บทที่ 7 สีหน้าที่เก็บไม่อยู่

ถึงในสายตาคนอื่นเจ้าของตำหนักบูรพาจะดูอ่อนโยนอบอุ่นอัธยาศัยดี แต่สำหรับเยว่ซูซินนางกลับรู้สึกว่าเฟยห้าวซุนเป็นคนสองบุคลิก เพราะยามเจอนางทีไรจะต้องตรัสให้นางโมโหได้ทุกครา

“นั่นสิ! องค์รัชทายาทซินเอ๋อร์ไปทำอันใดพระองค์อย่างนั้นหรือเพคะ”

หลี่ฟางซินที่สงสัยในคำพูดของเฟยห้าวซุน จนทนเก็บความข้องใจเอาไว้ไม่อยู่ กล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง ทว่านางไม่ได้คิดจะถามเพื่อเข้าข้างบุตรสาวของตน เหมือนกับเหล่าบุรุษในตระกูลเยว่ที่คอยให้ท้ายเยว่ซูซิน แต่ที่เยว่ฮูหยินถามเพราะนางจะได้ตักเตือนบุตรสาวได้ถูก

“ท่านน้าสะใภ้อย่าได้เป็นกังวลไปเลย ซินเอ๋อร์มิได้ทำอันใดร้ายแรง ข้าเพียงได้ข่าวมาว่านางแอบรับสินบน เพื่อแลกกับการที่จะให้สหายของนางได้มีโอกาสพูดคุยกับข้าและห้าวอันเท่านั้น”

เพียงสิ้นเสียงของเฟยห้าวซุน คนตระกูลเยว่ก็ต่างหันไปมองเยว่ซูซินเป็นสายตาเดียวกัน หญิงสาวที่ถูกกล่าวถึง ดวงตาเบิกโตสีหน้าซีดขาวขึ้นทันตา ทว่าเพียงชั่วพริบตาเดียวนางก็ตั้งสติได้ จึงรีบโบกมือไปมาเพื่อปฏิเสธ พลางกล่าวเสียงแข็ง

“ท่านพี่รัชทายาท ท่านกำลังใส่ความข้า!”

“ข้าใส่ความเจ้าอย่างนั้นหรือ?” เจ้าของตำหนักบูรพาทำสีหน้าตกใจ ก่อนเอ่ยต่อ

“ข้าก็บอกอยู่ว่าได้ยินข่าวมา แต่จะเป็นเรื่องจริง หรือเรื่องเท็จ อันนี้ข้ายังมิได้ตรวจสอบ แต่ดูจากท่าทางของเจ้าแล้ว ก็คงเป็นแค่ข่าวลือสินะ เช่นนั้นเรื่องที่ข้าเข้าใจเจ้าผิด ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย” เฟยห้าวซุนเอ่ยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะยกยิ้มมุมปากเพียงชั่วพริบตาหลังเอ่ยจบ แล้วหุบยิ้มลงอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ญาติผู้ใหญ่เห็น

เมื่อกวนโมโหญาติผู้น้องจนพอใจ ชายหนุ่มก็ยอมลงให้นางอย่างรวดเร็ว เพื่อมิให้นางโกรธหรือเกลียดเขามากจนไม่ยอมมองหน้ากันในภายหลัง

การกระทำของเฟยห้าวซุนเป็นเรื่องคุ้นชินสำหรับคนตระกูลเยว่ไปเสียแล้ว ถึงบางครั้งจะทำให้พวกเขาตกใจมากก็ตาม

“ในเมื่อท่านพี่รัชทายาทตรัสขอโทษข้าแล้ว ข้าก็ใจกว้างพอที่จะยกโทษให้เพคะ” ถึงเยว่ซูซินจะทันเห็นรอยยิ้มร้ายของญาติผู้พี่ แต่ด้วยชะงักที่ติดหลังอยู่ หญิงสาวจึงทำได้เพียงไม่หาเรื่องเอาความต่อ

เฟยห้าวซุนเห็นสีหน้ากลับกลอกของญาติผู้น้องก็ขันจนหัวเราะออกมา ส่วนห้าวอันอ๋องก็ได้แต่ยกมือขึ้นให้ชายแขนเสื้อบังรอยกดลึกที่มุมปากเอาไว้ เพื่อไม่ให้เยว่ซูซินรู้สึกอับอาย

การยอมลงให้เจ้าของตำหนักบูรพาอย่างง่ายดายของเยว่ซูซิน โดยไม่รอให้นำของมีค่ามาไถ่โทษ ทำให้คนจากตระกูลเยว่รู้ทันทีว่า ข่าวลือที่เฟยห้าวซุนได้ยินมา มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นเรื่องจริง แต่เพราะยามนี้มีคนนอกอยู่ด้วย หลี่ฟางซินผู้ที่จะเอาผิดเยว่ซูซินจึงได้แต่เก็บเงียบเอาไว้ก่อน ส่วนคนอื่น ๆ ในตระกูลเยว่ล้วนไม่คิดเอามาใส่ใจ เพราะหากหลานสาวเพียงหนึ่งเดียวยอมรับสินบนจากสตรีผู้นั้น ก็แสดงได้ว่าหญิงสาวนางนั้นมีนิสัยดีพอที่จะเป็นพระชายาขององค์ชายทั้งสอง

หลังจากที่เอ่ยทักทายและหยอกเย้ากันเรียบร้อยแล้ว โอรสทั้งสองของห้าวเทียนฮ่องเต้ก็นั่งประจำที่ ก่อนที่เกากงกงจะนำของขวัญที่ฮ่องเต้พระราชทานมามอบให้กับเยว่เยี่ยนคุน และตามมาด้วยการแสดงเพื่ออวยพร ที่แต่ละตระกูลจัดเตรียมมา

เยว่เยี่ยนคุนนั่งชมการแสดงจากบุตรหลานของเหล่าตระกูลใหญ่ด้วยรอยยิ้ม ถึงชายวัยชราจะรู้อยู่แก่ใจว่า การแสดงที่แต่ละตระกูลจัดมานั้น มิได้มีเจตนาเพื่อแสดงให้เขาดู ทว่าล้วนมาแสดงเพื่อให้หลานชายสายเลือดราชวงศ์ของเขาดูต่างหาก

ในขณะที่การแสดงเริ่มต้นขึ้น สายตาของเฟยห้าวอันกับเฟยห้าวซุน กลับสะดุดมองไปยังครอบครัวที่มิใช่ขุนนางขั้นสูง ทว่ากลับได้นั่งในตำแหน่งที่ห่างจากพวกเขาไม่มากนัก ทั้งสองพี่น้องจึงรู้ได้ทันทีว่าตระกูลนี้คือ ตระกูลสหายของเยว่ซูซิน

ในขณะที่พระโอรสทั้งสองพระองค์กำลังลอบมองหน้าตาของสตรีที่เป็นสหายของญาติผู้น้อง ด้วยความอยากรู้ว่านางมีหน้าตาเช่นไร ก็มีสายตาของสตรีมากมายแอบลอบชำเลืองพระพักตร์ของทั้งคู่เช่นกัน และหลายสายตาก็สังเกตเห็นว่าพระโอรสทั้งสองราวกับกำลังสนใจสตรีคนเดียวกันอยู่

ความขุ่นเคืองเดือดดาลของเหล่าคุณหนูที่ไม่พอใจในที่นั่งของคนตระกูลไหลก่อนหน้านี้ ทวีความแค้นเคืองมากเข้าไปอีก เมื่อไหลเยี่ยนฟางกลายเป็นที่หมายตาของพระโอรสรูปงามทั้งสองพระองค์

‘นางก็แค่บุตรีขุนนางขั้นห้า นางมีสิทธิ์อันใดไปนั่งตรงนั้น’

‘นางแพศยา กล้าใช้มารยาสตรีชั้นต่ำยั่วยวนองค์ชายทั้งสองอย่างนั้นหรือ’

‘สตรีสกุลไหลช่างร้ายกาจยิ่งนัก เข้าหาคุณหนูสามเยว่เพื่อจะได้ใช้เป็นสะพานเข้าหาท่านอ๋องกับองค์รัชทายาทสินะ’

‘ข่าวลือที่องค์รัชทายาทได้ยินมาเป็นจริงแน่นอน สตรีตระกูลไหลจะต้องติดสินบนคุณหนูสามเยว่แน่ ๆ’ 

‘ข้าหมายปองของข้ามาตั้งนาน ข้าไม่มีทางให้เจ้าแย่งท่านพี่องค์รัชทายาทไปได้อย่างแน่นอน’

‘นางสารเลว! เป็นดินแทนที่จะอยู่บนดินไปเฉย ๆ ดันคิดตะเกียกตะกายหวังสูงมาล่อลวงท่านอ๋อง ประเดี๋ยวข้าจะทำให้เจ้าได้รู้จักที่ต่ำที่สูง’

เสียงก่นด่าในใจของสตรีในงานเลี้ยงถึงจะไม่ได้ดังออกมา ทว่าสีหน้าของพวกนางกลับทำให้ชายผมขาวที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธานงานเลี้ยงเห็นได้อย่างชัดเจน

ครั้นเยว่เยี่ยนคุนมองไปตามสายตาของเหล่าคุณหนูที่มาในงานเลี้ยงก็พบว่า สายตาแทบทุกคู่หาได้อยู่ที่องค์ชายทั้งสองพระองค์ไม่ แต่กลับอยู่กับสตรีที่เป็นสหายของเยว่ซูซินหลานรักของเขา และเพียงชั่วพริบตาเดียวที่บุรุษผมขาวหันไปหาหลานสาว เพื่อจะถามให้คลายสงสัยว่า เหตุใดไยสหายของนางจึงไม่เป็นที่ชื่นชอบของคุณหนูตระกูลอื่น ๆ คำถามนั้นก็ถูกกลืนลงท้องไปทันที เมื่อชายผมขาวได้เห็นสายตาของบุรุษสายเลือดราชวงศ์ทั้งสองพระองค์ ที่เป็นคำตอบได้อย่างดี

เดิมทีเยว่เยี่ยนคุนก็รู้สึกชื่นชอบไหลเยี่ยนฟางอยู่ไม่น้อย ครั้นได้เห็นหลานชายทั้งสองมองนางก็ยิ้มดีใจ ถึงแม้สายตาขององค์ชายทั้งสองจะไม่ได้มองเหมือนบุรุษที่หลงใหลในสตรี แต่ทว่าตราบใดที่บุรุษหนุ่มทั้งสองไม่มองคุณหนูตระกูลไหลราวศัตรู ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป