บทที่ 13 ยาสุขโอสถ 6/1
หลี่ซื่อซินเดินมายังห้องบรรทมของตนก็พบกับห้องที่สว่างไสวกว่าปกติ ตามพื้นก็มีเทียนหอมถูกจุดอยู่เรียงรายกลิ่นหอมของมันทำให้สดชื่นไม่น้อย นี่เจ้าฝ่าบาทหน้าเต่านั่นคิดจะทำอะไรกันแน่
“มาแล้วหรือพระสนม มานั่งสิเรากำลังรอท่านอยู่เลย” ฮ่องเต้เว่ยหรู่อี้พูดแล้วจึงเดินมาใกล้หลี่ซื่อซินที่กำลังยืนจ้องหน้าเขาอยู่
“กระหม่อมเดินเองได้” หลี่ซื่อซินสะบัดมือที่กำลังโอบไหล่เขาอยู่ก่อนจะเดินไปนั่งยังโต๊ะที่มีอาหารวางอยู่มากมาย จะว่าไปเขาก็เริ่มจะหิวแล้วเหมือนกัน วิ่งหนีพวกนางกำนัลจนเหนื่อยกว่าจะหลุดพ้นออกมาได้ เล่นทำเอาเขาหิวจนไส้กิ่ว
“ดูท่าท่านคงจะหิวนะพระสนม มาเราจะรินสุราให้ท่านเอง” ว่าแล้วเว่ยหรู่อี้ก็ทำตามปากบอก รินสุราในไหทองให้กับพระสนมของตน
หลี่ซื่อซินรับมาดื่มอย่างไม่ได้คิดอะไรมากนัก แต่น่าแปลกที่วันนี้ฮ่องเต้บริการเขาดีจริง ๆ “ฝ่าบาท พระองค์ผีเข้าหรือ” ถามออกไปตามใจคิด
“หึ ๆ ท่านนี่ตลกเสียจริงพระสนม” คนงามหัวเราะออกมา
น้อย ๆ กิริยาท่าทางหลี่ซื่อซินจับจ้องอยู่ตลอด ฮ่องเต้คงผีเข้าจริง ๆ แล้วกระมัง แต่ช่างเถอะดีเสียอีกหายากที่โอรสสวรรค์เช่นเว่ยหรู่อี้จะปรนนิบัติเขาดีเยี่ยงนี้
“มาพระสนม เราคีบเนื้อปลาให้ท่านเอง” ว่าแล้วก็คีบเนื้อปลาชิ้นโตใส่ถ้วยคนตรงหน้า หลี่ซื่อซินรับมากินอย่างไม่คิดอะไรมากไปกว่านี้
“พระสนม พวกเราตั้งแต่แต่งงานกันมายังไม่ได้ดื่มเหล้ามงคลกันเลยนะ”
หลี่ซื่อซินรับสุรามาดื่มอย่างว่าง่าย เว่ยหรู่อี้เมื่อเห็นการกระทำของอีกฝ่ายก็ได้แต่ส่ายศีรษะไปมายิ้ม ๆ
ช่างไม่รู้อะไรเลยพระสนม...
“พระสนมท่านนี่นะ เขาดื่มกันแบบนี้ต่างหากเล่า” ว่าแล้ว
เว่ยหรู่อี้ก็เอามือมาคล้องแขนคนตรงหน้าทำให้หลี่ซื่อซินได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากพระวรกายของฮ่องเต้ มันเป็นกลิ่นที่ไม่ได้แรงมากนักเมื่อมาอยู่บนตัวคนตรงหน้ามันทำให้ดูหลงใหลยิ่งกว่าเก่า
หลี่ซื่อซินทำตามอย่างว่าง่าย ไหน ๆ เขาก็แต่งเข้ามาเกือบเดือนแล้ว ดื่มเหล้ามงคลเช่นนี้จะเป็นไรไป
ทั้งสองดื่มกินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ จนหลี่ซื่อซินที่ดูท่าแล้วคงดื่มหนักไปมากเริ่มหน้าแดง เหงื่อแตกพลั่ก สองมือกำเข้าหากันแน่น จ้องมองมายังฮ่องเต้ไม่วางตา นี่เขาเป็นอะไรไป ทำไมมันร้อนเช่นนี้หรือในอาหารพวกนั้นมีอะไรผสมอยู่
บัดซบ! เจ้าฝ่าบาทหน้าเต่านี้คิดจะทำอะไรกันแน่!
“ดูท่าท่านคงจะร้อนนะพระสนม”
มารดามันเถอะ! เจ้าฮ่องเต้หน้าเต่านี้เห็นเขาเป็นตัวตลกหรืออย่างไร เขาจะด่าตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะแววตาเริ่มพร่ามัว แขนขาเริ่มอ่อนแรง ทั้งยังมองคนตรงหน้ากลายเป็นสองคน
“ตายจริงพระสนมท่านหน้าซีด ๆ นะ มาเราขอดูหน่อย”
หลี่ซื่อซินสะบัดมือเรียวงามที่กำลังจะแตะหน้าผากของตนออก
“ฝ่าบาท พระองค์ใส่อะไรลงไปในอาหาร” หลี่ซื่อซินพูดลอดไรฟันพยายามจะข่มความอยากที่กำลังเริ่มก่อตัว
“ท่านไม่รู้หรอกหรือว่าเหล้ามงคลที่ให้สนมดื่มก่อนจะถวายตัวนั้นมียาชนิดหนึ่งผสมอยู่ เรียกว่า ยาสุขโอสถ ตายจริงนี่เราลืมบอกท่านไปหรอกหรือ เรานี่แย่จริง ๆ” คนงามพูดหน้าเศร้า ถ้าใครมันเห็นก็ว่าน่าสงสารแตกต่างจากหลี่ซื่อซินที่อยากจะฆ่าคนตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอด โชคยังดีที่เขาวรยุทธ์สูงยังพอต้านทานฤทธิ์ยาได้อยู่บ้าง
บัดซบ! ข้าจะฆ่าเจ้า! เจ้าเต่าบัดซบ!
“ดูท่าทางท่านจะไม่ไหวนะพระสนมให้เราช่วยหรือไม่” คนงามยิ้มหวานก่อนจะลุกมายังด้านหลังของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น มือเรียวงามไล่เรียงสัมผัสแผงอกใหญ่ หลี่ซื่อซินกัดฟันกรอดพยายามข่มความอยากของตนเอาไว้
“ฝ่าบาท กระหม่อมขอตัว” หลี่ซื่อซินพยายามใช้เรี่ยวแรงที่มีลุกยืนแต่ดูเหมือนว่าแรงของเขาจะเหลือเพียงน้อยนิดจึงทำให้เจ้าตัวเซถลาไปด้านหน้าโชคดีที่เว่ยหรู่อี้จับตัวเขาไว้ได้ทัน
“ท่านนี่อวดดีเสียจริงนะพระสนม” คนงามเอ็ดไม่จริงจังนัก
“ปะ… ปล่อย” หลี่ซื่อซินคอแห้งผากพยายามสะบัดให้หลุดจากอ้อมแขนคนตรงหน้า
เจ้าหน้าเต่าบัดซบ! ข้าจะฆ่าเจ้า! หลี่ซื่อซินได้แต่สบถอยู่ในใจ
แม่ทัพหนุ่มสติเริ่มพร่ามัวจ้องมองคนตรงหน้าตาเยิ้มเหตุใด
ฝ่าบาทถึงงามได้ถึงเพียงนี้ ใบหน้างามหาใดเปรียบ ผิวเนื้อขาวราวหิมะแรกแย้ม สองแก้มแดงราวผลลูกท้อสุก ทั้งยังกลีบปากแดงระเรื่อยิ่งกว่าอิสตรี หลี่ซื่อซินมองคนตรงหน้าพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด ๆ สิ่งที่อยู่กลางหว่างขาเริ่มแปรเปลี่ยน… ไม่ ๆ นี่มันฮ่องเต้เว่ยหรู่อี้นะ
“ดูท่าท่านคงไม่ไหวแล้วนะพระสนมให้เราช่วยเถอะ” ใบหน้างามที่ยิ่งมองก็ยิ่งลืมสิ้นซึ่งสติเอ่ยออกมายิ้ม ๆ นิ้วเรียวงามขาวผ่องลูบไล้ไปยังสองแก้มสาก ทั้งที่อากาศรอบนอกเย็นจับใจแต่หลี่ซื่อซินกลับเหมือนมีกองไฟลุกโชนติดตัว ความคับแน่นส่วนล่างโป่งพองจนปวดหนึบ
“ฝะ… ฝ่าบาท” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยเสียงสั่นเครือ
“ท่านต้องการเราหรือไม่พระสนม”
หลี่ซื่อซินลืมสิ้นซึ่งสติพลางพยักหน้ารับ สองขาเดินตามคนงามอย่างว่าง่าย เว่ยหรู่อี้ผลักคนตัวโตกว่าลงเตียงนุ่ม สายตายั่วยวน สองมือปลดชายสาบเสื้อเผยให้เห็นแผงอกแกร่งปรากฏแก่สายตาคู่สวย
คนงามมองหน้าที่แดงก่ำของคนใต้ร่างก่อนจะประทับจุมพิตที่ริมฝีปากได้รูปเบา ๆ ไล่สูดกลิ่นกายหอมอ่อน ๆ จากซอกคอระหง ซึ่งเจ้าตัวนั้นเงยหน้ารอรับริมฝีปากร้อนผ่าวของตน ทั้งปากและจมูกของ
เว่ยหรู่อี้เริ่มซุกไซ้ลงไปยังแผงอกแกร่ง ฟันคมขมเม้มตามร่างกายเพื่อสร้างรอยรัก
“จะทำอะไรก็รีบทำ!” หลี่ซื่อซินเริ่มโวยวายขึ้นมาอีกครั้ง
“จุ๊ ๆ ท่านนี่ใจร้อนเสียจริงพระสนม” มือเรียวยาวแตะที่ปากอีกคนเบา ๆ ก่อนจะส่ายหน้าไปมายิ้ม ๆ ทำให้หลี่ซื่อซินจิปากอย่างขัดใจ
“อย่าเพิ่งอารมณ์เสียสิสนมรัก” เว่ยหรู่อี้วางมือเคล้นคลึงสะโพกใหญ่นวดคลึงไปมาเสมือนของเล่นชิ้นใหม่ก็มิปาน จนทำให้ร่างกายของหลี่ซื่อซินอ่อนยวบลงพลัน
หากเป็นเมื่อตอนที่ยังไม่โดนยาสุขโอสถบ้า ๆ นี่ เขาคงผลักคนตรงหน้าล้มหงายหลังไปแล้ว เป็นเพราะไอ้ยาบ้านั้นแท้ ๆ คอยดูเถอะถ้าเขาหลุดไปได้ละน่าดู
“หากกระหม่อมหลุดไปได้เราจะได้เห็นดีกันฝ่าบาท” เว่ยหรู่อี้ไม่ฟังที่เขาพูดเลยสักนิดซํ้ายังใช้พระโอษฐ์ดูดเม้มอกแกร่งไปมาจนเกิดเสียงน่าอายขึ้นมา หากแต่มันกลับทำให้หลี่ซื่อซินเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสที่อีกฝ่ายปรนเปรอให้
