บทที่ 5 มาเฟียเลี้ยงเด็ก (2) จบตอน

“โพสท่าคือกระไร” แม็คกี้กุมขมับ แม้แต่คำทับศัพท์ก็ยังไม่รู้หรือ คุณสามพาผู้หญิงแบบไหนเข้ามาเนี่ย เท่าที่เห็นมีแต่คนนิสัยแปลกๆ ทั้งนั้น

สงสัยจะเป็นรสนิยมของนาย อย่าไปนึกสงสัยเชียว

“ท้าวสะเอวนะครับ แบบนั้นแหละครับ แล้วก็ยกขาขึ้นนิดหน่อย ขาข้างขวานะครับ นั่นแหละครับคุณหนู สวยมากเลยครับ”

เด็กสาวตามน้ำเขาโดยง่าย โพสท่าออกมาให้อีกฝ่ายที่ยืนจ่อกระดานชนวนจิ๋วหรือโทรศัพท์ถ่ายรูปเธอ เสียงแชะดังขึ้นมาระลอกหนึ่ง พร้อมกับแสงแฟลชจากกล้องที่เข้าตาเจ้าหล่อน เด็กสาวตาแวววับ เมื่อแม็คกี้เลื่อนหน้าจอสมาร์ทโฟน เปิดรูปของเธอให้ดู

“โอ้คุณพระ” เธอแทบไม่เชื่อสายตา นี่คือเธอจริงๆ อย่างนั้นหรือ “คนหน้าตาละม้ายคล้ายเราในนี้ เป็นใครงั้นหรือ โพสน์ท่างามหน้าจังเลยเจ้าค่ะ”

“รูปคุณหนูไงครับ การถ่ายรูปก็คือการบันทึกภาพของเราในสมาร์ทโฟน แค่คุณหนูเข้าที่รูปไอคอนกล้องเล็กๆ ตรงหน้าจอ แล้วมันจะเข้าหน้าจอที่เป็นการถ่ายภาพนิ่งครับ จะถ่ายวีดีโอก็ได้ ก็จะเป็นภาพเคลื่อนไหว”

“... มิน่าเชื่อว่าเมืองแขกจักมีวัฒนธรรมที่แปลกตาเช่นนี้ พิกลเหลือเกินเจ้าค่ะ” เธอบ่นพร่ำเพรื่อไปแบบนั้นเอง แต่ตามจริงเด็กสาวนั้นแสนตื่นตะลึง นี่มันเป็นวัฒนธรรมแบบไหน คล้ายๆ การส่องคันฉ่องใช่หรือเปล่า “ทำไมพอถ่ายรูปออกมาเช่นนี้ เราดูสวยจังเลยเจ้าคะ”

“ผมใส่ฟิลเตอร์ขับผิวของคุณหนูไปด้วยนิดหน่อยครับ”

“ฟิลเต้อ? ฟิลเต้อคือกระไรเจ้าคะ สอนเราได้หรือไม่”

แม็คกี้นั้นปวดเศียรเวียนเฮด แต่ในขณะเดียวกันก็แสนเอ็นดู เนื่องจากหายากยิ่งที่คุณสามจะพาเด็กสาวที่ใสซื่อเหมือนผ้าขาวบริสุทธิ์เข้ามาแบบนี้ ปรกติเห็นพามาแต่นางแมวยั่วสวาท ไม่ก็นางพญาที่คอยสั่งให้ทำนู่นทำนี่ ออกจะเป็นงานมากกว่าคนทั่วไปแถมยังออกแนวเครื่องเทศรสจัด นายคงอยากเปลี่ยนแนวเป็นสมุนไพรหอมบ้าง

แต่จะให้เด็กสาวถ่ายรูปทั้งที่แต่งตัวแสนเอ็กซ์แตกแบบนี้ส่งไปให้นายโดยทำท่าทางจืดชืดพรรค์นั้นก็คงจะไม่ไหว ชายหนุ่มล่อหลอกเด็กสาวให้ถ่ายรูปเซลฟี่ด้วยตนเอง หลอกให้เธอก้มต่ำจนหน้าอกหน้าใจใหญ่โตทะลักทะล้นออกมาจากคอเสื้อที่แหวกต่ำ พร้อมกับฉวยมือถือไปจากเธอทำทีเหมือนจะช่วยดู แต่กลับส่งรูปไปให้นายด้วยตัวเอง

ข้อความถูกขึ้นอ่านอย่างรวดเร็ว นายคงอยู่ที่คาสิโนเลยมีเวลาว่างแบบนี้ แต่คงจะนัดเจอเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ที่เป็นคู่ค้าอยู่เช่นกัน

ตัดมาที่ฝ่ายของสามก๊ก เขากำลังนั่งอยู่ในคาสิโนในเครือของตนเองจริงๆ แต่แทบเท้านั้นกลับมีชายผู้หนึ่งนอนหมอบอยู่ด้วยสภาพสะบักสะบอม ชายผู้นี้คือคนที่ลอบค้ายาเสพติดให้กับฝั่งศัตรูที่ห้ำหั่นกันมาช้านาน รวมถึงบอกรายละเอียดลับต่างๆ ของฝั่งสัตตบรรณกรุ๊ปไปให้พวกมันด้วย นั่นทำให้เขาไม่พอใจและคิดจะทรมานเขาที่คาสิโนของตัวเองที่เป็นธุรกิจหลัก

แต่ทั้งๆ ที่อารมณ์ไม่ดี แต่กลับแชทคุยกับเด็กสาวที่อยู่ที่บ้านได้อย่างหน้าตาเฉย ลูกน้องที่ยืนมองนายที่กำลังอารมณ์ดีท่ามกลางการทรมานหนอนบ่อนไส้ จึงได้แต่มองหน้ากันอย่างฉงน

แปลกนัก มีแววหลงเด็กเลี้ยงโดยที่อีกฝ่ายนั้นสติไม่สมประกอบแท้ๆ สามก๊กนั้นคิดแค่ว่าเธอน่ารำคาญจนอยากดูแล แต่เมื่อวันนี้สาวเจ้าทักแชทไลน์เข้ามาด้วยอาการน่าเอ็นดู ก็ตกชายหนุ่มได้ไม่ยากนัก

เขานึกอยากท้าทายสติปัญญาของหล่อน จึงส่งข้อความบีบบังคับ

Sk : ถ่ายรูปมาหน่อยสิ

พอสาวเจ้ามีท่าทีเอ๋อเหรอใส่ ก็พิมพ์ตอกย้ำไปหนึ่งครั้ง จนคราวนี้เด็กสาวหายไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง

สิบนาที... เขามองนาฬิกาข้อมือ หลังจากนั้นจึงขยับแว่นตากรอบบาง เอื้อมมือไปทางวิลลี่ที่ส่งมีดพกมาให้ ใบหน้าคมคายพยักหน้าให้ลูกน้องอีกสองคนลากร่างอ่อนโรยแรงสิ้นฤทธิ์นั้นไปบนโต๊ะสนุ๊ก บังคับยื่นแขนป้อมสั้นนั่นวางนาบฝ่ามือ กางนิ้วทั้งห้าลงบนโต๊ะสีเขียว กายใหญ่ในชุดสูทลุกขึ้นมา ปักมีดแหลมไว้ตรงกลางข้อนิ้วชี้และข้อนิ้วกลางของชายผู้นั้นที่คิดจะมาเป็นหนอนให้กับครอบครัวของเขา

ตึง!

“นะ... น้องสาม ขอร้องอย่าทำพี่เลย พี่ผิดไปแล้ว ให้พี่ชดเชยเท่าไหร่ก็ได้ กี่ล้าน พี่จะไปหามาให้”

“สัตตบรรณไม่ต้อนรับมึงอีกต่อไปแล้วพิศุทธิ์” เขาพูดกับชายวัยกลางคนตรงหน้า ที่ถึงจะเคยมีศักดิ์เป็นอดีตคู่ค้าที่แสนดี แต่ถ้าหักหลังกันเมื่อไหร่ ความเป็นมิตรนั้นจะถูกพังทลาย เขาจะทรมานมันทุกทางเท่าที่จะทำได้

ฝ่ามือนั้นกดมีดลงพร้อมเสียงกรีดร้องโหยหวนของพิศุทธิ์ แต่ก่อนที่ส่วนแหลมคมของมีดพกจะกดลงที่นิ้วชี้หยาบอ้วนของเขา เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้นรัวๆ สามครั้ง จนสามก๊กต้องหยุดมีดไว้กลางอากาศ โดยที่เกือบจะเฉียดเนื้อของชายผู้นั้นไปแค่เพียงไม่กี่เซน

“วิลลี่ โทรศัพท์” เขาหันไปออกคำสั่งกับมือขวา ชายหนุ่มกำยำหัวโล้นส่งสมาร์ทโฟนราคาแพงให้นายตัวเอง ก่อนที่สามก๊กจะเลื่อนสลับหน้าจอทัชสกรีนเป็นรูปหน้ากล่องแชทไลน์

แต่ก็แทบจะผงะไป ใจกระตุกอย่างรุนแรง

เมื่อเด็กสาวที่หายไปร่วมสิบห้านาที กลับส่งรูปภาพวาบหวิวขยี้ใจมายั่วยวนเขาในเวลาสำคัญเสียนี่!

รูปแรก นั้นเป็นรูปที่พอเร่งระดับเลือดลมให้สูบฉีดประมาณหนึ่ง เป็นรูปที่เธอยกกล้องเซลฟี่ถ่ายด้วยมือตัวเอง รอยยิ้มโก๊ะๆ ถูกเผยออกมา พร้อมกับหน้าอกหน้าใจที่ทะลักจากชุดวาบหวิวที่สามก๊กโปรดปรานราวกับจงใจ

รูปที่สอง เป็นรูปที่ทรวงอกกลมโตหกลงจากขอบเสื้อคอกว้างมากขึ้น ความขาวเนียนไร้ไฝหรือสิวฝ้านั้นทำให้มาเฟียหนุ่มที่ยืนเลื่อนดูแต่ละรูปนั้นเต็มไปด้วยความกระเหี้ยน เขานึกอยากไปฉีกชุดสายเดี่ยวบนร่างกายของเด็กสาวออก ก่อนที่ต่อมาจะชักดึงสติของตนเองกลับมา ผ่อนลมหายใจหนักเบา

ยัยเด็กนี่เพิ่งอายุสิบแปด จะยังเร่งรัดไม่ได้

แจ้งเตือนที่สามเป็นข้อความไม่สั้นไม่ยาว ที่คราวนี้ถูกพิมพ์มาด้วยศัพท์ที่แสนเย้ายวน โดยที่ไม่คิดว่าสาวเจ้าจะมีอารมณ์นี้กับเขา ทั้งที่ต่อหน้านั้นดูกลัวจนหัวหด

ปริศนา : ถ้าพี่สามอยากเห็นมากกว่านี้ ก็รีบกลับมานะคะ

ตึง!

สามก๊กบิดมีดหักลงไปในทิศทางที่ไม่โดยเนื้อหนังของชายวัยกลางคนที่ชื่อพิศุทธิ์โดยตรงทันทีจนเกิดเสียงดัง เขาเลือดลมแล่นพล่าน โดยเฉพาะจุดศูนย์รวมความต้องการทั้งหมดของผู้ชายที่ชูชันดันเป้ากางเกงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

