บทที่ 9 สุขสม (1)

“น่ารักดี” ครามเอ่ยปากชมออกมาคำหนึ่ง ทำเอาฉันนิ่งไป

‘น่ารักดี’ เหรอ

“ใช่ปะ” พี่เวย์ฉีกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ผละมือออกจากไหล่ฉัน ในขณะที่ฉันจ้องหน้าครามนิ่ง เขาเองก็จ้องฉันเหมือนกัน “เออ กูไปเข้าห้องน้ำแปป น้องมิว เดี๋ยวพี่มา”

“ค่ะพี่เวย์” ฉันหันไปเปลี่ยนสีหน้าตอบพี่เวย์อย่างเริงร่า เธอคว้าข้อมือฉันขึ้นมา โดยที่ไม่ทันตั้งตัว ร่างสูงโปร่งจูบหลังมือฉันเบาๆ แล้วฉีกยิ้มให้ฉัน ต่อหน้าสายตาที่แวววับของคราม

“รอพี่แปปนะคะ” เสียงทุ้มหวานแบบสาวห้าวทำเอาฉันหลงเสน่ห์ไปชั่ววูบนึง ก่อนที่เธอจะกระดกเหล้าแล้วเดินออกไป

เหมือนโชคชะตาจะเป็นใจรึเปล่านะ เหลือฉันกับครามอยู่ด้วยกันแค่สองคน มีเพียงแค่เก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์บาร์ที่ว่างเปล่าของพี่เวย์กั้นอยู่ตรงกลาง

ฉันหันไปสนใจกับค็อกเทลตัวเอง โคลงแก้วไปมาโดยไร้เสียงทักทายจากคราม แอบเหลือบมองเขานิดหน่อย เห็นว่าร่างสูงเองก็กำลังกระดกเหล้าเข้าปาก

ดูสีหน้าครามไม่ค่อยดี แต่เขาพยายามไม่แสดงอาการ

ฉันแอบฉีกยิ้ม คงมีปัญหากับเมียอสรพิษของเขา... หมายถึงพี่สาวของฉันน่ะ ยังไงคนอย่างเธอก็คงไม่ได้จบที่การมีลูกในวัยนี้หรอก พี่เหมียวน่ะอยู่ไม่สุขจะตายไป

ฉันรู้น่า ฉันรู้

ลุกไปเข้าห้องน้ำตามพี่เวย์ดีกว่า ยังไงก็ดีกว่าต้องมาเผชิญหน้ากับเขาตรงนี้สองต่อสอง ฉันแอบรู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัยสำหรับฉันเท่าไหร่

“เปลี่ยนรสนิยมแล้วเหรอ”

กึก

แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะลุกขึ้น ครามก็เริ่มบทสนทนาขึ้นมา ฉันหันไปมองเขาอย่างแปลกใจ ปกติคนอย่างครามถ้าลองเลิกกับใครได้แล้วจะเททิ้งแบบไม่เหลือเยื่อใย แต่ดูเหมือนเขาจะแอบสนใจฉันอยู่

ฉันก้มลงมองตัวเอง ก็ไม่แปลก ตามประสาคนมีลูกมีเมีย ของขาด

“ถ้าหมายถึงพี่เวย์” ฉันตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มหวาน “ก็น่ารักดีเหมือนกัน แต่ถึงเป็นผู้ชายมิวก็ไม่ขัดข้องหรอกนะ”

“แสดงว่าเอาไม่เลือก?” เขาฉีกยิ้มมองฉัน

“ก็ใช่นะ ไม่ต่างกับพี่สมัยก่อน” ฉันฉีกยิ้มกลับ ครามนิ่งไป เขากำแก้วเหล้าแน่น เหมือนจะรู้แล้วนะว่าสำหรับฉัน เขามันไม่มีค่าอะไรเลย

เขามันก็แค่อดีตอ่ะ จริงมั้ย

“ไม่เจอกันนานร่านขึ้นเยอะ” เขาโพล่งขึ้นมา สีหน้าเหมือนหงุดหงิดใจ

“แล้วไงเหรอ ถ้าไม่พอใจที่ร่านก็อย่ามาสนใจสิ”

“อีเวย์มันก็ไม่ได้ดีไปกว่ากูหรอกนะ กูขอเตือนไว้” เขาหันมาพูดกับฉันอย่างหงุดหงิด ฉันก็ไม่รู้นะว่าเขาไม่พอใจเรื่องอะไร แต่คงไม่พ้นเรื่องพี่เวย์

“ทำไมเหรอ หวงก้างงั้นสิ” ฉันไม่ได้แค่คิด แต่ฉันพูดออกมาเลย

ครามหันมามองหน้าฉันทันที เขากำแก้วเหล้าแน่นขึ้นอีก

“ใช่”

“...”

“กูหวงก้าง ทำไม?”

คราวนี้แก้วเหล้าที่เขากำเริ่มร้าวเพราะแรงบีบของเขา ฉันทึ่งไปเลยที่เขาตอบมันออกมาตรงๆ แบบนี้

“ว้าว” ฉันยืนอึ้งไปนาน ก่อนที่จะรีบคืนสติแล้วปรบมือ “ยอมรับง่ายๆ แบบนี้ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก พี่ครามเท่จังเลยค่ะ”

“กูไม่ได้พูดเล่น” เขาเหลือบมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า “มึงกลับมาคราวนี้น่ารักขึ้นเยอะ กูไม่ชอบที่มึงมาทำตัวแรดร่าน ผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้”

“...”

“กู...”

“คุยอะไรกัน” ทั้งฉันและครามชะงักไปทั้งคู่เมื่อได้ยินเสียงพี่เวย์ที่เดินมาสวมกอดด้านหลังฉัน ตอนแรกฉันคิดว่าเธอจะได้ยิน แต่เหมือนว่าเสียงของครามที่พูดกับฉันจะกลืนไปกับเสียงของผู้คนในผับ

“เปล่าค่ะพี่เวย์” ฉันแก้ตัว ฉีกยิ้มหวานให้เธอ “เข้าห้องน้ำนานจังเลย มิวรออยู่นะ ว่าจะชนแก้วด้วย”

“ไม่ชนกับไอ้ครามไปก่อน พี่ไปฉี่” เธอพูดติดตลก ในขณะที่ฉันเหลือบมองคราม เขากำลังเปลี่ยนแก้วเหล้าใหม่กับบาร์เทนเดอร์ แล้วฉันก็เริ่มคิด ว่าเมื่อกี้เขาต้องการจะสื่ออะไร

ถ้าจะทวนความหลัง ฉันคงต้องดักทางไว้ก่อนว่าฉันคงจะเลือกพี่เวย์ ไม่ใช่ผัวเก่าอย่างเขา

“พี่เวย์คงไม่รู้สินะคะ ว่าครามคือแฟนเก่าหนู” ทั้งพี่เวย์และครามชะงักไปทั้งคู่เมื่ออยู่ๆ ฉันก็โพล่งออกมาว่าแบบนั้น “แต่ก็แค่แฟนเก่าอ่ะค่ะ เมื่อสองปีที่แล้ว ตอนนี้เลิกกันแล้ว”

“...”

“เพราะงั้นวันหลังถ้าพี่เวย์จะชวนมิวมาที่ไหน ถ้าที่นั่นมีพี่คราม มิวคงจะไม่มานะคะ” ฉันพูดอย่างเด็ดขาด ดึงเสื้อ F*ck Me DADDY ต่อหน้าเธอกับครามให้รู้ว่าใครคือแด้ดดี้ของฉัน รั้งคอเธอให้มาจูบปากอย่างดูดดื่มต่อหน้าคราม ก่อนที่จะเซย์กู้ดบาย “บายค่ะ”

แล้วเดินออกไปจากตรงนั้น ในขณะที่ใจเริ่มเต้นตึกตัก

“มึงกลับมาคราวนี้น่ารักขึ้นเยอะ กูไม่ชอบที่มึงมาทำตัวแรดร่าน ผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้”

คำพูดของครามยังวนเวียนอยู่ในหัว แล้วฉันก็ตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไร

รู้แค่ว่าแผนครั้งนี้ที่ฉันกลับมามันผิดไปหมด ทั้งคำพูดสวนทางของครามกับท่าทางที่เขามีต่อลูกเมีย ทั้งการประกาศว่าหวงก้างตรงๆ กับฉัน สิ่งที่ฉันคิดในตอนแรกที่กลับมา คือฉันจะให้เขารู้ว่าฉันลืมเขาไปแล้ว

แต่เหมือนว่าครามจะ...

ช่างเถอะ ฉันไม่อยากยุ่งกับเขาอีกต่อไปแล้ว

นี่มันชักไม่ปกติแล้ว

ฉันกลับมาที่ห้องตัวเองในเวลาดึกสงัด ยังไม่เปลี่ยนชุดแล้วดื่มโซจูที่ซื้อมาตามร้านสะดวกซื้อลงคออย่างสำราญใจ ทั้งๆ ที่ในใจยังสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง

ก็อกๆ

ฉันชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู ไม่รู้ว่าใครที่มาเคาะประตูตอนดึกดื่นป่านนี้ แต่พอไปส่องตาแมวดู

ฉันชะงักไป เมื่อรู้ได้ในทันทีว่า ‘เขา’ แอบตามฉันมาที่นี่

เพราะคนที่อยู่หน้าประตูนั่นก็คือคราม

ฉันหันหลังไปพิงประตูไว้ กระซิบบอกตัวเองในใจว่านี่มันไม่ใช่ เหมือนเขากำลังสะกดรอยตามฉัน แต่สะกดรอยตามเพื่ออะไรกัน? แล้วดึกขนาดนี้ต้องการมาคุยอะไรกับฉัน

และเพราะฉันอยู่ในห้องที่ค่อนข้างมีการรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา มันมีจอเล็กๆ ที่สามารถกดสนทนากับคนหน้าห้องได้ แถมยังมีกล้องวงจรปิดอยู่หน้าห้องด้วย (ฉันสั่งให้ติดก่อนที่จะมา)

ฉันกดเปิดใช้งานจอนั้น แล้วส่งเสียงเพื่อคุยกับเขา

แค่เพียงสั้นๆ

“มาทำไม?”

[ก็รู้ไม่ใช่เหรอ] ครามตอบกลับมาแทบจะทันที เขาไม่มีทีท่าจะดูเหมือนเมา เอาง่ายๆ ก็คือตอนนี้สติเขายังครบดี แม้แต่ตอนอยู่ที่ผับ

“มาได้ยังไง”

[ให้คนขับตามรถมึง] เขายอมรับออกมาตรงๆ ว่าเขาสะกดรอยตามฉันมาจริงๆ ครามเงยหน้าขึ้นมองกล้องวงจรปิด [แล้วสำคัญอะไร?]

ฉันเงียบ ครุ่นคิด คิดว่าสถานะของครามตอนนี้ก็เล่นด้วยได้ไม่ยากนัก

“แอบตามผู้หญิงคนอื่นมาแบบนี้ ไม่กลัวเมียจะว่าเอาเหรอ” ฉันถามตรงๆ เพราะวันนั้นเขาเป็นคนทิ้งฉันไปแล้วไปแต่งงานกับพี่สาว จนตอนนี้ก็มีลูกกัน แค่คิดก็ข่มใจเอาไว้ไม่ไหว “มิวบอกพี่เหมียวได้นะ”

[ก็บอกไป] เขาเหมือนพร้อมจะเสีย [ลูกก็ไม่ใช่ลูกกู กูจะแคร์ทำไม]

คำตอบนั้นทำเอาฉันนิ่งไป เป็นคำแทงใจ เพราะพอจบประโยคนั้น ฉันก็เปิดประตูออกมาต้อนรับเขาด้วยสายตาแพรวพราว

“ว่าไงนะ?”

ทันทีที่เปิดประตู ฉันเห็นว่าชุดของครามไม่เรียบร้อย เราสบตากันในความเงียบ แล้วเหมือนว่าครามจะฉีกยิ้มออกมา

“ไม่คิดจะชวนเข้าไปหน่อยเหรอ?”

“พอดีไม่อยากให้ผัวเก่าเข้าห้อง” ฉันยกมือขึ้นกอดอก เขานิ่งไป ในขณะที่ฉันจะเริ่มล้วงข้อมูล “แล้วสรุป ลูกของพี่กับเมียไม่ใช่ลูกแท้ๆ จริงรึเปล่า?”

“ถ้าอยากรู้ข้อมูลจากกู มึงต้องเปลืองตัวหน่อยนะ” ครามกระซิบเสียงหนัก เขาเองก็เจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน

“งั้นก็ไม่อยากรู้ล่ะ” ฉันทำท่าจะปิดประตูใส่อย่างเอาแต่ใจ แต่ว่าครามเอาศอกกั้นประตูไว้

“เดี๋ยวก่อน” เขาแทรกขึ้นมา “ไม่ใช่ว่ามึงคิดถึงกูหรอกเหรอ ถึงกลับมา”

เหอะ

ฉันเบ้ปากแรงๆ ก่อนที่จะปิดประตูกระแทกเข้าศอกของเขา พวกคนชั้นต่ำมันก็จะหลงตัวเองแบบนี้นั่นแหละ

“คิดไปเองเหรอ” ครามไม่มีท่าทีเจ็บปวด ฉันรู้ว่าเขาแข็งแรงเกินมนุษย์ปกติ แต่ก็แค่ไม่อยากให้เขาคิดไปเองว่าฉันยังรักเขาอยู่ “ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ ไหนอธิบายหน่อย”

ครามดันศอกจนประตูเปิดออกจนได้ แน่นอนว่าฉันสู้แรงเขาไม่ไหวมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ประโยคต่อไปของครามต่างหากที่ทำให้ฉันสู้ไม่ได้ยิ่งกว่า

“เพราะกูคิดถึงมึง”

“...”

“พอใจรึยัง?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป