บทที่ 6 รอยยิ้มของเธอยังคงสดใส
ช่วงบ่ายคล้อย แสงแดดจัดจ้าสะท้อนผิวปูนจนเกิดเป็นไอร้อนระอุ ทว่าลานกิจกรรมกลางมหาวิทยาลัยกลับเนืองแน่นไปด้วยกลุ่มนักศึกษาปีหนึ่งที่ทยอยมารวมตัวกันจนละลานตา เสียงพูดคุยจอแจดังสลับกับเสียงตะโกนข้ามหัวของบรรดารุ่นพี่ที่กำลังขะมักเขม้นแจกป้ายชื่อกระดาษแข็ง พร้อมอธิบายกำหนดการจัดกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์
นทีคราม ยืนแยกตัวอยู่ข้างโต๊ะลงทะเบียนพับได้ ใบหน้าคมคายฉาบไว้ด้วยสีหน้าบูดบึ้งระคนเบื่อหน่าย ขณะที่เจตน์เพื่อนสนิทตัวดีกลับรับหน้าที่แจกจ่ายเอกสารคู่มือเฟรชชี่อย่างกระตือรือร้น
“กลุ่มสี่ครับ! ใครอยู่กลุ่มสี่มารวมตัวกันทางนี้ด่วนเลย!” เสียงห้าวของเจตน์ตะโกนลั่นแหวกกระแสความวุ่นวาย
นทีเหลือบสายตาลงมองแผ่นรายชื่อในมือหนา นิ้วเรียวกระชับขอบกระดาษแผ่นยับไว้แน่นขึ้น ก้อนหัวใจกระตุกวูบ... โลกใบนี้ช่างจงใจกลั่นแกล้งเขาเสียจริง เมื่อตัวอักษรพิมพ์ดีดที่อยู่เกือบท้ายแถวปรากฏชื่อที่เขาโหยหาและพยายามหลีกหนีมาตลอดทั้งวัน
เพียงพิณ — คณะนิเทศศาสตร์
“เฮ้ยไอ้คราม! น้อง ๆ ในกลุ่มรหัสของมึงเดินมาโน่นแล้ว!” เจตน์ตะโกนเรียกเสียงหลงพลางโบกมือหยอย ๆ ให้กลุ่มนักศึกษาใหม่ที่กำลังพากันเดินเกาะกลุ่มเข้ามา
ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น เด็กสาวเรือนร่างบอบบางที่เขาเพิ่งลั่นวาจากับตัวเองว่าจะไม่ขอเอาตัวเข้าไปพัวพัน กำลังสาวเท้าเดินตรงเข้ามาพร้อมกับส่งรอยยิ้มสดใสมาแต่ไกล วินาทีที่ดวงตากลมโตคู่สวยของเพียงพิณเลื่อนมาสบเข้ากับตาเขา แววตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่เธอจะรีบยกมือขึ้นไหว้นอบน้อม
“สวัสดีค่ะ... รุ่นพี่นทีคราม” ชายหนุ่มจ้องมองดวงหน้าหวานนิ่งราวกับตกอยู่ในภวังค์ลึก ลำคอเหนียวหนึบจนคำพูดนับร้อยพันจุกรวมกันอยู่ที่อก เขาอยากจะเอ่ยปากถามเธอเหลือเกินว่าเจ็บข้อมือจากแรงดึงเมื่อเช้าไหม อยากเตือนให้เดินระวัง ๆ และอยากจะย้ำเตือนซ้ำ ๆ ว่าอย่าวิ่งทะเล่อทะล่าโดยไม่ดูทางอีก... ทว่าสุดท้ายเขากลับทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับคำแกน ๆ
“...อืม” เพียงพิณเอียงหน้าไปกระซิบกระซาบกับเพื่อนสนิทข้างกายเบา ๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะคิกคักออกมา “พี่เขาดูดุจังเลยเนอะแก”
“ได้ยิน..” นทีครามเปรยเสียงเรียบ นัยน์ตาคมตวัดมอง
“ป...เปล่าค่ะ หนูหมายถึงพี่ครามดูเท่ ดูน่าเกรงขามสมเป็นรุ่นพี่ต่างหากค่ะ” เด็กสาวสะดุ้งโหยงจนตัวโยน ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อก่อนจะรีบส่งยิ้มแห้ง ๆ เพื่อแก้สถานการณ์
“ไม่ต้องมาแก้ตัว”
“ค่ะ...” เพียงพิณหดคอลงพลางทำหน้าจ๋อย นึกเข่นเขี้ยวในใจว่ารุ่นพี่คนนี้หูดียังกับมีเรดาร์จับสัญญาณ เจตน์ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ข้าง ๆ ถึงกับหลุดหัวเราะก๊ากอย่างชอบใจ
“ฮ่า ๆ อย่าไปถือสาหาความไอ้ครามมันเลยนะน้อง มันก็ทำหน้าเหมือนคนเป็นหนี้แบบนี้มาตั้งแต่เกิดแล้วแหละ แต่จริง ๆ แล้วมัน—”
“เจตน์” น้ำเสียงต่ำลึกหลุดออกจากปากนทีครามเพียงคำเดียว ทว่าเฉียบขาดและแฝงรังสีอำมหิตจนเพื่อนสนิทหุบปากฉับทันที เพียงพิณมองอาการของรุ่นพี่ทั้งสองคนสลับกันไปมา ก่อนจะแอบอมยิ้มขำด้วยความสนใจ
“พี่สองคนดูสนิทกันมากเลยนะคะ”
“สนิทจนนึกอยากตัดญาติขาดมิตรวันละสามรอบเลยครับน้อง” เจตน์รีบชิงตอบแทน พลางยื่นหน้าเข้ามาหา “ว่าแต่น้องชื่ออะไรนะ พี่ลืมดูป้าย”
“เพียงพิณค่ะ เรียกเพียงเฉย ๆ ก็ได้ค่ะพี่เจตน์”
“โอเคครับน้องเพียง งั้นพวกพี่ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ วันนี้สายรหัสพวกพี่ต้องรับหน้าที่ดูแลกลุ่มสี่ ถ้ามีอะไรสงสัยระคายใจถามได้ตลอดเวลาเลยครับ ยกเว้นถามว่าไอ้ครามมันยิ้มเป็นไหม... อันนั้นพี่ก็จนปัญญาจะตอบจริง ๆ ว่ะ” เสียงระเบิดหัวเราะครืนดังขึ้นรอบกลุ่มเฟรชชี่ทันที เพียงพิณพลอยหลุดหัวเราะร่าเริงตามไปด้วย ขณะที่นทีครามทำได้เพียงแค่ยืนนิ่งทึ่มทื่อ ทอดสายตาจับจ้องรอยยิ้มหวานที่ฉายชัดบนใบหน้าของเธออย่างเงียบเชียบ
ในโลกอนาคตอันโดดเดี่ยว... เขาเคยโหยหาและคิดถึงเสียงหัวเราะนี้จนแทบขาดใจเจียนตาย ทว่าในวันนี้ เมื่อเสียงนั้นดังแว่วเข้ามากระทบโสตประสาทอีกหน เขากลับรู้สึกเจ็บปวดลึก ๆ ในอกจนแทบยืนทรงตัวไว้ไม่ไหว เพราะคนที่จุดประกายเสียงหัวเราะให้เธอได้ในตอนนี้ไม่ใช่เขาอีกต่อไปแล้ว และที่ร้ายกาจกว่านั้นคือ เขาไม่มีสิทธิ์ชอบธรรมใด ๆ ที่จะเรียกร้องให้เธอหันมามองเขาด้วยสายตาเปี่ยมรักอันลึกซึ้ง... แบบที่เธอเคยใช้มองเขาในอดีตชาติ
แปะ! แปะ!
“เอาละครับน้อง ๆ!” เจตน์ปรบมือรัวเรียกความสนใจ
“กิจกรรมแรกเพื่อละลายพฤติกรรมของกลุ่มเราคือการ ‘จับคู่ทำความรู้จัก’ โดยรุ่นพี่สโมสรจะเป็นคนจัดสรรจับคู่ให้เองคร้าบ!” นทีครามหันขวับ คิ้วเข้มขมวดมุ่น
“มึงว่าอะไรนะเจตน์?” เจตน์ส่งยิ้มกว้างหน้าระรื่นอย่างคนไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง “จับคู่ไงมึง รุ่นพี่หนึ่งคนคอยประกบดูแลเทกแคร์น้องปีหนึ่งหนึ่งคน”
“กูไม่ทำ” ชายหนุ่มปฏิเสธเสียงแข็ง
“สายไปแล้วครับเพื่อนรัก กูจัดการสับไพ่จับรายชื่อแมตช์คู่เสร็จเรียบร้อยตั้งแต่อยู่บนตึกแล้ว!” เจตน์ยื่นแผ่นกระดาษโน้ตในมือชูหราอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะป่าวประกาศรายชื่อคู่แรกเสียงดังฟังชัด
“คู่แรก... เจตน์กับน้องมินครับผม!” เสียงโห่ฮิวและเสียงตบมือเชียร์จากเพื่อน ๆ ดังขึ้นรับช่วงทันที
นทีครามเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์ใจไม่ดีที่แล่นปราดริ้วผ่านไขสันหลัง เจตน์กวาดสายตาไล่อ่านรายชื่อบนแผ่นโน้ต ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาส่งรอยยิ้มกว้างขวางกว่าเดิมหลายเท่าตัว แววตาประกายล้อเลียนอย่างผู้ชนะ
“คู่ที่สอง... นทีคราม จับคู่กับ น้องเพียงพิณ ครับ!”
...พริบตานั้น สรรพเสียงความวุ่นวายรอบตัวพลันเงียบสงัดลงในความรู้สึกของชายหนุ่ม ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ เพียงพิณหันหน้ากลับมามองเขาตรง ๆ เธอส่งรอยยิ้มหวานพิมพ์ใจให้พลางก้าวเท้าเรียวเล็กขยับเข้ามาหาเขาหนึ่งก้าว
“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ... พี่นทีคราม”