ไม่คิดเลยว่าเด็กที่สติไม่ดีคนนั้น จะทำให้เขารู้สึกได้มากถึงขนาดนี้

“วิลลี่ จัดการให้หน่อย” เขายังคงตีสีหน้านิ่งเรียบตอนที่หันไปออกคำสั่งให้มือขวาของตัวเองด้วยถ้อยคำกำกวม หากแต่อีกฝ่ายกลับเข้าใจได้ในทันที วิลลี่โค้งรับตอนที่ก้าวมาแทนที่ชายหนุ่ม ก่อนที่สามก๊กจะเดินหุนหันออกไปจากห้องสนุ๊ก พร้อมกับชายชุดดำอีกร่วมห้าคน

เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดเหลือคณาดังขึ้นจากในห้องสนุ๊กหลังจากที่เดินจากมา แต่ถูกกลบโดยบรรยากาศอื้ออึงของโซนคอกเทลเล้าจน์ที่มีผู้หญิงในชุดวาบหวิว บ้างก็เปลือยกายห้อยโหนอยู่บนเสาให้ชายหนุ่มมากหน้าหลายตาเชยชมรูปร่างอ้อนแอ้นอรชร

แต่ในแววตาของสามก๊กนั้นไม่หวั่นไหวกับอิสตรีล่อตาล่อใจเหล่านั้นเลยแม้แต่เพียงนิด ผู้หญิงก็เหมือนกันหมด และนี่ก็แค่หนึ่งในธุรกิจที่สัตตบรรณทำ

แต่ผู้หญิงที่เย้ายวนใจที่สุด

นั้นคือคนที่เขาลงความเห็นแล้วว่าจะเอามาเป็นนางบำเรอนั่นเอง

สองชั่วโมงหลังจากนั้น

ฝ่ายออพิมแก้วคนงาม กลับไม่ได้ใส่ใจข้อความในแชทไลน์อีกต่อไป เธอไม่รู้ว่าตนเองกำลังจะประสบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันและมัวแต่กดโทรศัพท์ถ่ายรูปอย่างเพลิดเพลิน เซลฟี่ตัวเองอย่างไม่รู้จักเบื่อ พร้อมกับสลับมาดูแกลลอรี่อย่างตื่นตาตื่นใจกับวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่ตนเองได้รู้

แต่แล้ว

“มิได้! จักมาหลงรักวัฒนธรรมเมืองอื่นที่มิใช่กรุงศรีได้อย่างไร” อารมณ์ดีไม่ทันไรเธอก็ฟื้นคืนสติแล้วยกสองมือมาตบหน้าตัวเองเบาๆ สาวเจ้าส่ายหน้าเพื่อรั้งสติของตนเองที่กำลังจะหลงรักการถ่ายรูปขึ้นมาจริงๆ แต่ก็เพิ่งนึกขึ้นได้เช่นกันว่าตอนนี้ตัวเองถูกจับมาเป็นเชลยโดยเมืองแขก “มิเอา มิเอา จักมิถ่ายรูปอีกแล้ว วัฒนธรรมของแขกขาวเรามิเปิดรับ!”

คิดได้เช่นนั้นก็วางไอโฟนราคาแพงลงบนฟูกนอนพลางผินหน้าหนีไปนั่งยโสอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งอย่างไม่ใยดี แต่สายตาเจ้ากรรมก็ยังเหลียวไปมองอยู่ร่ำไป

แต่เจ้าคุณพ่อบอกว่ากรุงศรีอโยธยาของเราเป็นเมืองที่มิเคยแพ้เมืองอื่น แม้แต่พม่า เขมรเมืองมอญ หรือแม้แต่เมืองฝาหรั่งมังค่าที่เข้ามาทำการค้า พระนครของเราก็คือจุดศูนย์กลางแห่งการตลาดการคมนาคมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

จักว่าเราหยิ่งจองหองมิเปิดรับวัฒนธรรมประเพณีใหม่ๆ ก็ช่าง แต่เราจักมิแสดงให้ชายแขกขาวผู้นี้รู้เด็ดขาดว่าเราชอบวัฒนธรรมในเมืองของเขา

เชิดหน้าเข้าไว้ออพิม!

นั่งเชิดอยู่ไม่นานก็ได้ยินเสียงรถขับเข้ามาภายในตัวคฤหาสน์ที่ดังขึ้นมาถึงชั้นสองที่เธออยู่ เด็กสาวผวาไปยืนอยู่หน้าบานหน้าต่าง เห็นเกวียนรูปทรงสีดำทมิฬที่ไม่มีวัวควายหรือม้าเทียมเกวียนดั่งเช่นเมื่อวานที่หล่อนถูกพามา ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำก้าวออกมาหลังจากวัตถุนั้นหยุดเคลื่อนตัว เขากำชับชุดด้านนอกอย่างถือตัว

เด็กสาวยู่หน้า กลับมาแล้วหรือชายเถื่อนแห่งเมืองแขก

หากแต่พลันนั้นดวงตาในแว่นกรอบบางก็เงยขึ้นมาสบตากับหล่อน

“เฮือก!” ดวงตาดุดันอะไรเช่นนี้ ออพิมแก้วในชุดสุดเซ็กซี่หลบหน้าหนีหันหลังให้อีกฝ่ายในทันใด เนื่องจากดวงตานั้นราวกับอยากจะฉีกทึ้งหล่อนให้ขาดกระจุยตั้งแต่ตรงนี้

นะ... น่ากลัวเหลือเกิน

ยืนผวาอกสั่นขวัญแขวนได้ไม่นาน ประตูห้องของเธอก็ถูกไขเปิดออก สาวเจ้ายังคงยืนอยู่ริมหน้าต่าง ในขณะที่หน้าประตูมีบุรุษเถื่อนยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับจ้องมองเด็กสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

ชุดนี้ที่สาวรับใช้จัดแต่งให้ช่างถูกใจ เข้ากับสรีระผอมบาง แต่กลับมีส่วนเว้าส่วนโค้ง ส่วนที่นูนออกมากอย่างเต็มตื้นด้วยเสน่ห์ของสาวที่โตเต็มวัย ถ้าอีกฝ่ายไม่บอกว่าตัวเองอายุไม่ถึงยี่สิบปีบริบูรณ์ เขาคงเข้าใจผิดว่าเธอเป็นเด็กสาววัยเรียนมหาลัยเป็นแน่

แววตาคมเหลือบไปเห็นโทรศัพท์เจ้ากรรมที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง จึงได้ความว่าหล่อนไม่ได้อ่านข้อความสุดท้ายที่เขาส่งไป

ถึงมันจะเป็นเพียงแค่สติกเกอร์ก็ตาม แต่หล่อนก็ควรอ่าน หล่อนเป็นเด็กเลี้ยงของเขาไม่ใช่หรือ

“ทำอะไรอยู่ตรงนั้น เข้ามานี่สิ” เสียงทุ้มต่ำโพล่งขึ้น แต่มันมีความแหบพร่าเจืออยู่นิดๆ เนื่องจากได้รับแรงกระตุ้นมาจากคาสิโนแล้ว พิมแก้วสั่นหน้าหวือ เธอก้มหน้าลงมองร่างกายตัวเอง เมื่อเห็นว่าชุดนั้นเปิดเผยผิวมากเกินไปก็หวั่นผวา รีบยกมือมากอดตนเองไว้แน่น

“ชายเมืองแขกขาว... มิใช่สิคุณสาม ได้โปรดอย่าทำกระไรเราเลย เรามิเคยผ่านมือชายใด มิรู้วิธีจักปรนเปรอท่านดอกเจ้าค่ะ”

วิธีการพูดที่แปลกประหลาดหลุดออกมาจากปากเธออีกครั้ง สามก๊กไม่รู้ว่าเธอไปเรียนมาจากไหนถึงรู้คำในสมัยโบราณมากขนาดนี้ ถ้าจะเป็นคนสติไม่ดี ก็คงเป็นคนสติไม่ดีที่ชอบอ่านประวัติยุคกรุงศรีอโยธยาจนหลอนเป็นเพ้อเป็นพกออกมาเหมือนเป็นคนยุคนั้น

สมัยนี้จะมีหรือ คนที่ย้อนอดีตมาแบบในหนังหรือละคร ตลกเกินไป

ชีวิตเขาอยู่แต่กับพระกับศาสนา มากกว่านั้นคืออยู่กับโลกแห่งความเป็นจริง

ชายหนุ่มส่ายหน้าเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเอาแต่เดินเข้าไปหลบที่หลังม่านที่อยู่ใกล้บานหน้าต่างใหญ่ที่มองลงไปด้านล่างได้ถนัด เขาคิดว่าหล่อนคงไม่ก้าวเข้ามาก็ต่อเมื่อตนนั้นก้าวเข้าไปเอง จึงตัดสินใจขยับรองเท้าหนังจระเข้มันวาวเข้าใกล้หล่อนที่อยู่หลังผ้าม่าน

“เฮือก!” เจ้าตัวเล็กสะดุ้งโหยง เอาหน้ามุดผ้าม่านหนาที่แทบจะปิดตัวเองไม่มิด จนโดนฝ่ามือหนาของสามก๊กดึงมันออก ปรากฏความงดงามเต็มตา ท่ามกลางแสงแดดจ้าที่สาดส่องเข้ามาผ่านบานหน้าต่าง

เด็กสาวนั้นสวยจนแทบปฏิเสธไม่ได้ว่ากระตุ้นโสตประสาทความรับรู้ทางเรื่องเพศให้ตื่นได้ดี เธอในชุดสายเดี่ยวคอเสื้อแหวกต่ำ ผ่าหน้าผ่าหลัง ผ่าขานั้นสวยจนไม่มีที่ติ พาลทำให้กายแกร่งของสามก๊กนั้นเกร็งเครียด

การถุกกระตุ้นโดยที่รู้ตัวว่ามันจะไม่สำเร็จดั่งใจหวัง มันช่างทรมานเหลือเกิน

ปึง!

“อ๊ะ!” เสียงหวานหวีดร้องในลำคอเมื่อคนตัวใหญ่กว่ายันและดันเธอจนไปชิดกับบานหน้าต่างใหญ่ดังปึง แดดร้อนลามไล้แผ่นหลังนวลเนียนจนเธอหยีตา คุณสามหรี่ตาลงมองใบหน้าของหล่อนที่แต่งเติมเมคอัพไปเพียงน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดูสวยพิฆาตสิ้นดี

“อย่ามาว่ากูโหดร้ายแล้วกัน ในเมื่อเธอยั่วยวนกูก่อน” ริมฝีปากหยักลึกขยับพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงแหบต่ำเย้ายวน ใบหน้าของเด็กสาวเหรอหราและขึ้นสีเลือดฝาด ยิ่งเขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ในขณะที่เธอจนมุมอยู่แบบนี้ สาวเจ้ายิ่งหลับตาปี๋ด้วยความกลัว

ตึกตัก ตึกตัก

ริมฝีปากนั้นอยู่เพียงเอื้อม ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดใบหน้าของหล่อนอย่างตั้งใจ ออพิมแก้วนั้นแสนตื่นตะลึง เพราะนี้เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่อยู่ใกล้ชิดกับบุรุษได้ถึงขนาดนี้โดยไม่มีเจ้าคุณพ่อมายืนคุมเชิง

กะ... ใกล้จักได้จุมพิตกันแล้ว

ก็อกๆ!

“นายครับ คุณเอมมิกามาขอพบครับ”

ทว่า

เสียงเคาะประตูอย่างมีมารยาทที่มาพร้อมกับทุ้มต่ำของลูกน้องที่ขัดขึ้นกะทันหันระหว่างที่ปากใกล้จรดเด็กสาวอายุสิบแปดปี ก็ทำให้คุณสามผละออกจากเธอทันควัน การหักห้ามใจกับความทรมานที่แสนหอมหวานนี้ทำให้มาเฟียหนุ่มรู้สึกโล่งใจที่ไม่ได้จูบเด็กสาวตรงหน้าไปจริงๆ

เธอยังคงเผยอปากค้าง มองคุณสามที่ขยี้ผมของตนเองจนยุ่งเหยิงจากที่เซ็ตมาจนเนี๊ยบอย่างหัวเสีย

แกรก

“เอ่อ... คุณเอมมิกามาขอพบครับนาย” ลูกน้องอ้ำอึ้งไปเมื่อเห็นว่าทันที่ที่นายของเขาเปิดประตูออก สภาพของคนข้างในทั้งสองดูแปลกนัก เหมือนเพิ่งผ่านอะไรชวนจั๊กจี้ใจมาก็ไม่ปาน

สามก๊กนวดหัวคิ้วตัวเองพลางตบบ่าเขาเบาๆ

“ขอบใจมาก”

ขอบใจ... เรื่องอะไรครับคุณสาม!

ลูกน้องหน้าเหี้ยมคนนั้นที่เผลอมาขัดจังหวะคิดไปไกลแสนไกลเสียแล้ว

“บอกเธอให้รอฉันสวดมนต์ก่อน”

สามก๊กพูดกับเมดสาวให้ไปบอกหญิงสาวผู้มาใหม่คนนั้น ก่อนที่จะผละไปเข้าห้องพระอย่างไม่ใยดี

เพราะ ‘เอมมิกา’ คือชื่อของเมียคนแรกของเขาที่มีลูกด้วยกัน แต่ลูกสาวนั้นถูกทำแท้งตั้งแต่ยังไม่คลอดด้วยซ้ำ เนื่องจากอีกฝ่ายเป็นสาวสังคมสมัยใหม่ พอเห็นผู้ชายคนไหนดีกว่า ก็พร้อมแจ้นไปหา โดยทิ้งให้เขาที่เต็มไปด้วยความหวังว่าจะได้มีลูกกับคนที่รัก จมอยู่กับความทุกข์ทรมานที่เสียลูกสาวคนแรกในชีวิตมานานนับปี

อดีตของเธอน่ะ ไม่น่าจดจำนักหรอก ที่มาหาครั้งนี้ ก็คงเพราะตอนนี้ธุรกิจของเขากำลังไปได้ดี และเธอก็ถูกผู้ชายคนนั้นทิ้งมาแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่ารอบที่เท่าไหร่ที่เป็นแบบนี้ โดยที่เธอจะเลือกมาหาเขาเป็นที่พึ่งสุดท้ายเสมอ

ราวกับของตาย

เพราะฉะนั้นจึงไม่อยากไว้หน้าสักเท่าไหร่น่ะสิ

ถึงจะเจ็บปวด เคียดแค้นกับสิ่งที่เอมมิกาทำกับเขาไว้มาก แต่เพราะสามก๊กนั้นเป็นผู้ชายที่ยึดติดกับอดีต กลายเป็นว่าเขาเองนี่แหละที่ชอบทำตัวเหมือนของตายให้เธอมาย่ำยีจิตใจไม่เว้นแต่ละวัน

ทางฝ่ายเอมมิกานั้นก็ไม่พอใจอย่างแรงที่ชายคนนั้นหยามหน้าเธอขนาดนี้ อุตส่าห์มารอเพื่อมาคุยเรื่องความสัมพันธ์ที่คาราคาซังกันเนิ่นนาน (หลังจากทิ้งเขาไปหาเศรษฐีคราวพ่อที่รวยกว่า แถมยังจับแต่งานสะอาดผิดกับสาม) เธอไม่มีทางเลือกมากนัก นอกจากอาละวาดจนกว่าสามจะลงมา

“แกไปตามสามมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ จะสวดมนต์หรืออะไรฉันไม่สน บอกสามด้วยว่าอย่าเล่นลิ้น ฉันต้องการเจอเขาเดี๋ยวนี้!!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป