บทที่ 13 บทที่ 3 : ต้นเหตุ E
เรือสปีทโบทสีขาวตามมาเทียบชายฝั่ง และกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบคนสวมแว่นตาดำสนิทดูภายนอกน่ากลัวยิ่งกว่ามาเฟียในภาพยนตร์เสียอีก กลุ่มคนพวกนั้นมุ่งหน้ามายังรีสอร์ทที่ปลายฟ้าพักอยู่กับทรงพลในห้องเดียวกันแบบสองต่อสอง
“มาอยู่กันที่นี่เอง” ธีร์จุฑาคำรามลั่นเมื่อพบว่าหลานสาวมาเที่ยวที่เกาะโดยไม่ขออนุญาตเขา แถมพักค้างอ้างแรมกับผู้ชายที่รีสอร์ทแห่งนี้แบบสองต่อสอง สายตาคมปราบมองทรงพลอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
“คุณอาเข้าใจผิด” ปลายฟ้ากรีดร้องห้ามเสียงหลงเพราะเธอกับทรงพลไม่มีอะไรเกินเลยมากกว่าจูบและเธอเองเป็นฝ่ายเริ่ม
“แกทำเลวอะไรกับหลานสาวฉัน ห๊า?? ไอ้ไก่อ่อน!” ธีร์จุฑาโกรธจัด
“คุณอาธีร์คะ ปลายขอร้อง อย่าทำร้ายพี่พอล” เสียงหวานขอร้องอ้อวอน
ดวงตาคมเข้มของธีร์จุฑาเปล่งประกายแข็งกร้าว มันหยามกันเกินไป เขาต้องดูแลหลานสาวในฐานะผู้ปกครอง หลังจากพี่ชายและพี่สะใภ้ประสบอุบัติเหตุตั้งแต่ยัยปลายอายุไม่กี่ขวบ
“หยุดเดี๋ยวนี้ปลาย เราเป็นผู้หญิงต้องวางตัวให้ดีกว่านี้อาจะส่งเราไปเรียนเมืองนอก จับแยกจากไอ้กุ๊ยข้างถนนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้านี่สักที” เขาบัญชาด้วยน้ำเสียงกร้าวฟังดูเด็ดขาด
“คุณอา” ปลายฟ้าเสียงเครือ น้ำตาเอ่ออาบแก้มทั้งสอง คุณอาที่ดูแลเธอมาตั้งแต่เด็ก เผด็จการไม่เคยเปลี่ยนเลย ครั้งนี้ก็เช่นกัน ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรเลย เธอเกลียดอาธีร์
เกลียด!
“ผมไม่ได้ทำอะไรให้ปลายเสียหายและเรารักกันนะครับ” ทรงพลเสียงหนักแน่นเขาจะต้องอธิบายให้ผู้ชายตรงหน้าเข้าใจ ที่สำคัญเพื่อปลายฟ้า เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เขาไม่ได้ทำอะไรให้ปลายฟ้าเสียหายเลยแม้แต่น้อย
เผียะ!!
ใบหน้าหนุ่มน้อยหันฉับตามแรงฝ่ามือหนาของนักธุรกิจหนุ่ม เลือดแดงสีสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปากจนทรงพลได้รู้รสเฝื่อนๆ ของเลือดตัวเอง
“คุณอา...”
ดวงหน้าหวานของปลายฟ้าน้ำตาไหลพราก ถ้าการเป็นทายาทไฮโซมันทำให้หญิงสาวรักใครไม่ได้ เธอยอมเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีสมบัติไม่มีเงินและไม่มีนามสกุลดังพ่วงท้ายยังจะดีเสียกว่า
ธีร์จุฑาหันไปออกคำสั่งกับการ์ดร่างบึกบึนด้วยน้ำเสียงเข้มขึง ดวงหน้าเรียบนิ่งของเขานั้นค่อนไปทางเย็นชา หัวใจของเขาเยือกเย็นยิ่งกว่าธารน้ำแข็งขั้วโลกเสียอีก
“อัดมัน!ให้สำนึกว่ามันกล้ายุ่งกับหลานสาวใคร” เขาสั่งเสียงดังฟังดูเชือดเฉือน
“อย่านะคะ คุณอาอย่าทำพี่พอล” ปลายฟ้าร้องขอทั้งน้ำตาพร้อมทำท่าโผเข้าหารุ่นพี่หนุ่มคนรัก
“เงียบแล้วกลับบ้าน”
เขาคว้ามือหลานสาวจับขึ้นรถเอนกประสงค์แล้วเลื่อนหายไป ก่อนที่ร่างของทรงพลจะ กลายเป็นกระสอบทรายให้บรรดาการ์ดร่างยักษ์ของเขาอีกสามสี่คน
‘ซ้อมแต่อย่าให้มันตายล่ะ แล้วเอาตำรวจมาลากมันเข้าคุก!!’
