บทที่ 9 กำเนิดใหม่
"มอบแก้วมณีในมือท่านให้กับข้าก่อน" นาคาหนุ่มหันขวับ จ้องเขม็งเมื่อได้ยินประโยคนี้
"เหตุใดหม่อมฉันต้องทำตามที่พระองค์ทรงขอ"
"เพื่อ...สิ่งที่อยู่ในมือท่าน" สองสายตาที่มองกัน ฝ่ายหนึ่งมองด้วยคำถาม อีกฝ่ายมองอย่างมีคำตอบ
" พระมารดาๆๆๆ! ทัพฟ้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ ท่านพี่แสนทำสำเร็จเจ้าค่ะ ได้ชัยกลับมา ทัพมารล่าถอยแล้วเจ้าค่ะ"
แก้วอัปสราแทบจะวิ่งหาพระมารดาด้วยความดีใจ
"ดีจริง เช่นนั้นเราเร่งไปแจ้งพระบิดาให้เตรียมตัวเถอะ" แก้วอัปสราน้อมรับคำสั่งเร่งออกไปทันที
"แก้วเกษรา เราไปรอฟังข่าวที่ท้องพระโรงกัน ท้าวสักกะต้องมีบัญชาเป็นแน่"
"เจ้าค่ะ พระมารดา"
เสียงโห่ร้องยินดีในชัย ดังกึกก้อง ศึกครานี้พญามารนำทัพใหญ่มาบุกเสียไพร่พลทัพฟ้าไปมากมาย ด้วยความสามารถของจ้าวนาคแสนศาสตรายะวิจิตร นำทัพนาคาเข้าต่อกร ทั้งกลยุทธ์และอิทธิฤทธิ์ที่มากขึ้นจากการเก็บตนบำเพ็ญเพียร ทำให้ทัพมารล่าถอยแตกกระจายกันกลับไป สร้างความยินดีแก่ท้าวสักกเทวราชเป็นอย่างยิ่ง
"ศึกครานี้จ้าวนาคแสนมีความดีความชอบเป็นอย่างมาก ข้าจะประทานตำแหน่งองค์นาคาธิบดีแก่เจ้า บัดนี้ขอขนานนามว่า'จ้าวนาคดำแสนศาสตรายะวิจิตรนาคาธิบดี'.." หลายเสียงกล่าวแสดงความยินดีกับตำแหน่งใหม่ ดังระงมเซ็งแซ่ไปหมด
"ท่านประสงค์ในนางใดข้าจะประทานแก่เจ้าเป็นรางวัล?" จ้าวนาคแสนรอคอยเวลานี้มานาน
"หม่อมฉันขอพระองค์เพียงนางเดียว ได้โปรดช่วยให้หม่อมฉันได้นางผู้นั้นด้วยเถิดพะย่ะค่ะ"
"เรารับคำ จะให้เจ้าได้สมปรารถนาบอกมาเถิดเจ้าต้องการนางใด" รอยยิ้มปรากฏแก่นาคาหนุ่มในทันที
"หม่อมฉัน ขอพระธิดาของท่านท้าวมหานาคะนาคราช นามว่า'เมธาวี'พ่ะย่ะค่ะ" องค์สักกะชะงักไปเมื่อได้ยินนามที่ต้องการจากจ้าวนาคแสน
"แต่นางสิ้นสังขารไปแล้ว หากจะขอนางคงต้องขอให้องค์พระมหาโพธิสัตว์ท่านเมตตา เจ้าจงไปขอความเมตตาต่อท่านเถิดเราให้โอกาสแก่ท่าน" ความหวังเริ่มเด่นชัด รอยยิ้มที่ห่างหายเริ่มกลับมาปรากฏ
"มาทางนี้เจ้านาคแสน พวกเรารอท่านเพียงผู้เดียว"
แก้วเกษราเข้ามาบอกความแผ่วเบา ให้รีบตามนางไป ฉวยโอกาสที่เทพเทวาเหล่าอื่นฉลองชัยกันไป รวมทั้งพญาครุฑาทั้งสองที่เคยเกือบได้อภิเษกกับนราณีและเมธาวี ที่ได้ยินคำขอนั้น และลอบมองตามโดยตลอด
"พระมหาโพธิสัตว์รอท่านอยู่" แก้วอัปสราที่รออยู่หน้าทางเข้าวิหารใหญ่รีบผายมือเชิญให้เข้าไป
ตรงหน้าพระพักตร์รัศมีรอบกายพระมหาโพธิสัตว์นั้นสว่างจนแสบตาแทบไม่กล้ามอง ที่นี่ท่านท้าวมหานาคะและองค์รานีรออยู่แล้ว แก้วเกษราและแก้วอัปสราเดินมาใกล้แล้วหมอบกราบด้านข้างพระมหาโพธิสัตว์
"ศิษย์ของเรามาร้องขอก่อนแล้วหลายครา เห็นแก่ความเสียสละและความรักที่มั่นคง จะช่วยสักครั้งแต่นางจะไม่ใช่กายเดิมและจดจำอันใดมิได้ การที่จะให้นางจดจำได้นั้นขึ้นอยู่กับท่านจะรับได้หรือไม่?"
"รับได้ พระเจ้าข้า..เพียงได้นางคืนกลับมาเท่านั้น" จ้าวนาคแสนยืนยันหนักแน่น
พระมหาโพธิสัตว์หงายพระกรขึ้น..ปรากฏเป็นแก้วมณีสีขาวใสที่เป็นของเมธาวี..พระแม่เจ้าศิริมหามินตราวดีเทวีทรงเข้าไปน้อมรับ แก้วมณีจากพระหัตถ์กลายเป็นทารกหญิงผิวขาวสว่างนวลในห่อผ้าขาวหน้าตาน่ารักเป็นที่สุด ผู้เป็นมารดากอดทารกนั้นแนบอกด้วยความคิดถึง ทุกคนล้วนตื่นเต้น จ้าวนาคแสนดีใจเป็นที่สุด
แม้นางจะไม่เกิดแล้วโตเลยเช่นอุปัตติเทพทั่วไป แต่กำเนิดเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นบุญที่สุดแล้ว
"นางจะเติบโตภายในหนึ่งปีนาคพิภพ ให้บำเพ็ญเพียรเพื่อฟื้นบารมีที่นั่น"
"ขอพระองค์ เมตตาประทานนามใหม่แก่นางด้วยเถิดเจ้าค่ะ" ผู้เป็นมารดามีความเห็นว่าควรมีนามใหม่ ให้สมกับที่ได้ชีวิตใหม่
"แก้วเกล้ารัตนาวดี"
"ส่วนพี่สาวของพวกเจ้า'นราณี' นั้น..บัดนี้ ดวงจิตนางไปกำเนิดใหม่แล้ว ด้วยจิตสุดท้ายที่มีความแค้นต่อครุฑา นางไปกำเนิดเป็นธิดาแห่ง พญาครุฑราชปักษา แดนครุฑาชั้นสูง นามว่า 'รัศศิกาเทวี' "
"กำเนิดเป็นครุฑริกา!" ทุกเสียงประสานเป็นเสียงเดียวกันทันที...
"ช่วยด้วย!! ใครก็ได้ ช่วยข้าด้วย!!"
ศรีสุพรรณกันยา..ธิดาโฉมงามผู้อ่อนหวานของท่านท้าวมหานาคะ กำลังดิ้นรนต่อสู้กับบางสิ่ง ที่มีลำตัวยาว เกล็ดหยาบสีสนิม มีทั้งเท้าและปีกเล็กๆยื่นออกมา ที่พยายามรัดรอบร่างบางนั้น ส่วนหัวของมันซุกไซ้อยู่ที่ต้นคอจนน่ารังเกียจ เพียงนางเผลอขณะลงเล่นน้ำในสระอโนดาตเท่านั้น..
อุตส่าห์แอบมาเที่ยวป่าหิมพานต์กับน้องนางแก้วอัปสรา เพื่อมาเที่ยวชมให้ตื่นตาตื่นใจ แต่นี่..กำลังเจอสิ่งที่ทำให้ตื่นตกใจเสียมากกว่า เจ้าน้องนางคนชวนก็ดันมาหายไปอีก
"ออกไปนะ ออกไปให้พ้นตัวข้าเดี๋ยวนี้!"
ทั้งดึง ทั้งผลัก ยิ่งดิ้นยิ่งรัดแน่น นางกำลังจะหมดสติ เมื่อเจ้าสิ่งนี้พ่นบางอย่างใส่ใบหน้างาม
"หยุดบัดเดี๋ยวนี้! ปล่อยนางเสีย" หูแว่วเสียงบุรุษหนุ่ม ใครกัน?
"นางเป็นของข้า..ข้าเจอนางก่อน!" เจ้าตัวประหลาดตอบกลับไป
"ข้าพูดดีๆแล้วนะ"
มือแกร่งของบุรุษปริศนาจับคอเจ้าตัวประหลาด เพียงแค่ถูกมือนั้นสัมผัสความปวดแสบปวดร้อนแทบมอดไหม้แผ่ซ่านไปทั้งตัว หมดแรงทันใด รู้สึกอีกที ก็ถูกกระชากเหวี่ยงกระเด็นไปไกลเสียแล้ว
"ขะ..ขอบใจท่าน ที่ ชะ..ช่วยเรา"
เสียงกำลังขาดหาย สายตาพร่ามัวเห็นเพียงภูษาสีเขียวเลื่อมทองลางๆ กำลังเข้ามาประคอง แล้วทุกภาพก็ดับหายไป..
