บทที่ 7 ทวงสินเดิม
สองผัวเมียสะบักสะบอม พ่อเฒ่าและแม่เฒ่าเฉินรีบออกมาจากบ้านเพราะบุตรชายคนโตและสะใภ้ร้องโหยหวนเสียงดัง ชาวบ้านเองก็พากันมามุงดูเหตุการณ์เช่นกัน กระทั่งมีคนไปตามผู้ใหญ่บ้านมา ผู้ใหญ่บ้านนับว่ายุติธรรมพอสมควรเมื่อมาถึงก็เอ่ยปากถามเรื่องราวทันที
"พวกเจ้าโวยวายกันแต่เช้าจะไม่ให้คนได้กินข้าวหรืออย่างไรกัน"
"ผู้ใหญ่บ้านท่านต้องช่วยพวกเราด้วยนะเจ้าคะ นางสารเลวจ้าวเฟยเฟยนี่มาถึงก็ทุบตีพวกเราสตรีร้ายกาจเช่นนี้ข้าจะให้หลายชายข้าหย่ากับเจ้า"
"ถุ้ย...ยายแก่เจ้าจะให้ใครหย่าใคร โกงสมบัติพ่อแม่ของเขายังพอว่า ขับไล่ลูกชายเขาออกจากบ้าน ข้าวสักเม็ดก็ไม่ให้ หึ ท่านปู่หลี้เจิ้ง เดิมข้ามิคิดจะมีเรื่องแต่ท่านก็รู้พวกเขานอกจากแยกบ้านยังตัดความสัมพันธ์กับพวกเราอีก ที่ข้ามาเพื่อทวงคืนสินเดิมของข้าเจ้าค่ะ"
"น่าขัน เพ้ยนางคนชั้นต่ำสินเดิมของเจ้ามีที่ไหนกัน"
จ้าวเฟยเฟยเดินเข้าไปในบ้านก่อนจะขนหม้อกะทะออกมา นางหูภรรยาของเฉินกังรีบไปแย่งเอามาแต่กลับถูกถีบกระเด็น จ้าวเฟยเฟยบเอ่ยเสียงดัง
"สินเดิมข้ามีหม้อสามใบ กะทะสองใบ ผ้าห้มแพรสามผืน ผ้านวมสามผืน แม้ว่าบิดาของข้าจะได้ใหม่ลืมเก่าแต่ของเหล่านี้เป็นขอบงที่มารดาข้าเตรียมไว้ให้ รวมถึงปิ่นเงินกับกำไลเงินที่บุตรสาวของเฉินกังแย่งไป ตอนนี้ข้าต้องการสินเดิมของข้าคืน"
"ไม่ได้ แต่งมาแล้วทุกอย่างที่นำมาย่อมเป็นของบ้านข้า"
"เพ้ย...ยายแก่หน้าหนา เดิมอยากเรียกเจ้าว่าท่านย่าสักหน่อย แต่ในเมื่อตัดความสัมพันธ์กันแล้วเจ้านับเป็นตัวอะไร ไปเปิดประตูห้องเก็บของข้าต้องการผ้าห่มและผ้าฝ้ายของข้าคืนไม่งั้นข้าไม่มีบ้านอยู่พวกเจ้าก็ไม่มีเช่นกัน"
แม่เฒ่าเฉินลงไปนั่งเหยีดยาวทุบหน้าขาตนเองร้องคร่ำครวญด่าทอเฉินมู่หยางว่าแต่งสตรีเนรคุณเข้าบ้าน
"ฮือๆๆ สวรรค์ท่านฆ่าข้าซะเถอะ ลูกหลานอกตัญญูแล้ว แต่สตรีชั่วร้ายคนนี้มาก็มีแต่เรื่อง ท่านมารับข้าไปเถอะได้โปรด"
จ้าวเฟยเฟยมองยายแก่ตรงหน้า ดูละครคุณธรรมาเยอะ แต่ๆ ไอ้ประเภทที่ลงไปนั่งแข่งร้องไห้กับยายแก่นี่แบบในละครเจ๊ไม่ทำหรอก อยากตายหรือได้เดี๋ยวสงเคาระห์ให้
"อยากตายหรือ สวรรค์รับฟัวงความต้องการของเจ้าแล้ว มาเถอะยายเฒ่าเฉินข้าส่งเจ้าเอง ส่วนจะไปสวรรค์หรือนรกเจ้าคงรู้ดีกว่าข้า ทำกรรมไว้ไม่น้อยนี่"
จ้าวเฟยเฟยเดินไปถึงก็คว้าคอเหี่ยวย่นออกแรงบีบจนผู้ใหญ่บ้านต้องห้าม ชายฉกรรจ์มาแยกนางออกไป แต่ทุกคนกลับนสู้ไม่ได้ ถึงจะไม่ได้ทำงานในองค์กรแต่ชาติก่อนก็ฝึกอยู่หลายปีไม่ให้เสียชื่อหน่วยสวาทหรอก
"มู่หยางห้ามเมียเจ้าหน่อยเถอะ เฟยเฟยเอ๋ย เจ้าเห็นแก่หน้าแก่ๆ ของข้าได้หรือไม่ปล่อยนางก่อน"
จ้าวเฟยเฟยไม่ได้จะฆ่าใครจริงๆ ที่ทำเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู ในเมื่อบ้านเฉินรังแกร่างเดิมสารพัดจนนางปกป้องตัวเอง ในที่สุดก็ถูกคนบ้านนี้เอาไปป่าวประกาศว่านางเป็นสตรีชั่วร้ายและชาวบ้านก็เชื่อ งั้นก็ร้ายให้สมใจเสียเลย
จ้าวเฟยเฟยยังต้องพึ่งพาผู้ใหญ่บ้านจึงไว้หน้าเขา นางปล่อยมือเหวี่ยงแม่เฒ่าเฉินไปอีกทางก่อนจะหันไปหาผู้ใหญ่บ้านอ่อนน้อมถ่อมตน อีกทั้งบีบน้ำตาอย่างน่าสงสาร
"ฮือๆๆ ท่านปู้หลี่เจิ้ง ข้ามิอยากทำร้ายใคร แต่ท่านดูเอาเถอะแค่สินเดิมสะใภ้ก็ยังจะยึด ชาวบ้านทุกท่านคนบ้านเฉินบอกว่าข้าชั่วร้ายเลวทราม พวกท่านที่มีปัญญาจงตรองดูเถิด หากข้าไม่ลุกขึ้นต่อต้านมิต้องเหลือแต่กระดูกแล้วหรือ"
เมื่อนางเอ่ยจบ สตรีคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางผู้คนที่ยืนเงียบ
"ข้าว่านะจ้าวเฟยเฟย เจ้าแต่งมาแล้วก็เป็นคนสกุลเฉิน แค่สินเดิมเพียงนิดกับทุบตีผู้อาวุโสเจ้าช่างอกตัญญูเสียจริงๆ เลยนะ"
"ใช่ สะใภ้ข้าพูดถูกแต่งมาแล้วก็เป็นคนของบ้านสามี"
เฉินมู่หยางเดินไปหานางก่อนจะจับแขนเรียวแล้วเอ่ย
"กลับบ้านเถอะ"
"ไม่ ข้ามาทวงสินเดิมของข้าและข้าต้องการเอาคืน ในเมื่อแยกบ้านกันแล้วตัวความสัมพันธ์แล้วก็คืนข้ามา อ้อ พี่สะใภ้จูท่านนั้นในเมื่อเจ้าบอกว่าแต่งงานแล้วก็เป็นคนของบ้านสามี งั้นที่เจ้าแอบเอาข้าวสารกับธัญพืชให้พี่ชายเจ้าที่มาหา บ่อยๆ นั่นคืออะไรหรือ มิใช่เอาของบ้านสามีไปเลี้ยงดูบ้านเดิมหรอกหรือ"
ทันทีที่จ้าวเฟยเฟยเอ่ยจบ แม่เฒ่าจูก็หันไปหาลูกสะใภ้ทันทีก่อนจะทุบตีนาง ปากก็ด่าทอ
"นางตัวดี กล้าเอาของที่สามีกับบุตรชายข้าลงมือไถหว่านอย่างลำบากไปให้บ้านแม่เจ้าหรือ ข้าก็ว่าทำไม่พักนี้ข้าวสารหมดไว สั่งให้เจ้าทำครัวแต่กลับขโมย จากนี้ไปไม่ต้องแตะต้องเสบียงบ้านจูอีกแล้ว"
แม่สามีกวดตีสะใภ้กลับบ้าน ส่วนจ้าวเฟยเฟยถูกเฉินมู่หยางลากกลับนางสะบัดออกไม่ยอมกลับเอ่ยกับเขาเสียงดัง
"เฉินมู่หยางเจ้ากตัญญูจนเสียสติหรือ ดูบุตรชายกับบุตรสาวเจ้าสิ ตัวเองเป็นนายพรานแต่ลูกกลับได้กินแค่น้ำข้าวกับผักดอง ดูหลานจ้าวสิ ดูป้าสะใภ้ใหญ่ลุงใหญ่อาเล็กกับอาสามของท่านสิ พวกเขายังกับหมูรอถูกเชือดขายตอนตรุษจีน แต่บุตรของเจ้าผอมแห้งราวกับซากศพเดินได้ วันนี้ของๆข้าๆ ต้องได้คืน ท่านปู่หลี่เจิ้งขอความเป็นธรรมข้าด้วยเจ้าค่ะ"
