บทที่ 8 ได้รับของวิเศษที่ก้นถัง

หลังทานข้าวทั้งสองก็แยกย้ายกันไป หานลั่วอี้เข้ามาในห้องน้องชายต่างมารดา เด็กชายตัวน้อยยังคงหลับไม่ได้สติทั้งยังไม่รู้ว่าจะฟื้นขึ้นมาเมื่อใด เมื่อวานเขาได้ลองตรวจอาการดูแล้วแต่ไม่พบความผิดปกติ มีเพียงความทรงจำบางส่วนที่มีใครบางคนร่ายคาถาเอาไว้ไม่ให้เขาเข้าไปดูความทรงจำของเด็กน้อย อีกทั้งยังเป็นคาถาที่ทำให้หานลั่วซานนอนหลับสนิทไม่ยอมฟื้น

คิดมาถึงตรงนี้ดวงตาคมเข้มพลันมีประกาย เคียดแค้นวาบผ่าน มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่น

สตรีร้ายกาจผู้นั้นเพื่อผลประโยชน์แล้วถึงกับกล้ากระทำเรื่องบางอย่างกับบุตรตัวเอง เขาเชื่อว่าสาเหตุอาการป่วยของหานลั่วซานมาจากมู่ฉิงเย่

คาถาที่ใช้กับหานลั่วซานแข็งแกร่งกว่าพลังที่เขามีทำให้ไม่สามารถใช้พลังคลายคาถาได้ หากเขาไม่กลายเป็นเช่นนี้คงช่วยน้องชายตัวน้อยผู้น่าสงสารได้แล้ว

หานลั่วอี้มองใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักของน้องชาย มือแกร่งยกขึ้นลูบผมเบา ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะถอดถอนใจออกมา

“ลั่วซานเจ้าช่างเป็นเด็กที่เกิดผิดที่ผิดทางเสียจริง”

ในระหว่างที่หานลั่วอี้กำลังนั่งมองและคอยดูแลน้องชายอยู่ทางด้านเยว่ฉีก็กำลังทำความสะอาดเครื่องครัวและถังเก็บน้ำ เมื่อวานมีเวลาไม่พอ หลังทำความสะอาดบ้านนางก็เหนื่อยเกินกว่าจะออกมาทำความสะอาดเพิงทำอาหาร จึงทำความสะอาดเพียงคร่าว ๆ มาวันนี้จึงต้องลงมือทำอย่างจริงจัง

เริ่มจากจัดการเพื่อนบ้านผู้ชอบชักใยไปทั่วบ้านคนอื่นออกไปทั้งหมด จากนั้นตักน้ำในบ่อขึ้นมาสาด สาดเข้าไปและขัด ๆ จนสะอาดที่สุดในความคิด

หลังทำความสะอาดส่วนอื่น ๆ ของเพิงเรียบร้อยแล้วก็มาถึงคิวถังน้ำซึ่งมีน้ำขังอยู่ในถังจนมีพืชสีเขียวขึ้นเต็มด้านในไปหมด

มองถังเต็มไปด้วยตะไคร้น้ำสีหน้างดงามพลันบิดเบี้ยว คิดว่าจะเก็บไว้หรือทิ้งไปดี

ถ้าเก็บก็ต้องขัดทำความสะอาดนานแต่หากทิ้งไปก็อาจจะต้องเสียเวลาทำขึ้นมาใหม่ จะจ้างคนหรือซื้อก็อาจจะแพงเกินไปสำหรับตอนนี้ ไม่รู้ว่าจะขอให้หานลั่วอี้ทำขึ้นมาใหม่ได้หรือไม่

พอคิดทบทวนเรียบร้อยแล้วสุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะทิ้ง!!! ถังเป็นอย่างนี้แล้วคงไม่เหมาะจะนำมาใส่น้ำ หานลั่วซานมีพลังพิเศษที่สามารถจุดไฟได้ อาจจะสามารถขุดถังให้นางสักถังได้

เยว่ฉีตัดสินใจได้แล้วก็ล้มถังเทน้ำทิ้ง พอน้ำไหลออกไปจนหมดก็ดึงถังกลับขั้นมาตั้งเหมือนเดิม ในจังหวะที่ดึงถังขึ้นมาแสงแดดได้สาดส่องลงไปถึงก้นถัง หลังจากนั้นก็มีประกายแสงสีเงินสะท้อนเข้าสู่ดวงตาจนนางต้องหยีตาลง เกิดความสงสัยขึ้นในหัวเยว่ฉี ก่อนหน้านี้ในถังมีน้ำเต็มไปหมดทำให้แสงแดดส่องลงไปก้นถังได้ยาก มาตอนนี้น้ำไม่มีเหลือแล้วผลึกสีเงินรูปสามเหลี่ยมดูแหลมคมจึงได้สะท้อนประกายงดงามเข้าสู่ดวงตา

เยว่ฉียื่นมือลงไปหวังจะหยิบขึ้นมาดู ทว่าถูกยอดแหลมของสิ่งที่อยู่ในถังแทงทะลุนิ้วมือ

“โอ๊ย!!” นางดึงมือขึ้นมาโดยเร็วสะบัด ๆ มือหลายครั้งเพื่อคลายความเจ็บก่อนจะนำนิ้วเข้าปากดูดห้ามเลือด

เลือดหยดหนึ่งอาบชโลมผลึกสีเงินก้นถัง ตัวผลึกจากที่เคยเงียบสงบก็คล้ายกับมีชีวิตขึ้นมา ใจกลางของสิ่งของรูปสามเหลี่ยมสีเงินทอแสงสีเงินออกมาก่อนจะหายไป คล้ายกับอาการหัวใจเต้น จากนั้นร่างกายของเยว่ฉีก็หายไป

หานลั่วอี้พลันขมวดคิ้วขึ้นมา แม้จะเป็นเพียงผู้ฝึกปราณขึ้นสามทว่าก็สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของผู้ที่อยู่ใกล้ ๆ ตอนนี้กลิ่นอายภรรยาหายไปแล้วทั้งยังเป็นการหายไปทันที เขาจึงอดสงสัยไม่ได้

ฝ่ามือแกร่งนำพารถเข็นออกมายังส่วนหน้าบ้าน แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า

ในใจบุรุษหนุ่มพลันปวดหนึบขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ กังวลใจถึงสาเหตุที่นางหายตัวไป ภายใต้ความกังวลนี้ยังมีความเคลือบแคลงใจและความเชื่อใจขัดแย้งกันอยู่

เขาไม่อยากพบว่าสุดท้ายแล้ว เยว่ฉีก็ไม่ต่างจากคนบ้านนั้นที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกับคนพิการไม่มีอนาคตเช่นเขา เช่นเดียวกับที่เชื่อว่านางไม่เหมือนคนบ้านเดิม เป็นสตรีที่พร้อมจะใช้ชีวิตร่วมกันไปตลอดกาล อีกทั้งสาเหตุการหายตัวไปยังน่าสงสัย ไม่มีผู้ใดเข้ามาใกล้บริเวณบ้านแล้วเหตุใดนางถึงได้หายตัวไป

ทั้งยังเป็นการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับว่าถูกลบออกไปทันที

หานลั่วอี้เป็นกังวลใจกับการหายตัวไปของภรรยา ส่วนคนที่เป็นสาเหตุของความกังวลใจกับกำลังตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจในสิ่งที่เห็น

“สุดยอดนี่มันอะไรกันเนี้ย!!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป