บทที่ 12 ท่านแม่ข้าขอนอนด้วย
จ้าวเฟยเฟยสร้างแพเล็กๆไว้สำหรับลากขนของหนึ่งแพ นางนำข้าวของใส่แพก่อนจะเข็นไปยังแพใหญ่ เฉินมู่หยางที่สร้างสะพานเสร็จแล้วมองคนตัวเล็กที่กำลังโยนข้าวของจากแพเล็กไปยังแพหลักก็ลุยน้ำมาหานางก่อนจะเอ่ย
"เจ้าแช่น้ำทั้งวันแล้วจะป่วยเอาได้ มาเถอะปล่อยให้ข้าจัดการเอง"
"อืม"
จ้าวเฟยเฟยแบกกระบะดินสองใบที่นางทำไว้สำหรับจุดไฟขึ้นบ้านแพอย่างระมัดระวัง แม้เพียงอุปกรณ์ง่าย ๆ แต่ก็สำคัญยิ่งยามฝนพรำเช่นนี้ เมื่อวางเรียบร้อย นางยกชายกระโปรงเปียกน้ำขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะก้าวขึ้นสะพานไม้ที่เพิ่งสร้างเสร็จ ทว่าความเย็นจากลำธารที่แช่อยู่นาน ทำให้ร่างกายเริ่มสั่นน้อย ๆ
ไม่ทันเอ่ยปาก เฉินมู่หยางก็ก้าวเข้ามา อุ้มร่างบางขึ้นแนบอก ก่อนจะวางนางลงอย่างเบาที่สุดบนสะพาน
“ขอบคุณ”
จ้าวเฟยเฟยพยักหน้าสั้น ๆ ด้วยความเคยชิน แล้วหมุนตัวเดินเข้าห้องพักเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า
เสียงฟ้าร้องคำรามมาแต่ไกล ลมเริ่มพัดใบไม้ปลิวกระจายโชคดีที่วันนี้นางเก็บลูกสนมาได้หลายตะกร้าในตอนข้ามฝั่งไปสำรวจ ลูกสนแห้งไวกว่าฟืนไม้ และหากพรุ่งนี้ฝนตก อย่างน้อยก็พอใช้ได้สักสามสี่คืน
ภายในห้องพักเล็ก ๆ จ้าวเฟยเฟยเปลี่ยนชุดที่เปียกเป็นเสื้อผ้าสะอาด จากนั้นก็นำชุดเดิมไปตากบนราวไม้ด้านข้างที่หันหน้าสู่ลม
กระบะดินถูกวางอย่างมั่นคงบนก้อนหินจากลำธาร นางเตรียมจุดไฟเพื่อให้ความอบอุ่นในคืนนี้ ไฟจากลูกสนเมื่อจุดแล้วจะมีเสียงเปาะแปะ และส่งกลิ่นหอมบาง ๆ
เด็กทั้งสองเดินจูงมือบิดาเพราะแสงสว่างหมดไปแล้ว จะเข้ายามห้ายแล้วท่านพ่อกับท่านแม่เพิ่งจะสร้างที่พักเสร็จ หลังจากข้ามมาเฉินมู่หยางก็เก็บสะพานขึ้น เมื่อเข้ามาข้างในก็เห็นท่านแม่ปูผ้านวมหนาวสองชั้น วันนี้ท่านพ่อซื้อผ้านวมกลับมาสี่ผืนอีกด้วย จ้าวเฟยเฟยกำลังนำผ้าหยาบมากางปิดกำแพงเพื่อไม่ให้ลมลอดเข้ามาได้ เฉินมู่หยางเอ่ยถามนาง
"นั่นเป็นสินเดิมเจ้าเอามาทำเช่นนี้จะดีหรือ"
"สินเดิมแล้วอย่างไร ข้าไม่อยากหนาวตาย หากมีชีวิตรอดก็หาเงินซื้อใหม่ได้ ข้ากินมันเทศอิ่มแล้ว ซาลาเปาพวกเจ้ากินกันเองเถอะ"
จ้าวเฟยเฟยปูที่นอนให้กับเด็กๆโดยใช้ผ้านวมผืนเก่าของนางสองผืนส่วนผ้าห่มก็ใช้ของพวกเขา นางเหลือเพียงผ้านวมผืนเก่าหลือสองผืนที่ยายแม่เลี้ยงให้มาเป็นสินเดิมแม้จะเก่าแต่ก็ยังดีกว่าหนาวตาย ร่างบางกระเถิบไปนอนอีกด้านไม่นอนกับสามพ่อลูกแต่อย่างใด
นางจงใจทำตัวห่างเหินเขาอย่างเห็นได้ชัด นางตั้งใจทิ้งระยะห่างหรือว่านางยังคิดถึงคู่หมั้นเก่าคนนั้นกัน จ้าวเฟยเฟยที่แช่ฝนทั้งคืนแถมวันนี้ยังแช่น้ำทั้งวันเพื่อสร้างที่พักเริ่มมีไข้จึงไม่สนใจใครอีกไม่ใช่ว่านางทำตัวแปลกแยกแต่นางรู้สึกไม่ดีหากเด็กสองคนติดไข้จะยุ่งไปกันใหญ่
เปาะแปะ เปาะแปะ เปาะแปะ ซู่ๆๆๆๆ สายฝนกระหน่ำตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เสียงฝในที่กระทบกับลำธารนั้นช่างทำให้คนที่นอนฟังรู้สึกหนาวเย็น ลูกสนให้ความอบอุ่นได้ดี ไฟไม่แรงจนลุกโชนแสงสลัวแต่อบอุ่น บางครั้งแพก็ขยับไปตามคลื่นน้ำที่กระเพื่อม เฉินผิงผิงเดินไปหาท่านแม่ของนาง
"ท่านแม่ลูกอยากนอนด้วยเจ้าค่ะ"
จ้าวเฟยเฟยที่เริ่มจะตัวร้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
"แม่ไม่สบาย ลูกอย่ามาใก้ลจะติดหวัดเอาได้ เด็กดีถ้าแม่หายดีสัญญาจะนอนกับเจ้าดีหรือไม่"
"โอ่ว..ก็ได้ท่านแม่รีบหายนะเจ้าคะ"
เฉินโม่หวายมองน้องสาวที่สีหน้าผิดหวัง หึ..ผิงผิงจริงใจต่อนางแต่นางกลับทำเมือนน้องสาวของเขาไม่อยู่ในสายตา เฉินมู่หยางเห็นสายตาบุตรชายที่มองไปยังร่างบางที่นอนหันหลังให้ก็เอ่ยตำหนิเสียงไม่ดังนัก
"เรื่องเมื่อวานลูกเป็นคนผิด โม่หวายแม้ว่าลูกจะไม่พอใจนางก็ไม่ควรให้คนอื่นมาทำร้ายนางเข้าใจหรือไม่"
"ขอรับท่านพ่อ"
เด้กน้อยพยักหน้ารับปาก บุตรสาวเดินกลับมานั่งตักบิดาก่อนจะเอ่ย
"ท่านพ่อท่านแม่นางไม่สบายกลัวผิงผิงจะติดไข้เจ้าค่ะ ท่านแม่บอกว่าหากนางหายดีจะมานอนกับลูก"
"เช่นนั้นพวกเรานอนกันเถอะนะ พรุ่งนี้ก็ตื่นสายหน่อยเพราะพ่อจะพาลูกทั้งสองเข้าเมืองไปซื้อของที่อยากได้ ดีหรือไม่"
"แต่ท่านแม่ไม่สบายจะไปได้หรือเจ้าคะ"
"ผิงผิงอยากให้ท่านแม่ไปด้วยหรือ"
"เจ้าค่ะ เราพาท่านแม่ไปหาหมอดีไหมเจ้าคะ"
"อืมได้ แต่ตอนนี้พวกเรานอนกันเถอะฝนตกหนักมากแล้ว"
"แพนี่ดีกว่าบ้านดินจริงๆขอรับท่านพ่อ"
"ต้องขอบใจนาง โม่หวายบ้านที่เราจะไปเช่ายังไม่ดีเท่ากับแพหลังนี้เลย นอนกันเถอะ"
แพลำเล็กที่พวกเขาใช้พักอาศัยถูกผูกไว้อย่างมั่นคง กลางลำธาร จุดที่น้ำลึกและนิ่งกว่าริมตลิ่งหลายเท่า ตอไม้ไผ่กั้นหัวท้ายฝั่งละสามต้นกับข้างๆ อีกสามต้นเพื่อกันแพไหลออกไป
จ้าวเฟยเฟยเลือกจุดนี้ด้วยเหตุผลที่รอบคอบ เพราะกลางลำธารนั้นไม่มีหินใหญ่ ๆ ให้แพต้องกระแทกหากเกิดคลื่นแรง ๆ ยามฝนตกหนัก หรือกระแสน้ำไหลเชี่ยว หากจอดแพไว้ใกล้ฝั่ง แม้จะขึ้นลงสะดวกกว่า แต่หินบางก้อนที่โผล่พ้นผิวน้ำเพียงเล็กน้อยก็อาจสร้างรอยร้าวให้แพได้โดยไม่รู้ตัว
ยิ่งไปกว่านั้น ลำธารสายนี้ไม่ได้เป็นเพียงธารน้ำธรรมดา หากแต่ไหลลงมาจาก ทะเลสาบซานเหอ ที่กว้างใหญ่และน้ำเย็นจัดตลอดปี
ยามฤดูฝน น้ำจะไหลแรงและเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง คลื่นเล็ก ๆ เพียงแผ่วเบาเคลื่อนตัวรอบแพอย่างนุ่มนวล
จากแพ... มองออกไปจะเห็นม่านหมอกบาง ๆ ลอยเหนือผิวน้ำ ทอดยาว เสียงลำธารไหลดังชัดในความเงียบ บ้างเบา บ้างแรง แล้วแต่โขดหินเบื้องล่างจะเรียงตัวกันอย่างไร ที่นี่แม้จะเปลี่ยว แต่กลับเป็นที่ซึ่งจ้าวเฟยเฟยรู้สึกปลอดภัยที่สุด
