บทที่ 1 เทวะบัญชา
"ทำไมจักต้องไป! ไม่อยากไป!"
เทวะนาคีหนึ่งในธิดาท่านท้าวมหานาคะนาคราชสะบัดหน้าหนีน้ำตาคลอ เมื่อได้ยินบัญชาจากพระบิดา
"เมธาวี น้องจะขัดคำสั่งพระบิดาได้เช่นไร ทรงมีบัญชาเยี่ยงนี้ด้วยมีเหตุผลอันสำคัญยิ่ง"
เทวะนาคีผู้เป็นภคิณีรีบเอ่ยแจ้ง หากแต่สีหน้าก็ซ่อนความกังวลไม่ต่างกัน
"พี่นางศรีสุพรรณกันยา เหตุใดพระบิดาทรงมีบัญชาเร่งรีบเช่นนี้ ทรงไม่รักไม่เมตตาพวกเราแล้วหรือเจ้าคะ" น้ำเสียงยังคงมีความน้อยใจปะปน
"อย่าได้คิดเช่นนั้นเลย ในวันรุ่งในที่ประชุมเจ้าจะได้ทราบความจากพระบิดาทุกสิ่งที่สงสัย พี่เพียงมาแจ้งให้เจ้าได้รู้ถึงพระประสงค์ให้ธิดาร้อยองค์ที่เป็นเทวะนาคีเข้าประชุมเท่านั้น อย่าเพิ่งร้อนใจไปเลยน้องพี่"
โอบกอดจากภคิณีช่วยคลายกังวลในใจไม่มากก็น้อย ศีรษะที่อิงแนบอกผู้เป็นพี่สาวบ่งบอกถึงความเคารพรักต่อกันยิ่งนัก
"เจ้าค่ะ น้องจะไปฟังเหตุผลของพระบิดาในวันรุ่งจักได้แจ้งใจ"
‘ปราสาทเทพมณเฑียร’ถูกเนรมิตขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อกิจแห่งการเรียกประชุมธิดาเทวะนาคีหนึ่งร้อยองค์ โดยเฉพาะ ที่ประทับเป็นแท่นที่นั่งย่อมๆ เรียงเป็นแถวตรงสิบแถว แต่ละแถวจะเรียงลำดับตามบารมีที่ได้สร้างสมมา จากหัวแถวจนถึงท้ายสุด โดยด้านหน้าสุด คือ แท่นพระที่นั่งสูงตระหง่าน ขององค์มหาราชเทวะนาคา ซึ่งบัดนี้ทุกแท่นประทับเต็มอย่างเงียบสงบ
ท้าวมหานาคะลงประทับนั่งแล้วประกาศก้อง
"ลูกของพ่อ!! พวกเจ้าล้วนเป็นธิดาที่ถือกำเนิดโอปปาติกะหรืออุปัทติเทพด้วยบุญบารมีแต่เดิมของพวกเจ้าล้วนหมายมาดปรารถนาซึ่งนิพพาน แต่เมื่อมาเสวยบุญเป็นเทวะนาคี ได้หลงเพลินเที่ยวเล่นจนละเลยการบำเพ็ญเพียร บัดนี้ใกล้จะหมดวาระในพระพุทธศาสนาของพระสมณโคดมพระพุทธเจ้า เหลืออีกเพียงสองพันห้าร้อยปีมนุษย์เท่านั้น หากพวกเจ้าไม่เร่งลงไปบำเพ็ญบุญบารมีในตอนนี้ ไม่เพียงพวกเจ้าเท่านั้นเหล่าบริวารนาคทั้งเบื้องบน เบื้องล่างอีกมากทีเดียว จะไม่สามารถยกภพภูมิกลับคืนสู่เบื้องบนเพื่อรอไปจุติในยุคพระศรีอริยะเมตไตรยได้ พวกเจ้าย่อมรู้ดีว่าหากผู้ใดได้ฟังธรรมจากพระองค์ ผู้นั้นจักได้ มรรคผล นิพพาน และที่แย่ยิ่งกว่าหากไม่สามารถไปจุติในยุคพระศรีอริยะเมตไตรยได้ จะต้องวนเวียนพลาดพลั้งลงนรกภูมิอีกนานเป็นกัปกัลป์!!"
องค์มหาราชนาคา หยุดกล่าวแล้วกวาดสายพระเนตรมองเหล่าธิดาทั้งร้อยองค์
ครู่หนึ่งจึงกล่าวขึ้นอีกครั้ง ครานี้สายพระเนตรจับจ้องที่ผู้ที่อยู่หัวแถวที่เจ็ด
"พ่อมิได้หมดรัก หมดเมตตาพวกเจ้า แต่เพราะรักและห่วงนักจึงต้องทำเยี่ยงนี้ พวกเจ้าต้องไปบำเพ็ญเพื่อสร้างบารมีให้ถึงพร้อมในกาลหน้า..เข้าใจหรือไม่เมธาวี!"
ทุกสายตาหันมาจับจ้องรวมแม้กระทั้งศรีสุพรรณกันยาที่นั่งหัวแถวถัดไปก่อนนี้ พระพี่นางอมยิ้มด้วยรู้ว่าพระบิดาทรงตอบคำถามน้องนางให้แล้ว แม้เจ้าตัวยังมิทันได้เอ่ยถาม
"เข้าใจเจ้าค่ะ พระบิดา"
เสียงขานรับแผ่วเบามิกล้าสบพระเนตรพระบิดาด้วยทรงรู้ความคิดของตน
" ขอประทานอนุญาตเจ้าค่ะ พระบิดา" แท่นประทับเกือบหลังสุดของแถวที่ห้าลอยขึ้นเล็กน้อย แสดงตนผู้ส่งเสียง
"ว่าอย่างไร แก้วอัปสรา?"
"ลูกใคร่รู้ว่า จักต้องไปเพลาใดเจ้าคะ" เมื่อจบคำถามแท่นที่นั่งก็ลอยลงสู่ที่เดิมทันที
"ร่ำลาแม่เจ้า แล้วจงเร่งไปเสีย มิเช่นนั้นจะไม่ทันกาล"
สิ้นคำท่านท้าวมหานาคะ เหล่าธิดาต่างพากันส่งเสียงอื้ออึงมิคาดคิดว่าจะเร็วเช่นนี้ เพราะพระมารดาแม่เจ้าศิริมหามินตราวดีเทวีจะออกจากสมาบัติในวันพรุ่งนี้
"พี่นางสุพรรณกันยา!! ได้ยินคำพระบิดาหรือไม่เจ้าคะ ทำไมเร็วเช่นนี้" เมธาวีหันมาสบตาพี่นางที่สนิทที่สุด
"เมธาวี เจ้าอย่าตระหนกไป ใจเจ้าเองก็ปรารถนาซึ่งนิพพาน มิใช่หรือ?"
"แต่! น้องไม่คิดว่าจะต้องจากพระมารดารวดเร็วเช่นนี้"
มิใช่เพียงนางแม้แต่พี่น้องธิดาองค์อื่นต่างก็หวั่นวิตกไม่ต่างกัน บ้างน้ำตาคลอ บ้างถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำอีก
"เงียบ!"
สุรเสียงดังกังวาลก้อง ธิดาทุกองค์หยุดนิ่งกลับสู่ความสงบนิ่งในบัดดลขณะที่ความเงียบเข้าครอบคลุม องครักษ์คนสนิทรีบสาวเท้าเข้ามากระซิบบางอย่างข้างพระกรรณองค์ท้าวมหาราชนาคา...
"ลูกพ่อ ขอให้พวกเจ้ารอพ่อที่นี่ก่อน เดี๋ยวพ่อกลับมา" ท่านท้าวรีบก้าวเท้าออกจากปราสาทไปในทันที
ผ่านไปครู่ใหญ่...นอกจากท่านท้าวมหานาคะนาคราช ที่กลับมายังมีอาคันตุกะผู้มาเยือนติดตามเข้ามาด้วยอีกสี่ท่าน ทว่าผู้ที่มาหาใช่นาคราช แต่เป็นมหาราชครุฑาผู้ยิ่งใหญ่จึงสร้างความแปลกใจแก่เหล่าธิดาไม่น้อย
"ข้าเลือกนาง"
ไม่เพียงเดินเข้ามาเท่านั้นเมื่อต่างมายืนเบื้องหน้าเหล่าธิดา แล้วกวาดตามองไปไม่นานก็ชี้ไปที่ธิดาสี่องค์ทันที ครุฑาแต่ละองค์ต่างชี้ไปที่เป้าหมายของตน
"สุพรรณกันยา แก้วอัปสรา นราณี เมธาวี จงอยู่ก่อน ที่เหลือกลับไปเตรียมตัวได้" สิ้นคำสั่งเหล่าธิดาต่างแยกย้ายหายไปในทันที เหลือธิดาเพียงสี่นางเท่านั้น
"พ่อจะแนะนำให้พวกเจ้าได้รู้จักมหาราชครุฑาทั้งสี่ท่าน จงเข้ามาใกล้ๆเถิด" เสียงนั้นดูอ่อนลงและมีความกังวลใจ ในพระทัยนั้นอึดอัดเหลือประมาณ หากลูกรักได้รู้ว่าการมาของมหาราชครุฑา คืออะไร พวกนางจะเป็นเช่นไร...
"ไม่ยอม! ไม่ ไม่ ไม่ อย่างไรก็ไม่เด็ดขาด" นราณีธิดาผู้เป็นพี่ใหญ่ปฏิเสธเสียงแข็ง
"ลูกก็ไม่ยอมเจ้าค่ะ!"
แก้วอัปสราเดินมายืนข้างพี่นางหน้าตาจริงจัง แม้จะเป็นน้องเล็กสุดแต่หาได้หวั่นเกรง
"ลูกยิ่งไม่ยอมเจ้าค่ะ! พระบิดาก็ทรงทราบว่าลูกผูกสมัครรักใคร่กับผู้ใด"
ครั้งนี้เมธาวีถึงกับน้ำตาร่วง คราแรกจะถูกส่งไปบำเพ็ญยังมิทันจะร่ำลาพระมารดาก็ใจหายแล้ว แต่นี่แย่ยิ่งกว่าเสียอีก เมื่อได้รู้ว่าจะต้องอภิเษกไปเป็นชายาของหนึ่งในมหาราชครุฑา
"พระบิดาเจ้าขา ขอทรงใคร่ครวญก่อนเถิดเจ้าค่ะ แม้จะทรงตรัสแล้วมิคืนคำแต่พวกลูกๆต่างก็มีคนรักแล้วนะเจ้าคะ"
ศรีสุพรรณกันยาเอ่ย
