บทที่ 8 ความสูญเสีย
"เมธาวี! เจ้ากล้าทำร้ายข้าหรือ?"
ความเข้าใจผิดเกิดจากที่เมธาวีกำลังวิ่งมาหาพี่นางนราณี และดวงแก้วมณีลอยกลับสู่มือนางพอดี พญาสุบรรณไพรษีหันมาเห็นขณะที่นางวิ่งมา จึงเข้าใจว่าผู้ที่ทำร้ายคือนาง ความโกรธพุ่งขึ้นจนขาดสติหมายกระโจนเข้าใส่ ร่างแกร่งของจ้าวนาคแสนเข้ามาขวางไว้ทัน
"อย่ายุ่งกับนาง!" เสียงแข็งแฝงด้วยความโกรธ
"คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า จ้าวนาคแสน!" พญาอัคคีตามมาพุ่งใส่จ้าวนาคแสนกระเด็นไปอีกทางไม่ทันตั้งตัว
"เจ้าพี่!!!" เมธาวีส่งเสียงลั่น
ขณะนั้นหอกในมือพญาสุบรรณไพรษีถูกยกขึ้นเป้าหมายนั้นเล็งไปยังผู้ที่คิดว่าทำร้ายตนตรงหน้า
นราณีกับแก้วกัญญาและองค์รานีเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้า มันรวดเร็วมากหอกแหลมพุ่งเข้ามาเต็มแรง
ฉึก !!! อึ๊ก !!!
เลือดไหลนองพสุธาร่างนราณีที่เอาตนเข้ามาขวางไว้ค่อยๆล้มลง
"พี่นางนราณี! ไม่!" ทุกเสียงกรีดร้องดังก้อง
"เจ้าฆ่านาง!เจ้าสุบรรณไพรษี!!!"
วสันตะเอื้อมหยิบขวานขว้างอสุนีบาตใส่ พอดีกับพญาอัคคีหันมาเห็นฝ่ายตนกำลังถูกทำร้ายจึงรีบพุ่งมาปัดออก
พร้อมกันนั้น จ้าวนาคแสนเข้ามาประคองวสันตะที่กำลังโซเซไว้ได้ทัน พญาอัคคีได้ทีรีบพ่นไฟบรรลัยกันต์ที่มีอำนาจทำลายล้างในพริบตาตรงมาที่นาคาทั้งสองทันที หมายจะกำจัดให้สิ้นซากโดยอีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว เปลวไฟร้อนแรงพุ่งตรงมายังเป้าหมาย
เมธาวีเห็นในทุกสิ่ง นางทะยานขึ้นด้วยร่างนาคีเทวะสยายปีกปกป้องคนรัก โดยไม่หวั่นว่าจะเกิดสิ่งใดกับตน !
"เมธาวี!!!" จ้าวนาคแสนตะโกนก้อง ร่างของธิดาท้าวมหานาคะร่วงลงสู่พื้นเป็นผุยผงกลายเป็นเถ้าธุลี
ตุ้บ!
มีเพียงมณีสีขาวใสที่ตกลงมา ทุกผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นิ่งอึ้งด้วยความตกใจ แม้แต่ท้าวมหานาคะ ศรีสุพรรณกันยา และแก้วเกษราที่ตามมาทีหลัง พอดีกับภาพนาคีเทวะถูกไฟบรรลัยกัลป์มอดไหม้ไปต่อหน้า
กระทั่งพญาเวหาครุฑาภักดิ์ และพญาพินฑราครุฑราชที่สุดท้ายก็ต้องตามมาดู ก็ยังสลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า
เสียงร่ำไห้ระงมไปทั่ว ผู้เป็นมารดาถึงกับหมดสติล้มลงทันที แก้วอัปสราเข้าประคองไว้ทัน ร่ำไห้เคียงพระมารดา วสันตะพิรุณกอดร่างนราณีแนบอกแน่น ร้องไห้อย่างไม่อายใคร จ้าวนาคแสนกอบฝุ่นผงมาแนบอกร่ำไห้เงียบที่สุด เอื้อมหยิบดวงแก้วใสที่เหลืออยู่มาแนบกายความสูญเสียที่ไม่คาดคิด...ได้เกิดขึ้นแล้ว
ความโศกเศร้าครอบคลุมไปทั่วทุกหมู่เหล่าวงศ์วานนาคราช การเสียสละของธิดาท้าวมหานาคะนาคราช ทั้งสองนางเพื่อปกป้องคนรัก.. ถูกกล่าวขาน หลังจากความสูญเสียในครั้งนั้น ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และเกี่ยวข้องทั้งหมดถูกเรียกพบ โดยท้าวสักกเทวราช ผู้เป็นใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น คำตัดสินของท่านถือเป็นสำคัญ
พญาพินฑราครุฑราชได้เข้าพิธิอภิเษกกับพระธิดาศรีสุพรรณกันยาตามที่ตกลงกันไว้ และรับนางไปเป็นอัครชายา ที่เมืองครุฑราช
พญาศรัทธาครุฑาภัทร ยินยอมให้เลื่อนการอภิเษกสมรสของโอรสพญาเวหาครุฑราภักดิ์กับแก้วอัปสราออกไปจนกว่านางจะพร้อม
พญาอัคคีครุฑามันต์และพญาสุบรรณไพรษี ถือเป็นโมฆะสัญญาในการอภิเษกครั้งนี้และต้องรับโทษทัณฑ์
จากนั้น..ลดยศศักดิ์จากมหาราช เป็นเพียงกษัตริย์ปกครองเมืองเล็กและต้องเข้าร่วมรบกับทัพฟ้าช่วยปราบมารทุกครั้งไป
จ้าวนาคแสนศาสตรายะวิจิตรนาคราช หลังสูญเสียคนรัก ท่านขอแก้วมณีสีขาวของเมธาวีกลับไป แล้วเข้าสมาบัติบำเพ็ญบารมีในถ้ำไม่ออกมาอีกเลย
วสันตะพิรุณนาคาธิราช แม้จะเป็นฝ่ายสูญเสียนราณีคนรัก แต่ก็ต้องถูกลงทัณฑ์ ให้คอยรับใช้ท้าววิรูปักโขและร่วมรบกับทัพฟ้าในทุกครา ถูกห้ามลงนาคพิภพและป่าหิมพานต์นอกจากจะได้รับอนุญาตเท่านั้น
ในขณะที่เหล่าพี่น้องที่เหลือส่วนใหญ่ ได้ลงสู่นาคพิภพเพื่อบำเพ็ญบารมีตามบัญชาพระบิดา แต่ 'แก้วเกษรา' และ 'แก้วอัปสรา' ยังมิยอมไปเพื่อกระทำการบางอย่าง
"พี่นางแก้วเกษราเจ้าคะน้องจะไปขอเข้าเฝ้า
องค์พระมหาโพธิสัตว์ จะไปกับน้องหรือไม่เจ้าคะ?"
แก้วอัปสราเทวะนาคีผู้เป็นน้องเล็ก ถามความสมัครใจพี่นาง
"ต้องไปสิ หนทางเดียวที่จะช่วยพี่นางทั้งสองได้จะไม่ไปได้เช่นไร "
"ตอนนี้ ข่าวว่าเหล่าทัพมารกำลังนำทัพมา อีกไม่นาน ทัพฟ้าต้องเกณฑ์ไพร่พลเป็นแน่" แก้วอัปสรารายงานออกไปตามที่ตนได้รับรู้มา
"ครานี้ พระบิดาและพระมารดาต้องมิขัดเป็นแน่" แก้วเกษราแอบยิ้มน้อยๆอย่างมีความหวัง
"เมธาวี.. กลับมาหาพี่ได้ไหม พี่คิดถึงเจ้าแทบขาดใจ"
นาคาหนุ่มรูปงามหน้าตาคมเข้ม ดวงตาที่มีขนตาเป็นแพ งดงามรับกับจมูกที่โด่งเป็นสัน บัดนี้แววตาที่เศร้าหมองมองแก้วมณีขาวใสในมือ หยดน้ำตาของบุรุษหยดลงบนมณีสีขาว โดยมิทันสังเกตแสงแวบขึ้นมาเสี้ยววินาทีหนึ่งจากดวงแก้ว
"จ้าวนาคแสน"
ร่างสูงปรากฏตัวขึ้นพร้อมเสียงเรียกเจ้าของถ้ำ ร่างที่ปรากฏรัศมีสว่างเรืองรองบ่งบอกถึงผู้มีบารมีอันยิ่งใหญ่
"ท้าวมหานาคะ มีเหตุสำคัญอันใดหรือที่ทำให้พระองค์มาถึงที่นี่ด้วยพระองค์เอง" จ้าวนาคแสนทำความเคารพด้วยมารยาทของผู้มีคารวะ
"ข้ามีบางสิ่งมาตกลงกับท่าน"
"อันใดกันที่สำคัญขนาดนั้น ท่านท้าวถึงต้องมาด้วยตนเอง" จ้าวนาคแสนถามด้วยสีหน้าเฉยชา มองเพียงแก้วมณีที่อยู่ในมือเท่านั้น
"มาขอให้ท่านกระทำสองสิ่ง"
"พระองค์ต้องการให้หม่อมฉันกระทำการอันใด"
"ประการแรก ขอให้ท่านไปอาสาร่วมรบเหล่ามารกับทัพฟ้า" ท่านท้าวมองไปที่นาคาหนุ่มรอคำตอบ
"อีกเรื่องคืออันใดหรือ?" นอกจากไม่ตอบซ้ำนาคาหนุ่มยังถามกลับ
