บทที่ 10 เจ้าอยากเป็นลูกรักเพียงนั้นเชียว
จ้าวเฟยเฟยน้ำตาซึมเด็กคนนี้ช่างจิตใจอ่อนโยนเหลือเกิน จากนั้นนางก็แบ่งบิหมั่นโถวเป็นสองก้อน ส่งให้เฉินมู่หยางครึ่งหนึ่งส่วนอีกครึ่งนางค่อยๆบิป้อนเฉินผิงผิงคำเล็กๆกระทั่งนางกินไปได้สิบกว่าคำจ้าวเฟยเฟยจึงหยุดก่อนจะเอ่ย
"ท้องของลูกไม่มีอะไร น้ำย่อยอกมาย่อยกระเพาะจึงทำให้ปวดท้อง หากกินอิ่มทีเดียวจะปวดท้องอีก แม่จะไปดูว่าที่ลำธารมีอะไรบ้าง ส่วนท่านตาเฒ่าไก่กับกระต่ายเก็บเอาไว้ หมูป่าเอาไปขายในเมือง ชาวบ้านที่นี่เอาเปรียบเกินไปอยากซื้อของถูกพวกเขาเห็นท่านใจดีชอบกดราคา"
"แต่ว่า"
"ไม่มีแต่เฉินมู่หยาง ลูกๆเจ้าห้าขวบแล้วแต่ดูสิตัวแคระแกรนราวกับเด็กสามขวบ ข้าจะจดของที่ต้องซื้อด้วยเอาเท่าที่พอมีก่อน นี่ปิ่นกับกำไลเอาไปขายซื้อเสบียงมา ในเมื่อแยกบ้านกันแล้วเงินที่ขายได้ควรเลี้ยงครอบครัวตนเอง ข้าหมายถึงลูกๆของเจ้า ตาเฒ่ายายเฒ่านั่นเป็นหน้าที่ลุงใหญ่ท่านซึ่งเป็นลูกคนโต ไม่ใช่หน้าที่หลานชายเช่นเจ้า ลูกชายเจ้าต่างหากคือคนที่ต้องเลี้ยงดูเจ้าในอนาคต"
เฉินมูหยางไม่รับปิ่นเงินกับกำไลของนาง นั่นเป็นสิ่งที่นางมี เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวจะเอาของภรรยามาเลี้ยงดูตนเองได้อย่างไร เมื่อเฉินผิงผิงดีขึ้นจ้าวเฟยเฟยก็หันมาหาเฉินโม่หวายก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม
"เฉินโม่หวาย...เจ้าอยากเป็นลูกรักของบิดาเจ้าคนเดียวถึงขนาดวางแผนฆ่าน้องสาวเชียวหรือ"
"ฮือๆๆๆๆ ข้าเปล่านะเจ้าๆๆ สตรีแพศยาเจ้า..เจ้าใส่ร้ายข้าฮือออๆๆๆ"
แม้คำพูดของนางจะรุนแรงแต่ไอ้เด็กนี่ต้องใช้วิธีนี้แหละถึงจะได้ผล เฉินโม่หวายร้อยไห้เสียงดังจนเฉินโม่หยางที่กำลังขนของลงมาเพื่อจะเอารถเข็นใส่สัตว์ไปขายถึงกับวิ่งมาดู เห็นบุตรชายนั่งร้องไห้ปาดน้ำตาจึงเอ่ยต่อว่าจ้าวเฟยเฟย
"จ้าวเฟยเฟยเจ้าทำอะไรบุตรชายข้า โม่หวายมาหาพ่อ"
จ้าวเฟยเฟยลุกขึ้นเท้าเอวมองหน้าพ่อลูกสลับกันก่อนจะเอ่ยออกมา
"บุตรชายเจ้าอยากได้ความรักจากเจ้าจนถึงขั้นคิดฆ่าน้องสาวตนเอง"
"ท่านพ่อข้าเปล่า ข้าไม่ได้ทำขอรับ"
"จ้าวเฟยเฟย โม่หวายเพิ่งจะห้าขวบเด็กอายุเพียงนี้จะไปมีจิตใจเช่นนั้นได้อย่างไรกัน"
"เฉินผิงผิงลุกขึ้นและจับมือท่านแม่ก่อนจะเอ่ย
"ท่านแม่ พี่ชายเป็นคนดีเขาไม่ฆ่าผิงผิงหรอกเจ้าค่ะ"
จ้าวเฟยเฟยมองหน้าเด็กน้อยที่เอาแต่ร้องไห้ก็ถอนหายใจก่อนจะเอ่ย
"ตาเฒ่า...เมื่อวานข้ากำลังจะเชือดไก่ ไหนๆก็แยกบ้านมาแล้วข้าคิดว่าคงไม่มีใครมาแย่งเรากินอีก แต่ใครจะรู้ว่าบุตรชายเจ้ากลับวิ่งแจ้นไปฟ้องป้าสะใภ้ใหญ่เจ้าว่าที่บ้านมีเนื้อ เขากลัวว่าข้าจะกินเองจนหมดหวังจะให้ยายแก่นั่นมาทุบตีข้า สุดท้ายเนื้อก็ไม่ได้กินแถมยังถูกพวกเขาทุบตี ข้าถูกยายแก่สองคนนั่นรุมทุบจนสลบก็เพราะบุตรชายเจ้า ลูกสาวเจ้าตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ได้กินอะไรเลยถึงได้ปวดท้องจนสลบไป"
เฉินโม่หวายร้องไห้หนักกว่าเดิมก่อนจะเอ่ยกับบิดา
"ฮือๆๆๆ ท่านพ่อข้าไม่ได้อยากทำร้ายน้องสาว ข้าแค่กลัวว่านางจะเอาไว้กินคนเดียว หากท่านย่าใหญ่รู้และมาแย่งนางไปอย่างน้อยก็อาจจะแบ่งเนื้อให้ข้ากับน้องบ้างขอรับ"
เฉินมู่หยางมองหน้าบุตรชายก่อนจะถอนหายใจ จ้าวเฟยเฟยหวงของกินเพียงใด นางเอาแต่ใจและร้ายกาจเพียงใดทำไมเขาจะไม่รู้ บุตรชายเขาจะระแวงก็ไม่แปลกหรอกก่อนจะเอ่ย
"ที่ผ่านมาเจ้าทำเกินไปหลายครั้ง โม่หวายจะระแวงเจ้าก็ไม่ผิด"
เจ้าเฟยเฟยพ่นลมออกปากก่อนจะพยักหน้าสามที นางชี้นิ้วไปยังเด็กน้อยก่อนจะเอ่ย
"ได้ๆๆ เฉินมู่หยางจากนี้ไปบุตรชายของเจ้าข้าไม่ยุ่งอีก อย่างสั่งสอนกันเช่นไรก็เชิญ เจ้าไม่อยู่ข้าบอกก่อนนะนอกจากให้ข้าวให้น้ำให้มีชีวิตอยู่รอเจ้ากลับมาเท่านั้น เรื่องอื่นข้าจะไม่ยุ่ง ในเมื่อเขาไม่เคารพข้าๆก็ไม่จำเป็นต้องเมตตา หากไม่พอใจเจ้าก็เขียนใบหย่ามา"
จ้าวเฟยเฟยเดินหนีไปไกล นางไปที่ลำธารเด็กสองคนนั่นกินหมั่นโถวลูกนั้นไปแล้วตอนนี้นางก็หิวเช่นกัน เฉินมู่หยางเดินมาหานางพร้อมกับคว้าลำแขนที่แห้งแกรนเอาไว้ก่อนจะเอ่ย
"เจ้าบอกว่ามีของจะซื้อ บอกมาเถอะต้องซื้ออะไรบ้าง"
"ไม่จำเป็น ข้าหาเงินได้จะไปซื้อเองเจ้ายุ่งเรื่องของลูกเจ้าก็พอ ข้าไม่อยากก้าวก่าย อย่ามายุ่งกับข้า"
"ข้าจะไปเช่าบ้านท่านปู่หลี่เจิ้ง ที่บ้านนอนไม่ได้เพราะฝนรั่ว อีกสองวันข้าจะซ่อมแซมเจ้าเตรียมของเถอะรอข้ากลับมา"
จ้าวเฟยเฟยไม่เอ่ยตอบ นางเดินไปหาริมลำธารก็เห็นมันเทศกอใหญ่ นางเดินกลับไปหยิบมีดมาก่อนจะลงมือขุด เฉินมู่หยางเห็นนางเงียบไม่ตอบเขาก็ถอนหายใจ ในเมื่อไม่รับความหวังดีก็ช่างนางเถอะ จากนั้นเขาก็เข็นรถไปขายสัตว์ที่ล่ามาได้ เขาเหลือไก่และเป็ดป่าเอาไว้ตามที่นางบอกจ้าวเฟยเฟยไม่สนใจนางขุดมันเทศมาล้างวก่อนจะข้ามลำธารไปหาฟืนเพื่อมาสุมไปเผามันเทศกินนางหิวจะตายแล้ว
