมันออกอย่างแรง ก่อนที่จะขึ้นคร่อมมัน ทำเหมือนที่ทำกับผู้หญิงคนอื่น ทั้งที่เจ็บจนใจแทบขาด “กูแค่รอวันที่จะเอาคืนมึงอย่างสาสม เหมือนที่มึงทำกับกู”
เหมียวที่อยู่ใต้ร่างกูเบิกตากว้าง ก่อนที่จะฉีกยิ้มบาง
“คราม” ริมฝีปากสีแดงสดขยับพูด “ครั้งนี้ที่เรากลับมา เรากลับมาเพื่อมาเอาครามคืนนะ”
“...”
“เราไม่เคยเห็นครามเป็นของเล่นเลยสักครั้ง” มือเรียวเอื้อมมาลูบที่สันคอกูเบาๆ แววตากูฉายชัด เห็นน้ำตามันไหลลงมาตามผิวแก้ม “เรารักคราม”
“...”
“รักครามจริงๆ”
ตอแหล
กูรู้ดี รู้อยู่แก่ใจ แต่ทุกครั้งที่เหมียวมันกลับมาแล้วตอแหลใส่กูแบบนี้
หมับ
“กูก็รักมึง” กูดึงร่างขาวเนียนเข้ามากอดไว้แน่น แทบไม่มีความเสียใจที่กูมีความคิดว่าจะทิ้งผู้หญิงทุกคน เพราะที่ผ่านมา กูมีคนในใจ แต่ที่เลือกรัก เพราะมันคล้ายคนในใจมากเกินไป
แต่คนในใจแม่งก็คือคนในใจ ไม่มีหน้าไหนแทนได้
สองปีกับห้าเดือน คงรู้อยู่แก่ใจว่ากูจะเลือกใคร
“...”
“แต่ครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่กูจะให้มึงแล้ว เหมียว”
แม้ว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นมิว... ก็ไม่เว้น
[จบพาร์ท : คราม]
ฉันตื่นเช้ามาพร้อมกับแชทที่ถูกครามบล็อก เบอร์ก็ถูกบล็อก โทรหาเขาแต่กลับไม่มีใครรับสาย
ฉันนั่งมึนงงอยู่ในห้องนอนของตัวเอง กับร่างเปลือยเปล่าที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล มันเพิ่งตื่นตัวจากเมื่อวานเลย ที่เรามีอะไรกันแล้วเขาบอกรักฉัน
เมื่อคืนเขายังอยู่กับฉันแท้ๆ แต่วันนี้เขากลับบล็อกฉันทุกช่องทาง เหมือนกำลังจะถูกเขี่ยทิ้งก็ไม่ปาน
แวบแรกฉันกลัวว่าครามจะเป็นอะไรไป เพราะปกติถึงเขาจะนอนกับผู้หญิงคนอื่นเวลามีฉันจนฉันโกรธ แล้วตามมาง้อฉันอย่างรุนแรง แต่ครามก็ไม่เคยแสดงออกว่าจะขาดการติดต่อกับฉันไปทั้งอย่างนี้ เขายังแสดงออกว่าจะมีฉันเป็นที่หนึ่งอยู่เสมอ
ห้าเดือนที่ผ่านมาฉันลงหลักปักฐานว่าจะลงเอยที่เขา หวังไว้สูงมากทีเดียวว่าจะต้องเป็นเขาที่ฉันจะแต่งงานด้วย
หรือเพราะเมื่อวานที่ฉันบอกว่าจะให้เขาไปเจอครอบครัว? เขาไม่อยากคิดจะรับผิดชอบฉันเหรอ
ไม่อยากโดนผูกมัดขนาดนั้นเลยเหรอ...
ฉันนั่งคิดมากอยู่บนเตียง ครามทิ้งฉันไปอย่างงงๆ เหมือนว่าห้าเดือนที่ผ่านมาเขาไม่ได้รักฉันเลย ทั้งที่เขาแสดงออกมากขนาดนั้นว่าหวงแหนฉันราวกับของสำคัญแท้ๆ
ฉันไม่สามารถติดต่อเพื่อนเขาได้ เพราะตลอดเวลาที่คบกัน เพื่อนเขาสักคนครามก็ยังไม่เคยแนะนำให้รู้จัก ฉันเคยถาม แล้วก็โดนเขาตะคอกใส่ว่าเพราะเขาไม่ต้องการให้เพื่อนรู้จักฉัน แล้วหลังจากนั้นเขาก็ปลุกปล้ำฉันอย่างหนัก เนื่องจากฉันทำให้เขาไม่พอใจ
แม้แต่บ้านของเขา ฉันยังไม่เคยไปเลย ครามรู้เรื่องของฉันทุกอย่าง แต่เรื่องของเขาฉันกลับไม่เคยได้รู้อะไรเลย
ฉันนั่งเครียด ร้องไห้ คิดมาก คิดไปต่างๆ นานาว่าเพราะอะไร เพราะมันไม่มีเหตุผลเลย เรื่องของเขาฉันก็ไม่เคยรู้ ทั้งเรื่องแฟนเก่า หรือเรื่องที่ว่าเขาคิดอะไรอยู่
ฉันหลอกตัวเองว่าเขารักฉัน หลอกตัวเองทุกวัน
จนมัน...
ครืด ครืด
ฉันสะดุ้งเมื่อคิดอะไรอยู่ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์สั่นข้างหมอน พอกดดูเบอร์ ก็พบว่าเป็นเบอร์แม่
ฉันรีบเช็ดน้ำตา แล้วรับโทรศัพท์
“ฮัลโหล มีอะไรเหรอคะแม่”
[น้องมิว วันนี้มีเรียนมั้ยจ๊ะ] ทันทีที่แม่ถามฉันก็สูดน้ำมูก [มีน้ำมูก? เป็นหวัดเหรอน้องมิว]
“เปล่าค่ะแม่ มิวไม่มีเรียน มีเรื่องไรอ่ะ” ฉันปรับเสียงตัวเอง แล้วยกหลังมือเช็ดน้ำมูกที่ไหลลงมาเพราะผลจากการร้องไห้
[พี่เหมียวเค้าเอาสามีมาเปิดตัวกับพ่อแม่ เลยอยากให้มิวมาร่วมแสดงความยินดีจ้ะ]
หือ?
พี่เหมียวเปิดตัวสามีเหรอ
พี่เหมียวน่ะเสน่ห์แรงจะตาย มีแฟนตั้งแต่ ม.ต้น แล้ว ไม่เห็นน่าตื่นเต้นตรงไหน
“มิวต้องไปด้วยเหรอคะ”
[แน่สิจ๊ะ พี่เหมียวบ่นคิดถึงมิวอยู่นะ] ฉันชะงักไป
พี่เหมียวบ่นว่าคิดถึงงั้นเหรอ?
“ค่ะ งั้นเดี๋ยวรอมิวอาบน้ำแต่งตัวแปปนึงนะแม่”
ใจอ่อนอีกแล้ว
ฉันยืนอยู่หน้ากระจก ตาบวมเพราะแอบไปยืนร้องไห้ในห้องน้ำ แล้วกดโทรหาครามไปด้วย แต่ก็โทรไม่ติดเหมือนเดิม
ฉันบอกตัวเองในกระจกว่าเลิกพะวงถึงเขาก่อนเถอะ ไม่ใช่ว่าเพิ่งโดนทิ้งครั้งแรกนี่ เราคบๆ เลิกๆ กันมาไม่รู้กี่ครั้งกี่ครา นี่อาจจะเป็นครั้งที่ร้อยของทุกครั้งก็ได้ ยังไงก็ตาม วันนี้มันเป็นวันของครอบครัวนะ
ใช่ ฉันคิดอย่างนั้น
แต่พอไปถึง เข้าไปในบ้านอย่างคุ้นชิน เงยหน้าขึ้นมองผู้ชายที่เป็นสามีพี่เหมียวในห้องนั่งเล่น
ใจฉันหล่นลงไปเลย เพราะว่ามันคือคราม
คือแฟนของฉันเอง
เขาบล็อกฉันทุกอย่าง บล็อกฉันทุกทาง เพื่อมาเปิดตัวว่าเป็นสามีของพี่สาวของฉันน่ะเหรอ
“นะ นี่มันอะไรกันคะพี่เหมียว!” ฉันสติแตกจนต้องโพล่งขึ้นมา พ่อกับแม่มองฉันอย่างตกใจ “นี่คือแฟนของมิว ทำไมถึงเป็นสามีพี่ได้...!”
พี่เหมียวนิ่งไป ในขณะที่ใบหน้าของครามไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เขาเหมือนไม่ตกใจเลยที่มาเจอฉันที่นี่
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ฉันเห็นว่าพี่เหมียวเบิกตากว้างเหมือนเพิ่งรู้สึกตัว เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนัก
“อะไรนะ...” เธอพึมพำอย่างไม่เชื่อหู ฉันได้แต่ตกตะลึง ก่อนที่จะยิ่งกว่าตะลึงเมื่อเธอจงใจตบไปที่ใบหน้าของครามอย่างแรง
เพี้ยะ!
