บทที่ 4 พระสนมใหม่ 2/1
บ่อน้ำร้อนระอุส่งกลุ่มควันสีขาวเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ บุรุษรูปงามผู้หนึ่งที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องตกหลุมรัก นั่งแช่น้ำจนพอใจก็ก้าวขึ้นมาจากบ่อน้ำพุร้อน เขาเดินไปยังเก้าอี้ไม้สักลายมังกรตัวใหญ่ก่อนจะนั่งใช้มือพัดเอาไอความร้อนเข้าสู่ใบหน้าจนแดงระเรื่อ ผิวเนื้อสีขาวเนียนราวกับหิมะมีหยดน้ำแวววาวประพรมไปทั่ว มองไปทางไหนก็ช่างเกลี้ยงเกลายิ่งร่างงามปกคลุมด้วยหยดน้ำใสทำให้สะกดสายตาหลายคู่ให้ยิ่งหลงใหล
ฉลองพระองค์สีทองอร่ามปักด้วยลายมังกรสีแดงสดมองดูช่างเข้ากัน ถูกสวมใส่โดยโอรสสวรรค์ผู้สูงศักดิ์ ใครได้เห็นภาพเช่นนี้ต่างก็หลงใหลเว้นเสียแต่แม่ทัพใหญ่อย่างหลี่ซื่อซิน
“ทูลฝ่าบาทได้เวลาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” กงกงคนสนิทกล่าว ดวงตากลมเรียวไปมองร่างท้วมของกงกงเฒ่าก่อนจะพยักหน้าให้
น้อย ๆ
ณ ท้องพระโรงมีบรรดาขุนนางน้อยใหญ่ยืนพูดคุยกันเสียงเจื้อยแจ้ว เมื่อได้ยินเสียงประกาศการมาเยือนของเจ้าเหนือหัวก็ต้องหยุดการสนทนาทั้งหมดลงครั้นเมื่อมองเห็นร่างโปร่งเดินไปยังบัลลังก์มังกรด้วยความสง่างามก็พากันเอ่ยเสียงดังกึกก้องน่าฟัง
“ใต้เท้าจูที่เราสั่งให้ท่านไปทำเรียบร้อยดีหรือไม่”
“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมได้ส่งเสบียงและยารักษาโรคพร้อมด้วยทหารจำนวนหนึ่งไปช่วยฟื้นฟูเมืองต้าเหลียงเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“อืมดีมาก” เมื่อได้ฟังเช่นนั้นฮ่องเต้เว่ยหรู่อี้ก็ตรัสออกมาอย่างพอพระทัย
“ทูลฝ่าบาทกระหม่อมหลิวอี้ม่านมีเรื่องจะกราบทูลพ่ะย่ะค่ะ” อำมาตย์หลิวพูดขึ้นบ้าง
“ว่ามา”
“ทูลฝ่าบาทตามที่ท่านแม่ทัพใหญ่หลี่ซื่อซินได้จับกุมองค์
รัชทายาทเฉินย่าจุนมาได้นั้น กระหม่อมคิดว่าแทนที่จะขังเขาเอาไว้เราทำการต้อนรับเขาให้ดีกว่านี้ไม่ดีหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“เราเข้าใจที่ท่านจะสื่อท่านอำมาตย์ การที่เราให้การต้อนรับเขาก็ถือว่าเป็นการสร้างสัมพันธมิตรที่ดีต่อทั้งสองแคว้น ภายภาคหน้าจะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกันอีก”
“ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่ง”
“เอาเถิดท่านอำมาตย์เรื่องนี้เราให้ท่านจัดการก็แล้วกัน”
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” เมื่อพูดจบอำมาตย์หลิวก็กลับไปยืนที่ของตน การกระทำของอำมาตย์หลิวอยู่ในสายตาคู่หนึ่งตลอด การประชุมขุนนางดำเนินมาเรื่อย ๆ จนถึงยามอู่[1]ก็จบลง
“ท่านอำมาตย์” เสียงทุ้มต่ำของพระปิตุลาเว่ยหลานชวนดังขึ้นทำให้อำมาตย์หลิวต้องหยุดชะงักแล้วหันไปตามเสียงเรียกนั้นก็พบกับร่างกำยำของพระปิตุลาเว่ยหลานชวน ถึงเจ้าตัวจะมีอายุไม่น้อยแล้วแต่ก็ดูยังแข็งแรงกำยำอยู่มาก
“พ่ะย่ะค่ะ ไม่ทราบว่าพระปิตุลามีอะไรจะตรัสกับกระหม่อม” อำมาตย์หลิวประสานมือเคารพด้วยความนอบน้อม
“เรามีเรื่องจะพูดคุยกับท่าน เชิญท่านที่ตำหนักเราก่อนเถิด”
ด้านหลี่ซื่อซินเมื่อกลับมาจากการศึกก็เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในหอคณิกาจนเวลาผ่านไปเขาก็เอาแต่คิดถึงเรื่องที่ตนต้องแต่งเข้าเป็นสนมของฮ่องเต้
ฟ้าประทานหรือสวรรค์กลั่นแกล้งที่เขาต้องพบชะตากรรมเช่นนี้ตระกูลหลี่เป็นนักรบเสียสละเพื่อบ้านเมืองมาถึงสามชั่วคน แล้วเหตุใดเขาถึงอาภัพนัก
สนมอย่างนั้นหรือนี่มันหยามเกียรติเขามากเกินไปแล้ว! คิดหรือว่าการพระราชทานสมรสของไทเฮาในครั้งนี้เขาจะไม่รู้ว่าเป็นแผนของพระนางที่ป้องกันเขาไม่ให้คิดก่อการกบฏต่อราชวงศ์ ไม่รู้พระนางคิดได้อย่างไรคนอย่างหลี่ซื่อซินเนี่ยนะจะก่อกบฏ ให้ตายร้อยชาติเสียยังดีกว่า
แต่เอาเถอะมาถึงขั้นนี้แล้วเขาก็ต้องยอมรับชะตากรรมของตัวเอง อยากให้เขาเป็นสนมนักใช่หรือไม่
ได้!! แล้วเราจะได้เห็นดีกันฝ่าบาท พระองค์เลือกเองนะ
พิธีแต่งตั้งสนมถูกจัดขึ้นในอีกสองวันถัดมา หลี่ซื่อซินสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ประดับด้วยป้ายตราแม่ทัพ ใบหน้าคมถูกปิดบังเอาไว้ด้วยผ้าขาวเช่นกัน เขานั่งอยู่บนหลังอาชาสีดำเงาวาว ถ้าใครไม่รู้ว่านี่คือแม่ทัพไร้พ่ายหลี่ซื่อซินก็คงคิดว่าเป็นคุณชายตระกูลสูงศักดิ์เป็นแน่
ชาวเมืองต่างพากันมามุงดูขบวนเสด็จต้อนรับพระสนมใหม่เข้าวัง พ่อค้าแม่ค้าจึงใช้โอกาสนี้ตั้งแผงขายของกันให้คึกคัก ขบวนเสด็จพระสนมใหม่เดินทางจากจวนหลี่มายังตลาด ชาวเมืองเมื่อได้พบเห็นต่างก็ตื่นตาตื่นใจเพราะตั้งแต่ฮ่องเต้เว่ยหรู่อี้เสด็จขึ้นครองราชย์ผ่านมาหลายปีก็ไม่เห็นว่าพระองค์จะมีสนมหรือนางในข้างกายแม้แต่นางเดียว
ใช่แล้ว แม่ทัพหลี่เป็นสนมคนแรกขององค์จักรพรรดิ จะว่าน่ายินดีก็น่ายินดีอยู่หรอกหากแต่อีกฝ่ายไม่เป็นแม่ทัพเลือดอย่างที่เขาเล่าขาน
ขบวนเสด็จพระสนมใหม่เดินทางเข้ามาถึงวังหลวงก็พบกับเหล่านางกำนัลที่มาคอยยืนต้อนรับอยู่
“ถวายพระพรพระสมหลี่เพคะ” เหล่านางกำนัลคุกเข่าก้มลงทำความเคารพนายใหม่ของพวกนางอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
นางกำนัลบางคนเมื่อได้เห็นพระสนมก็มีอาการสั่นกลัว เพราะชื่อเสียงของแม่ทัพไร้พ่ายพวกนางก็พอจะได้ยินมาบ้างแต่ไม่คิดว่าตนจะต้องมารับใช้ท่านแม่ทัพ บางคนก่อนที่จะมาถึงกลับร่ำไห้ลาที่บ้านเสียยกใหญ่เหตุเพราะไม่รู้ว่าเมื่อใดที่ทำให้พระสนมไม่พอพระทัยแล้วเขาจะไม่สับพวกนางเป็นชิ้น ๆ กัน
“พระสนมกระหม่อมปี้หลันพ่ะย่ะค่ะ เชิญพระสนมเสด็จตามกระหม่อมมา” กงกงคนสนิทของฮ่องเต้เว่ยหรู่อี้ประสานมือเคารพพระสนมใหม่ด้วยความนอบน้อมเช่นกัน เขาได้รับพระบัญชาจากฮ่องเต้ให้มานำทางพระสนมหลี่ไปยังตำหนักที่จัดเอาไว้
เมื่อเห็นเช่นนั้นพยัคฆ์ร้ายหลี่ซื่อซินก็พยักหน้าเข้าใจ เดินตามปี้หลันกงกงไปพร้อมด้วยนางกำนัลติดตามอีกสิบสองคน เมื่อมาถึงตำหนักที่ถูกจัดเอาไว้ก็พบกับฮ่องเต้เว่ยหรู่อี้ที่ทรงยืนรออยู่
“มาแล้วหรือพระสนม” ฮ่องเต้เว่ยหรู่อี้ตรัสพร้อมเดินมาหาพระสนมองค์ใหม่
“พ่ะย่ะค่ะ” หลี่ซื่อซินพูดลอดไรฟัน
“เมื่อคืนท่านหลับสบายดีหรือไม่” สุรเสียงหวานตรัสถามคนตรงหน้า หลี่ซื่อซินมองไปยังใบหน้างามที่กำลังยิ้มให้เขาอยู่ มันก็น่าหลงใหลอยู่หรอกหากคนตรงหน้าไม่ใช่ฮ่องเต้เว่ยหรู่อี้
“เมื่อคืนกระหม่อมหลับสบายดีพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ดีมากด้วย”
หลี่ซื่อซินพูดปดคำโต เมื่อคืนเขาแทบไม่ได้นอนเลยต่างหากเล่า
“อย่างนั้นหรือ เชิญท่านไปพักผ่อนที่ตำหนักเถิด ขาดเหลือสิ่งใดก็บอกท่านกงกงได้เขาจะจัดเตรียมให้ท่าน”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
“เราไปก่อนนะยังมีฎีกาอีกมากที่เราต้องอ่าน เรามานี่ก็เพราะอยากเจอท่านก็เท่านั้น”
[1] ยามอู่ (11.00-12.59 น.)
