บทที่ 5 พระสนมใหม่ 2/2
เมื่อขบวนเสด็จของฮ่องเต้จากไปหลี่ซื่อซินก็ถอนหายใจเสียเฮือกใหญ่ เดินเข้าไปยังตำหนักของตนด้วยความองอาจสมชายชาติทหาร เมื่อเข้ามาถึงเขาก็พบกับตำหนักที่ถูกจัดเป็นระเบียบ ข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดวางยังที่ของมันมองดูแล้วสะอาดตายิ่งนัก
“เจ้า”
“เพคะพระสนม” นางกำนัลนางหนึ่งตอบกลับด้วยความสั่นกลัว
“เจ้าชื่ออะไร”
“หม่อมฉันซิวอิงเพคะพระสนม” นางพูดเสียงสั่น
“อืมชื่อดี เจ้าช่วยถอดผ้าคลุมให้ข้าได้หรือไม่”
“เพคะพระสนม” นางทำตามอย่างว่าง่าย
“นี่ข้าไม่ได้น่ากลัวสักหน่อย เงยหน้ามามองสิ” ถึงพระสนมจะพูดแบบนั้นก็ตามแต่นางก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปมองหรอก เขาว่าแม่ทัพไร้พ่ายหน้าตาน่ากลัวสายตาเชือดเฉือนขืนนางมองเขาตรง ๆ ละก็
นางไม่อยากจะคิดมันเลย
“ข้าบอกให้เงยหน้า” สั่งเสียงเรียบแต่ดูเหมือนนางจะกลัวเขาหนักกว่าเดิมเสียอีก นี่เขาน่ากลัวขนาดนั้นเชียวรึ
“ตามใจเจ้าแล้วกันแต่ว่านะข้ามีอะไรจะให้พวกเจ้าทุกคนแต่ข้ามีข้อแม้ พวกเจ้าห้ามกลัวข้า ลงตกหรือไม่” พูดพลางเดินสำรวจนางกำนัลที่ละคนจนครบทั้งสิบสองคน พวกนางช่างดูบอบบางเหลือเกินอย่างนี้หรือจะมารับใช้เขา คงจะไหวหรอก
“เพคะพระสนม” นางกำนัลที่ชื่อซิวอิงพูดขึ้นก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้ามองผู้เป็นนายของตน
แต่แล้วสิ่งที่นางเห็นก็ต้องทำให้นางก้มหน้าลงอีกครั้ง ก็เพราะว่าท่านแม่ทัพหลี่ไม่ได้มีหน้าตาน่ากลัวดุดันอย่างที่เขาเล่าอ้างแต่เขากับมีใบหน้าที่คมคาย หน้าตาเกลี้ยงเกลา ร่างกายกำยำ จมูกโด่งเป็นสัน ดวงตากลมเรียว คิ้วดกดำยาวโค้งดังคันศร ผิวแม้นไม่ได้ขาวเนียนแต่ก็พอดูได้ สายตาที่ใช้มองมายังพวกนางก็น่าหลงใหลแต่แฝงไปด้วยคมดาบ ดูแล้วท่านแม่ทัพก็นับเป็นบุรุษหล่อเหลาอีกคนก็ว่าได้
“ข้าน่าเกลียดอย่างนั้นเชียวรึ” เสียงทุ้มเอ่ยถาม
“หามิได้เพคะพระสนม”
“แล้วทำไมเจ้าต้องก้มหน้าด้วยเล่า”
“หม่อมฉัน…”
“เอาเถิด ข้ามีของขวัญจะมอบให้พวกเจ้าทุกคน” พูดแล้วก็หยิบกำไลหยกเนื้อดีขึ้นมามอบให้นางกำนัลทั้งสิบสองนาง
พวกนางเมื่อได้เห็นสิ่งที่ตนได้รับก็ดีอกดีใจยกใหญ่ ใครว่าท่านแม่ทัพโหดเหี้ยมกัน... ไม่จริง! พวกนางขอเถียงสุดใจ เอาเถิดคราแรกคิดว่ากรรมที่ทำแต่ชาติปางไหนที่ต้องมารับใช้พระสนมผู้นี้แต่ดูเหมือนว่าพวกนางคิดผิดเสียแล้วเพราะพระสนมของพวกนางไม่ได้โหดเหี้ยมอย่างที่ใคร ๆ คิด
“พวกเจ้าไปทำงานของพวกเจ้าเถอะ ข้าไม่มีอะไรให้พวกเจ้ารับใช้หรอกนะ”
“เพคะพระสนม”
เวลาผ่านไปจนถึงยามซวี[1]ฮ่องเต้เว่ยหรู่อี้ก็ยังทรงงานอยู่ในห้องทรงพระอักษร แต่ในพระทัยของพระองค์ก็นึกถึงพระสนมพระองค์ใหม่จนไม่มีกะจิตกะใจจะอ่านฎีกาเลยสักนิด
ตอนนี้พระสนมจะทำอะไรอยู่ จะเข้านอนหรือยังนะ หรือว่าพระสนมจะรอเขาอยู่ คำถามพวกนี้วนเวียนในสมองเขาอยู่อย่างนั้น
“กงกงไปเตรียมตัว เราจะไปตำหนักหยางหลงกัน”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”
เมื่อย่างกรายเข้ามาถึงฮ่องเต้เว่ยหรู่อี้ก็พบกับพระสนมของพระองค์ที่นั่งอยู่โดยมีนางกำนัลน้อยคอยบีบนวด ดูแล้วเจ้าตัวช่างสบายเสียจริง ไม่มีท่าทางจะต้อนรับพระองค์เลยสักนิด
เมื่อนางกำนัลได้เห็นว่าฮ่องเต้เสด็จมาพวกนางเลยหยุดมือแล้วถวายพระพรเจ้าเหนือหัว
“พวกเจ้าออกไปก่อน” สุรเสียงตรัสก่อนที่จะเดินย่างกรายเข้าไปหาพระสนมของตน
“ไม่ทราบว่าฝ่าบาทมาหากระหม่อมดึกดื่นเช่นนี้มีอันใดให้กระหม่อมรับใช้หรือพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ซื่อซินถามด้วยความแปลกใจเพราะไม่คิดว่าฮ่องเต้เว่ยหรู่อี้จะเสด็จมาหาตน เขาเพียงคิดว่าเมื่อเข้ามาเป็นพระสนมแล้วก็ต่างคนต่างอยู่ไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดต่อกัน
“เราแค่มาดูว่าท่านสบายดีหรือไม่ ท่านขาดเหลือสิ่งใดหรือไม่พระสนม”
“กระหม่อมสบายดีพ่ะย่ะค่ะ อีกอย่างกระหม่อมไม่มีอะไรขาดเหลือหรือต้องการ ตำหนักนี้มีครบทุกอย่างแล้ว”
“อย่างนั้นหรอกหรือ แล้วท่านชอบตำหนักนี้หรือไม่”
“พ่ะย่ะค่ะก็ร่มรื่นน่าอยู่ดี” จะตอบว่าไม่ชอบก็กระไรอยู่หรอกเพราะตำหนักแห่งนี้ถูกจัดสรรอย่างดีจนเขาหาที่ติไม่ได้
“ท่านชอบก็ดีแล้ว มาเถอะคืนนี้เราจะนอนที่นี่”
“...” ประเดี๋ยวนะเมื่อครู่เขาไม่ได้ฟังผิดไปใช่หรือไม่
“ตกใจอะไรพระสนม”
“เอ่อกระหม่อม…” จะตอบปฏิเสธอย่างไรดี สมองของเขาได้แต่คิด จะบอกว่าไม่สบายก็ไม่น่าเชื่อถือเพราะเขาเป็นทหารแข็งแกร่งขนาดนี้ตอบแบบนั้นไปมันก็กระไรอยู่
“มาเถิดพระสนมเราอยากอาบน้ำแล้ว ท่านช่วยปรนนิบัติเราได้หรือไม่”
“พระองค์ต้องการสรงน้ำแล้วเหตุใดไม่ให้นางกำนัลปรนนิบัติเล่า ทำไมต้องเป็นกระหม่อม”
“เพราะเจ้าเป็นพระสนมของเราและนี่คือคำสั่ง”
เผด็จการ! เผด็จการที่สุด!
“มาสิพระสนมมัวยืนทำอะไรอยู่” หลี่ซื่อซินเดินตามไปอย่างยอมจำนน บัดซบ!
“ถอดให้เราหน่อยสิพระสนม” ฮ่องเต้เว่ยหรู่อี้ตรัสพลางกางแขนออก หลี่ซื่อซินมองคนที่อยู่ตรงหน้านิ่ง ๆ ได้แต่คิดว่านี่หรือสิ่งตอบแทนที่เขาควรจะได้รับมัน
“กระหม่อมว่าพระองค์สรงน้ำไปผู้เดียวเถิด กระหม่อมจะออกไปข้างนอก”
“แต่เราอยากอาบน้ำกับท่าน เราไม่ได้สั่งท่านก็ห้ามออกไป”
เหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัวอีกครั้ง ทำไมฝ่าบาทช่างเอาแต่ใจยิ่งนัก!