“คะ คราม ไหนบอกว่าเลิกแล้ว เลิกหมดทุกคน ทำไม... ทำไมถึง” ฉันหน้าชา รับรู้ได้ในทันทีว่าเธอกำลังเล่นละคร พี่เหมียวสะอื้นอย่างหนัก ในขณะที่ครามที่โดนตบหน้าจะหันกลับมา
แววตาที่เลือดเย็นของเขาสบตากับฉัน ใบหน้าแดงเป็นปื้นแค่นยิ้มหยัน
“น้องเธอบอกว่ารักพี่ แล้วทึกทักเอาเองว่าพี่เป็นแฟน” เขาแค่นหัวเราะราวกับเป็นเรื่องตลก ฉันหน้าชาไปเลย “เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”
ขาฉันอ่อนแรงจนล้มลงไปกองกับพื้น น้ำตาไหลลงมา พ่อกับแม่มองฉันอย่างตกใจ ในขณะที่ครามจะลุกขึ้นยืน
“ขอตัว”
เขาพูดเหมือนไม่อยากทนเห็นฉันที่นั่งน้ำตานองหน้าอยู่แม้แต่นาทีเดียว พูดขึ้นอย่างเห็นแก่ตัว ครามเดินออกไปเลย เดินผ่านฉันไปราวกับว่าฉันไม่มีตัวตน
ทั้งที่เขามีอะไรกับฉันแล้ว ทั้งๆ ที่...
“คราม!” ฉันสติแตกสุดๆ วิ่งไปกอดท่อนขาของครามไว้ต่อหน้าพ่อกับแม่และพี่สาวที่หักหลังฉันจนไม่เหลือชิ้นดี “ไม่นะคราม ฮึก... ครามอย่าทิ้งมิวไปง่ายๆ แบบนี้”
“...”
“ครามรู้จักพี่เหมียวเหรอ ทำไม...”
“กูทำมันท้อง เข้าใจมั้ยมิว” เขาสะบัดมือฉันออก พร้อมกับกระซิบเสียงหนัก “ระหว่างสองปีกับห้าเดือนที่คบกับมึง กูรู้ว่ากูจะเลือกใคร”
สะ... สองปี
นี่มันหมายความว่ายังไง?
“แล้วที่บอกว่ารักกัน” ฉันพูดออกมาเสียงดัง “ที่บอกว่าจะเลิกกับทุกคนเพื่อมิว นี่ไปแอบคบกับพี่เหมียวลับหลังเหรอ?”
ครามเงียบสนิท เขาไม่ยอมตอบ จนฉันมารู้สึกตัวอีกที
“... จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะมิวน้อย” ฉันสะดุ้งเมื่อพี่เหมียวเดินมาสมทบ เห็นครามถูกยื้อกลับไปยืนเคียงข้างอสรพิษที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่สาวของตัวเองตลอดมา “พี่คบกับครามมาสองปีแล้ว พอพี่ทิ้งครามไปญี่ปุ่นครามถึงได้มาคบกับมิวน้อย”
“...!”
“นั่นก็หมายความว่า... มิวน้อยมาทีหลังนะ”
ฉันโกรธมาก และไม่สามารถให้อภัยทั้งพี่เหมียวและครามได้
พ่อแม่ที่คิดว่าเราคือพี่น้องที่รักกันดีได้ตาสว่างก็วันนั้น เขาเรียกเรามาคุยกัน แต่ฉันไม่อยากทนเห็นหน้าพี่เหมียวในบ้านหลังนี้ได้อีกแล้ว เธอแสดงออกชัดเจนว่าเธอยังคงเกลียดฉันไม่เปลี่ยน แล้วจงใจหักหลังกัน
ฉันหนีออกจากบ้าน ยกผู้ชายสารเลวให้พี่เหมียวได้ครอบครองสมใจอยาก แล้วตั้งใจว่าจะเปลี่ยนตัวเองใหม่ แล้วจะไม่ผูกมัดกับใครอีกเลย
พอฉันอายุยี่สิบ ฉันรวบรวมเงินทั้งหมดที่มีและโทรบอกพ่อแม่ผ่านทางโทรศัพท์ว่า ฉันจะไปทำงาน เรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก แล้วกลับมาเรียนต่อที่นี่ตอนอายุยี่สิบสอง
ฉันจำเป็นต้องพึ่งพาพ่อแม่ เพื่อการเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งยิ่งใหญ่
ตอนแรกพ่อแม่คัดค้าน แต่ฉันขู่ว่าถ้าพวกเขาไม่ยอม ฉันจะหนีไปไม่กลับ และไม่ติดต่อกับทางบ้านอีกเลย
ฉันเลือกไปอยู่ที่เกาหลีเพราะเรียนเอกภาษาเกาหลีอยู่แล้ว ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสองปี หัดเข้าผับกินเหล้า แล้วเริ่มทำตัวเองให้เปรี้ยวขึ้น คบเพื่อนผู้ชายที่นั่นเยอะแยะ แล้วคนพวกนั้นก็คอยสอนให้รู้จักมองคนให้ออก
ผู้ชายเกาหลีน่ะไม่ใช่เล่นๆ กันสักคนหรอก ฉันเชื่อว่าก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าครามเลย
และนี่ก็เป็นเหตุผล ที่ทำให้ฉันได้กลับมาใหม่ตอนอายุยี่สิบสอง ในฐานะมิวคนใหม่
ที่จะไม่มีวันร้องไห้ให้กับผู้ชายหน้าไหนอีก
