บทที่ 8 เสี้ยมให้หมากัดกัน
พูดจบก็เดินไปกระชากผมเฉินเหม่ยลี่ดึงปิ่นเงินและรูดกำไลออกจากข้อมือของนาง แม่เฒ่าเฉินลุกมาจะช่วยหลานสาวแต่เฉินมูหยางยืนขวางไว้ก่อนจะเอ่ย
"ท่านย่า ของนี่เป็นของนาง หากท่านอยากได้ไปซื้อให้อาเล็กใหม่เถอะขอรับ เมื่อวันก่อนข้าขายหมูป่าได้สิบตำลึงท่านก็เอาไปหมดน่าจะพอซื้อ"
"อะไรนะ สิบตำลึง บ้านเฉินรวยขนาดไหนกัน"
จ้าวเฟยเฟยเห็นชาวบ้านซุบซิบจึงเอ่ยขึ้น
"ท่านลุงหม่า ท่านย่าสามีข้านางมีเงินแล้ว เช่นนั้นงั้นเงินที่ยืมท่านมาสามตำลึงคงได้เวลาคืนแล้ว แม้ข้าจะแยกบ้านมาแล้วแต่ก็ไม่อาจแสร้งลืม ท่านย่าท่านก็คืนค่าหมอที่เอามารักษาลุงใหญ่แก่ท่านลุงหม่าเถอะเจ้าค่ะ ท่านพี่ให้ท่านทุกเดือนรวมๆ แล้วหลายปีมานี่น่าจะมากถึงสามร้อยตำลึง"
แม่เฒ่าเฉินจะยอมให้ได้อย่างไรกัน นางเก็บมานานเลยนะ อีกอย่างถึงสามร้อยตำลึงเสียที่ไหน อย่างมาก็แค่ร้อยกว่าตำลึงเท่านั้นเอง จ้าวเฟยเฟยนางแพศยานี่กล้าดีอย่างไรมาเอาของนาง ไม่มีทางนางไม่ให้แน่ๆ แต่ใครจะรู้ว่านอกจากหม่าซุนยังมีชาวบ้านอีกหลายคนทวงเงินเช่นกัน
"ยายเฒ่า เจ้าบอกว่าหลานชายขายสัตว์ไม่ได้ ขึ้นเขาไม่ได้ยังไม่มีใช้หนี้ หากวันนี้หลายสะใภ้เจ้าไม่พูดออกมาเจ้าจะรอข้าตายค่อยเผาเงินกระดาษคืนข้าหรือ"
"ใช่ๆ วันก่อนเจ้ามายืมข้าวสารบ้านข้า หนอยตัวเองมีเงินแต่กลับไม่ยอมใช้หนี้ วันนี้อย่างไรข้าต้องได้"
ในขณะที่ชาวบ้านมะรุมมะตุ้มคนบ้านเฉินอยู่นั้นจ้าวเฟยเฟยก็เข้าไปขนที่นอนผ้าห่มและเครื่องครัวออกมาจนหมด นางไม่ลืมไปหยิบเครื่องมือช่างของพ่อสามีนางออกมาด้วย พ่อของเฉินมูหยางเป็นช่างไม้ เครื่องมือเหล่านี้หากมีชาวบ้านต้องการใช้จะมาขอเช่ากับตาเฒ่าเฉินนี่ เรื่องอะไรจะให้ประโยชน์ เหอะไอ้พวกปลิงสูบเลือดคนอื่น
คนบ้านเฉินเห็นนางขนข้าวของขึ้นรถเข็นก็ตรงรี่เข้ามา จ้าวเฟยเฟยเห็นสตรีแต่งตัวด้วยผ้าเนื้อดี กับหญิงสาวหน้าตาดีอีกคนยืนอยู่ด้วยข้างๆมีหยิงวัยกลางคนยืนคู่กัน พร้อมกับรถม้าหนึ่งคันก็เอ่ยขึ้น
"พวกท่านจะมาแย่งของๆข้าได้อย่างไร นี่อาเล็กของสามี ท่านเองกำลังจะแต่งไปสกุลหลิวแล้วนี่ จะไปเป็นฮูหยินนายท่านหลิวมิใช่หรือ ว่าแต่ได้ยินว่าท่านหลิวมีบุตรีสองคน เรื่องที่ท่านบอกกับท่านย่าว่ารอท่านมีบุตรของตนเมื่อไหร่จะเอาสมบัติของเมียเก่าเขามาให้บุตรท่านให้หมดนั้นท่านแค่พูดเล่นใช่หรือไม่"
"ปกติท่านชอบทุบตีผิงผิงกับโม่หวายของข้าบ่อยๆ แต่ก็มักจะโยนความผิดให้ข้าเสมอ ยามที่ท่านแต่งไปสกุลหลิวแล้วท่านจะหาใครมาเป็นแพะรับบาปเล่าหากท่านพลั้งมือ"
"เจ้าๆ ข้าเคยพูดอย่างนั้นเมื่อไหร่กัน อีกอย่างเด็กสองคนนั้นเป็นผู้หญิง หากข้าสามารถมีบุตรชายได้ท่านหลิวก็ต้องยกย่องข้า สมบัติของเขาก็เป็นของบุตรชายข้าเหตุใดต้องแย่งชิงอีกนางโง่"
"ใช่แล้ว นี่มู่หยางภรรยาของเจ้าน้ำเข้าสมองหรือ หากเหม่ยลี่มีบุตรชายตำแหน่งในสกุลหลิวก็ยิ่งสูง นางคงอิจฉาที่ได้แต่งงานกับนายพรานจนๆอย่างเจ้ามากกว่า คู่หมั้นก็ยังถอนหมั้น นางยังมิวายหน้าด้านไปหาเขาอีกไร้ยางอายจริง"
คนที่พูดคือหญิงหม้ายของหมู่บ้านอวี๋หยางนางหลี่ซื่อเหม่ย จ้าวเฟยเฟยเดินไปหาหลี่ซื่อเหม่ยกระชากเอาปิ่นเงินกับกำไลเงินคืนมาจากนาง หลี่ซื่อเหม่ยโวยวายเงื้อมือแต่จ้าวเฟยเฟยไวกว่า มือบางกระทบใบหน้าหลี่ซื่อเหม่ยอย่างจังจนนางล้มลงไป
เพี๊ยะ!!! จ้าวลี่เฟยมองหน้าแม่หม้ายหลี่กับลุงใหญ่ของสามีก่อนจะเอ่ยเสียงดัง
"ปิ่นเงินนี้กับกำไรนี้เป็นของสามีข้าเจ้ามีสิทธิ์อันใดมายึดครอง"
ชาวบ้านหันมาหาเฉินมู่หยางทันทีจนเขาต้องเข้ามาก่อนจะเอ่ยกับนางเสียงดัง
"จ้าวเฟยเฟยเจ้าพูดอะไร ข้าเป็นบุรุษจะทำเรื่องผิดศิลธรรมเช่นนั้นได้อย่างไรกัน"
"สามีข้าพูดเรื่องจริง กำไลคู่นี้กับปิ่นเงินนี้เป็นของท่าน"
"เมียเสี่ยวหยาง เจ้าอย่าเอ่ยโดยไร้เหตุผลเช่นนี้ สามีเจ้าจะเสียหายได้นะ"
"ท่านปู่หลี่เจิ้ง กำไลนี้กับปิ่นเงินนี้เป็นเงินที่สามีข้าล่าสัตว์ด้วยความยากลำบาก แต่ลุงใหญ่ของเขาโกหกท่านย่าว่าต้องเอาเงินไปจ่ายค่าเรียนของเจ้าอ้วนบุตรชาย สุดท้ายกลับเอาไปซื้อเครื่องประดับเอาใจแม่หม้ายหลี่ หากพวกท่านไม่เชื่อไปถามที่ร้านเครื่องประดับก็ได้ ตอนนั้นเขาไม่รู้จักข้าเพราะว่าข้ายังไม่ได้แต่งเข้ามาสกุลเฉินเจ้าค่ะ"
ชาวบ้านฮือฮา อะไรนะซื้อเครื่องประดับให้แม่หม้ายงั้นหรือ นางหวังที่ได้ยินก็ตรงเข้าไปกระชากผมหลี่ซื่อเหม่ยทันทีก่อนจะตะลุมบอนกับนาง จ้าวเฟยเฟยยืนกอดอกมองดูหมากัดกัน มีอีกคนที่ปล่อยไปไม่ได้ จ้าวเฟยเฟยมองไปยังที่หญิงวัยกลางคนกับสตรีหน้าตาดียืนอยู่ก่อนจะร้องไห้ออกมา
"ฮือๆๆ นั่นมิใช่แม่สื่อเหอหรอกหรือ ท่านบอกข้าว่าสกุลเฉินเป็นสกุลที่ดี แล้วนี่อะไรท่านดูสิ ข้าแต่งมาไม่ถึงเดือนทั้งสินเดิม ทั้งของดูต่างหน้ามารดาก็ถูกปล้นไป คุณหนูท่านนั้นท่านเปิดตามองเถิด หากท่านได้แต่งเข้ามายังหมู่บ้านนี้ชีวิตของพวกท่านจะเป็นเช่นไร ฮือๆๆๆ คุณชายบนรถม้าท่านนั้น สตรีในหมู่บ้านนี้ท่านก็เห็นแล้ว ยังอยากได้เป็นแม่ของลูกอีกหรือ"
