บทที่ 14 ขึ้นเขาไปด้วยกัน

“เจ้าบ้านเฟิง สะใภ้เฟิงวันนี้ก็ขึ้นเขาอีกหรือ” ชาวบ้านหมู่บ้านชวีซานส่วนมากทำอาชีพปลูกข้าว หรือปลูกพืชผักไปขาย มีเพียงชาวบ้านบางส่วนที่จะทำอาชีพเก็บพืชวิญญาณ เพราะการขึ้นเขาไปหาพืชวิญญาณนั้นมีความเสี่ยงอยู่เล็กน้อย

หากมีโชควาสนาพบเจอพืชวิญญาณระดับสูงอันตรายที่จะตามมาย่อมมากมายตามเงินที่ได้รับ เพราะพืชวิญญาณระดับสูงมักจะมีสัตว์อสูรเฝ้าอยู่ไม่ไกล แต่หากโชคดีมากก็จะพบเพียงพืชวิญญาณไร้กลิ่นอายสัตว์อสูร

ที่หลัวหรูไม่ได้บอกเยว่ฉีถึงอันตรายเกี่ยวกับการเก็บพืชวิญญาณเพราะปกติแล้วเรื่องนี้เป็นความรู้พื้นฐานของทุกคนในดินแดนเฟยฮ่าว

“ขอรับท่านยาย” หญิงชราพยักหน้ายิ้ม ๆ เหลือบสายตาหันมองเยว่ฉีอย่างสำรวจ

ขอถอนคำพูดที่บอกว่าท่าทางใจดี หญิงชราคนนี้แค่ทำท่าทางใจดีเท่านั้นเอง

“ขึ้นเขาก็ระวัง ๆ ด้วยล่ะ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจจะไว้ใจมากเกินไปย่อมไม่ดี หากเกิดเรื่องขึ้นมาก็คงมีแต่สวรรค์ที่รู้”

เอ้า!!! สักหมัดไหมยาย

เยว่ฉีอยากจะเอ่ยขึ้นทว่าก็ถูกหลัวหรูห้ามเอาไว้ก่อน นางมองหญิงชรายิ้ม ๆ เอ่ยเสียงอ่อนโยน

“ขอบคุณในความห่วงใยของท่าน ข้ากับพี่เฟิงล้วนจำใส่ใจ ส่วนเรื่องคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจนั้น ข้ากับพี่เฟิงก็หาใช่คนใสซื่อที่จะมองคนไม่ออก ใครดีไม่ดีข้านั้นล้วนรับรู้ได้ ท่านยายไม่ต้องกังวล”

หญิงชราโดนคำพูดหวานระคายหูของหลัวหรูสีหน้าพลันมืดลงไม่เหลือแล้วซึ่งรอยยิ้มอ่อนโยน

“ข้าเพียงเป็นห่วงพวกเจ้า เหตุใดต้องกล่าวหนักถึงเพียงนี้ หากเกิดอันใดขึ้นมาก็อย่าได้มานึกเสียใจทีหลัง!!” หญิงชราส่งเสียงฮึดฮัดก่อนจะสะบัดหน้าหันหลังกลับเข้าบ้านไป

“ขอบคุณในความเป็นห่วงของท่าน เดินดี ๆ นะเจ้าคะ” หลัวหรูกล่าวตามหลังก่อนจะหันมาหาเยว่ฉี

“อย่าได้ใส่ใจคำพูดแกเลย ยายซวงก็เป็นเช่นนี้” เยว่ฉียิ้มกว้าง

ไม่นึกว่าหญิงผู้นี้จะออกตัวปกป้องนาง ถึงขั้นทำให้คนในหมู่บ้านเดียวกันขุ่นเคือง

“พี่หลัวข้าไม่เป็นอันใด จะห่วงก็แต่พวกท่านทำให้คนหมู่บ้านเดียวกันขุ่นเคืองเช่นนี้จะดีหรือ? ตัวข้าพึ่งย้ายมาใหม่ไม่เท่าใดแต่พวกท่านทั้งสองคนเลา”

ทั้งสองมองหน้ากันยิ้ม ๆ เด็กคนนี้ทั้งที่ตนถูกคนพูดไม่ดีใส่ ยังจะเป็นห่วงผู้อื่นอีก

“เจ้าอย่าได้ใส่ใจ ความจริงข้ากับพี่เฟิงก็หาใช่คนหมู่บ้าน ชวีซานตั้งแต่ต้น เป็นคนย้ายเข้ามาเช่นเดียวกับพวกเจ้า เพียงแต่ดีกว่าหน่อยที่ตอนย้ายเข้ามาไม่ถูกตั้งแง่ใส่ตั้งแต่วันแรก”

“มีเรื่องเช่นนี้ด้วย!?”

“ใช่ พูดแล้วก็อย่าขำไป ข้ากับพี่เฟิงย้ายออกจากหมู่บ้านเดิม เพราะครอบครัวข้าไม่ยอมให้แต่งงานกับพี่เฟิง หลังหนีออกมาด้วยกันก็มาอยู่ที่หมู่บ้านนี้”

“ข้าจะหัวเราะได้เช่นไร พวกท่านชั่งมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันยิ่งนัก ได้ยินแล้วข้ายังอดรู้สึกชื่นชมและอิจฉาไม่ได้”

“ไม่ต้องกล่าวประจบประแจงข้าเจ้าเด็กน้อย” หลัวหรูส่ายหัวยิ้ม ๆ ก่อนทั้งสองคนจะสบตากันแล้วหัวเราะออกมา บรรยากาศกลมกลืนยิ่ง เฟิงซิ่วผู้เงียบอยู่ตลอดเอาแต่ยิ้มมองภรรยาทีมองเด็กสาวตรงหน้าที ได้เห็นภรรยายิ้มมีความสุขเช่นนี้ สามีอย่างเขาพึงพอใจไม่น้อย

ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความสุขของคนในครอบครัว ถึงแม้อาจจะกลายเป็นศัตรูกับคนทั้งหมู่บ้านก็ไม่เป็นอันใด เพราะปกติแล้วก็ใช่ว่าพวกเขาจะไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ คนในหมู่บ้านเดิมมักจะมองคนย้ายเข้ามาใหม่เป็นคนนอก ถึงพวกเขาจะไม่ได้ถูกกีดกันแต่ก็ไม่ถึงขั้นสนิทสนม

ใช้เวลาเดินทางเกือบสองเค่อพวกเขาก็มาถึงตีนเขากันแล้ว เยว่ฉีมองภูเขาสูงตรงหน้า ในดวงตาฉายประกายความตื่นเต้น

เคยมีคนพูดว่าขุมทรัพย์มักซ่อนอยู่ในธรรมชาติ

นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าภูเขาตรงหน้าจะสร้างปาฏิหาริย์ให้กับนาง

“พร้อมแล้วใช่หรือไม่” หลัวหรู

“พี่หลัวข้าพร้อมแล้ว!!”

“เช่นนั้นก็ไปกัน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป