บทที่ 13 นางไม่สบาย
ทุกคนนอนหลับหมดแล้ว เฉินมู่หยางลุกออกไปจัดการไก่และเป็ดที่นางให้เขาทิ้งไว้ให้ สตรีคนนี้บทจะไม่เอาก็ไม่เอาเลย เขายอมรับว่าบุตรชายทำเกินไป แต่โม่หวายยังเด็กต้องค่อยๆสอน นางกลับใช้คำพูดรุนแรงจะต่อต้านก็ไม่แปลก
ฝนซาแล้วเฉินมู่หยางทำไก่เรียบร้อยแล้ว เขานำไปลนไฟที่ก่อในห้องก่อนจะแขวนตากลม จากนั้นก็เดินไปเตรียมล้มตัวลงนอน เสียงครางเบาๆดังออกมาจากคนตัวเล็กที่นอนอยู่อีกมุม ร่างสูงเดินไปดูก่อนจะเขย่าเรียกนาง
"จ้าวเฟยเฟย เจ้าเป็นอะไรไปไม่สบายหรือ"
"ฮือ..คุณยายขา หนูหนาวจังเลยกอดหนูหน่อย"
เฉินมู่หยางได้ยินนางละเมอเขาจึงใช้หลังมืออังหน้าผากนวล นางตัวร้อนฉี่เลย ทำอย่างไรดี เขาพอจะมียาแก้ไข้อยู่ ร่างสูงลุกไปหยิบหม้อดินเผาใบเล็กก่อนจะไปหยิบห่อยาแก้ไข้มา จากนั้นก็ลงมือต้มยาให้นาง
คนตัวโตเติมลุกสนใส่เตาจากนั้นก็ตั้งหม้อยาเรียบร้อยแล้วทิ้งเอาไว้ เขาเดินไปหยิบผ้าสะอาดผืนเล็กพร้อมกับออกไปข้างนอกนำกาละมังแตกครึ่งตักนน้ำในลำธารมา
จ้าวเฟยเฟยกอดอกแน่น ผ้านนวมถูกดพันร่างกายเอาไว้ เฉินมู่หยางค่อยๆใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้นาง เด็กน้อยเฉินโม่หวายลืมตามาเห็นบิดากำลังเช็ดตัวให้กับสตรีร้ายกาจคนนั้น เขาลุกขึ้นและเดินไปหา กอนจะเอ่ยปากถาม
"ท่านพ่อ ท่านทำอันใดอยู่หรือขอรับ"
"นางเป็นไข้ คงจะมาจากแผลที่ถูกตีและวันนี้นางก็แช่นำเย็นทังวัน ลูกไปนอนเถอะพ่อจะดูนางเอง"
เฉินโม่หวายพยักหน้าก่อนจะไปนั่งใช้พัดเก่าๆโบกไปในเตาที่กำลังต้มยขา เฉินมู่หยางมองไปยังร่างเล็กของบุตรชาย แม้ว่าเขาจะเกลียดสตรีผู้นี้แต่ก็ยังทำเพื่อนาง มือเล็กคู่นั้นโบกพัดอย่างสม่ำเสมอ แสงไฟในเตากระทบกับใบหน้าเล็กๆ
จ้าวเฟยเฟยพูดถูก เขาถูกบ้านใหญ่เอาเปรียบเกินไป ลูกๆของเขาควรมีเนื้อหนังมากกว่านี้ แต่ยามนี้รางกับศพแห้งติดกระดูกก็ไม่ปาน เสียงของเฉินโม่หวายดังมาทำให้เขาหยุดความคิดก่อนจะหันมาตามเสียง
"ท่านพ่อ ยาได้ที่แล้วขอรับ"
"พ่อจัดการเองลูกไปนอนเถอะ"
เฉินโม่หวายพยักหน้าจากนั้นก็ลุกไปยับงที่นอนของตน บิดาเดินมายกหม้อยาออกก่อนจะมาห่มผ้าให้เขา เด็กน้อยเอ่ยถาม
"ท่านพ่อ นางจะตายหรือไม่ขอรับ"
"เหตุใดถามเช่นนั้น ลูกรังเกียจนางมากเลยหรือ งั้นพ่อหย่านางดีหรือไม่"
"ไม่ต้องหรอกขอรับ วันนี้นางดีกับน้องสาวมาก หรือเพราะว่าพอเราออกมาจากบ้านท่านย่าทวดแล้วนางก็ไม่ร้ายกาจ"
เฉินมู่หยางเห็นด้วยกับบุตรชายก่อนจะเอ่ย