“พ่ะย่ะค่ะ” หลี่ซื่อซินตอบรับลอดไรฟัน เขาเดินไปปลดฉลองพระองค์ออกเผยให้เห็นแผงอกขาวเนียนปรากฏแก่สายตา ถึงแม้จะมีเสื้อสีขาวสวมทับอยู่แต่ก็บางจนเห็นไปถึงข้างใน หลี่ซื่อซินลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ขาว…ไม่! ไม่ใช่! เขาสะบัดหัวไล่ความคิดบ้า ๆ นั้นออกไป
“มีอะไรหรือพระสนม” เมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งไปจึงถามขึ้น
“ไม่มีอะไรพ่ะย่ะค่ะ”
“มาพระสนมเราจะถอดชุดให้ท่านเอง”
“มะ… ไม่ดีกว่าฝ่าบาท เดี๋ยวกระหม่อมปรนนิบัติพระองค์ก็พอแล้ว” หลี่ซื่อซินถอยออกด้วยความเร็วก่อนที่พระหัตถ์จะแตะถึงตัว
“นี่เป็นพระบัญชา”
เอาแต่ใจอีกแล้ว นี่ถ้าอีกฝ่ายไม่เป็นโอรสสวรรค์เขาคงสั่งทำโทษเหมือนพวกทหารใต้บัญชาของเขาเป็นแน่
“จะว่าไปท่านนี่ก็หน้าตาใช้ได้เหมือนกันนะ” ตรัสพลางถอดชุดให้หลี่ซื่อซินไปด้วย แผงอกกำยำปรากฏต่อหน้าพระพักตร์ มันดูเข้ากับบุรุษตรงหน้าไม่น้อย
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”
“มาเถิดเราอยากอาบน้ำเต็มทีแล้ว”
สองบุรุษนั่งแช่น้ำในอ่างเดียวกันโดยมีหนึ่งบุรุษคอยขัดถูปรนนิบัติบุรุษรูปงาม ช่างเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่ง หลี่ซื่อซินใช้ไหมขัดตัวขัดพระฉวีของฮ่องเต้เว่ยหรู่อี้อย่างไม่เบามือมากนัก จนผิวขาวเนียนของฮ่องเต้เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ
... อยากอาบน้ำกับเขามากนักใช่หรือไม่ ได้! ฝ่าบาท!
“ท่านก็ขัดด้วยสิ” เว่ยหรู่อี้พูดก่อนจะแย่งไหมขัดตัวไป ทำให้หลี่ซื่อซินไม่ทันตั้งตัวเลยเกือบหงายหลังโชคดีที่เว่ยหรู่อี้รับเขาไว้ได้ทัน ทำให้พวกเขาแนบชิดกันอย่างไม่ตั้งใจ
พระพักตร์ขาวนวลขึ้นสีชาดน้อย ๆ ชวนให้หลงใหล แม่ทัพหนุ่มเห็นแบบนั้นจึงลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด ๆ ใบหน้างาม
ค่อย ๆ เลื่อนเข้าใกล้เขามากขึ้นเรื่อย ๆ พระเนตรกลมโตจ้องมองมายังหลี่ซื่อซินไม่วางตา ก่อนที่พระโอษฐ์งามจะประกบปากของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพระสนม
ทั้งสองจูบกันอยู่ครู่หนึ่งทำให้หลี่ซื่อซินได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากอีกฝ่าย แต่ประเดี๋ยวนะเขาว่าแบบนี้มันไม่ใช่แล้ว เจ้าฝ่าบาทหน้าเต่าคิดจะลวนลามข้าอย่างนั้นหรือ
“ฝ่าบาททำไมพระองค์ทรงทำเช่นนี้!” หลี่ซื่อซินเมื่อผลักคนตรงหน้าออกก็เริ่มโวยวาย
“ทำไมเราจะทำไม่ได้ อย่าลืมสิท่านเป็นสนมของเรา” ตรัสออกมาอย่างไม่อายปาก หลี่ซื่อซินอยากจะมุดดินหนีเสียเหลือเกิน
“แต่กระหม่อมเป็นชาย”
“แล้วอย่างไร”
เกลียด! หลี่ซื่อซินเกลียดใบหน้าแบบนี้ เกลียดมันที่สุด!! ใครจะหลงก็หลงไปแต่ไม่ใช่เขาอย่างแน่นอน
“เป็นอะไรไปพระสนม”
“ท่านโกรธเราหรือ เราขอโทษ แต่ว่าปากท่านนุ่มกว่าที่คิดนะพระสนม”
“ฝ่าบาท!”
[1] ยามซวี (19.00-20.59 น.)