"ต่อไปนางต้องอยู่ดูแลลูกกับน้องสาว หากว่าไม่เหลือบ่ากว่าแรงลูกก็อย่าหาเรื่องนางตกลงไหม"
"ขอรับท่านพ่อ"
"นอนเถอะ ดึกแล้วฝนลงเม็ดหนักอีกแล้ว"
เด็กน้อยพยักหน้าก่อนจะหลับไป ด้วยวัยเยาว์จึงหลับง่าย เฉินมู่หยางนำยาไปให้จ้าวเฟยเฟยดื่ม เขาปลุกนางหลายครั้ง
"จ้าวเฟยเฟย จ้าวเฟยเฟยเจ้าตื่นมากินยาหน่อย"
"ฮื้อ..ฮือๆๆ หนาว หนาวจังเลย"
"เจ้าไม่ตื่นอย่ามาว่าข้าไม่ได้นะ หากเจ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาข้าไม่ขาดทุนหรือ"
เฉินมู่หยางกรอกยาเข้าปากตนเองก่อนจะจับจ้าวเฟยเฟยให้เงยหน้า มือหนากระชับท้ายทอยนางเอไว้ เขาแนบริมฝีปากลงมาป้อนยานางจากปากของตนเอง คนตัวเล็กนิ่วหย้าทันทีที่มีรสขมเข้ามาในปากก่อนจะพยายามลืมตาขึ้นมอง นางเห็นผู้ชายจูบนางอยู่จึงรวบนวมแรงผลักเขาออกไป
"ไอ้บ้า แกเป็นใครกล้าดียังไม่มาลวนลามฉัน อยากตายหรือ การ์ดไปไหน ร.ป.ภ.ไปไหนหมดให้ใครเข้ามากัน นางปีศาจแม่เลี้ยงฉันส่งไอ้หน้าหม้ออย่างแกมาใช่ไหม ไอ้แก่หัวงู ยามๆๆ แค่กๆๆ"
จ้าวเฟยเฟยจำไม่ได้ว่าตัวเองทะลุมิติมาแล้ว นางคิดว่าคนตรงหน้าคือผู้ชายที่แม่เลี้ยงส่งมาจึงด่าทออาละวาด เฉินมู่หยางงุนงงกับคำพูดนางก่อนจะจับไหล่บางเขย่า
"จ้าวเฟยเฟย อะไรคือการ์ด อะไรคือไอ้แก่หัวงู นางปีศาจคือใคร มารดาเลี้ยงของเจ้าเกี่ยวข้องอย่างไร"
ร่างบางพยายามที่จะประคองสติก่อนจะมองหน้าเขาอีกครั้งจึงนึกได้
"อ้อ ที่แท้ตาแก่เฉินนี่เอง ท่านมีอะไรหรือเปล่า อืมปวดหัวจัง หนาวๆมาก"
"กินยาก่อน โม่หวายอุตว่าห์ลุกมานั่งเฝ้าหม้อยาตอนที่ข้าเช็ดตัวให้เจ้า"
"ขมมากไม่ไหว"
"อย่าดื้อไม่เช่นนั้นข้าจะป้อนแบบเมื่อกี้อีก เจ้าชอบหรือไม่"
อึกๆๆๆ ไม่ทันที่จะจบประโยคจ้าวเฟยเฟยก็คว้าชามยาจากเขามาดื่มเองจนหมด นางมองหน้าเขามองหาน้ำ จ้าวเฟยเฟยทำท่าจะร้องไห้ ขมขนาดนี้ฆ่ากันเลยดีไหม เฉินมู่หยางอมยิ้มก่อนเดินไปหยิบกระบอกน้ำส่งให้นาง จ้าวเฟยเฟยรับมาดื่มก่อนจะเอ่ย
"แยกกระบอกน้ำนะเดี๋ยวลูกเผลอดื่มจะติดไข้ อื้อ ตาเฒ่าท่านทำอะไรเนี่ย"
เฉินมู่หยางกระเถิบมากอดนาง จ้าวเฟยเฟยตัวร้อนมากนักเขาต้องอยู่ใกล้เพื่อคอยดูก่อนจะเอ่ย
"เจ้าเอาแต่ร้องไห้แล้วก็บ่นหนาว มาเถอะข้ากอดเจ้าเองรับรองไม่ล่วงเกินหรอก เจ้าไม่ต่างกับกระดานถูผ้า มองตรงไหนก็ไร้อารมณ์ไม่ทำให้ข้าตะบะแตกได้หรอกนอนเถอะ"
เฉินมู่หยางดูแคลนนางทั้งที่เมื่อยามสายเขาแทบแข็งเป็นหินตอนเห็นเรือนร่างในลำธารและเมื่อกี้ตอนเช็ดตัวให้นาง จ้าวเฟยเฟยไม่ต่อต้าน นางไม่ไหวแล้วเมื่อได้ยาไม่นานก็หลับไป
