บทที่ 4 ภารกิจสามสิบวัน
[ภารกิจหลัก: ค้นหาหลินเจิ้งตัวจริง]
[ระยะเวลาคงเหลือ: 29 วัน 23 ชั่วโมง 41 นาที]
[บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้อง: เซียวเหยียน]
หลินเยว่ชิงจ้องข้อความที่ลอยอยู่ในความคิด หัวใจเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้
เหตุใดระบบจึงระบุชื่อเซียวเหยียน?
เหตุใดการค้นหาบิดาของนางจึงเกี่ยวข้องกับชีวิตของเขา?
และเหตุใดชายที่เพิ่งพบกันไม่ถึงครึ่งวัน จึงดูเหมือนมีความสำคัญต่อชะตากรรมของนางมากกว่าทุกคนที่ผ่านมา?
“คุณหนูหลิน”
เสียงเรียกของเซียวเหยียนดึงนางกลับสู่ความเป็นจริง
“สีหน้าของเจ้าไม่ดี เจ้าเห็นอะไรหรือ?”
หลินเยว่ชิงรีบสงบอารมณ์ ก่อนส่ายหน้า
“ไม่มีอะไร”
“เจ้ากำลังโกหก”
“ท่านแม่ทัพเซียว ท่านเองก็มีเรื่องปิดบังข้าไม่ใช่หรือ?”
ทั้งสองสบตากัน
ชายหนุ่มไม่ได้ปฏิเสธ เพียงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“ดูเหมือนเราต่างมีความลับที่ไม่อยากเปิดเผย”
“เช่นนั้นก็อย่าเสียเวลาถามความลับของกันและกัน ข้ามีคำถามที่ต้องการคำตอบจากชายผู้นี้”
นางหันไปหาชายบาดเจ็บที่อ้างว่าเคยรับใช้มารดาของนาง
“เจ้าชื่ออะไร?”
“ข้าน้อยชื่อจางเหวินขอรับ”
“เจ้าบอกว่ามารดาของข้าเคยสั่งให้เจ้ารอวันที่ข้าจะย้อนกลับมา นางรู้ได้อย่างไรว่าข้าจะย้อนกลับมา?”
จางเหวินก้มหน้าลง สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
“ข้าน้อยไม่ทราบว่านายหญิงรู้ได้อย่างไร แต่ก่อนที่นางจะเสียชีวิต นางมอบกล่องไม้ใบหนึ่งให้ข้าน้อย พร้อมกำชับว่า หากคุณหนูถามถึงนายท่านตัวจริงเมื่อใด ให้นำกล่องนี้มามอบให้ท่าน”
“แล้วกล่องอยู่ที่ไหน?”
“ถูกซ่อนไว้ในเรือนเก่าทางตะวันตกของเมืองขอรับ”
“เหตุใดเจ้าไม่มาหาข้าตั้งแต่แรก?”
จางเหวินเงียบไปชั่วขณะ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“เพราะคนที่ปลอมตัวเป็นนายท่านรู้ว่าข้าน้อยยังมีชีวิตอยู่ และเขากำลังตามฆ่าคนที่รู้ความลับนี้ทุกคน”
หลินเยว่ชิงรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง
“เจ้าหมายความว่า คนที่อยู่ในจวนหลินตอนนี้รู้ว่าตัวเองถูกเปิดโปงแล้ว?”
“ไม่เพียงเท่านั้นขอรับ”
จางเหวินเงยหน้าขึ้น
“เขารู้ด้วยว่าคุณหนูจะกลับมา”
ภายในกระโจมตกอยู่ในความเงียบ
เซียวเหยียนเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้น
“เราต้องออกจากค่ายเดี๋ยวนี้”
หลินเยว่ชิงหันไปมองเขา
“เหตุใด?”
“เพราะคนที่สามารถปลอมตัวเป็นแม่ทัพใหญ่ได้นานกว่าสิบปี ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา หากเขารู้ว่าจางเหวินยังมีชีวิตอยู่ เขาต้องส่งคนมาตามฆ่าพวกเราที่นี่”
“ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าจะรู้ว่าบิดาของข้าอยู่ที่ใด”
“ถ้าเจ้ายังอยู่ที่นี่ เจ้าจะไม่มีโอกาสได้รู้ความจริง”
น้ำเสียงของเซียวเหยียนเย็นเยียบ แต่แววตากลับจริงจังอย่างยิ่ง
“หลินเยว่ชิง เจ้าต้องการแก้ไขอดีตไม่ใช่หรือ? ถ้าเช่นนั้น จงเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่ก่อน”
คำพูดนั้นทำให้นางนิ่งไป
ในชาติก่อน นางใช้ชีวิตตามความต้องการของผู้อื่นมาโดยตลอด
เชื่อฟังบิดา
เชื่อใจสามี
ยอมถอยให้คนที่คิดว่าเป็นพวกเดียวกัน
สุดท้ายสิ่งที่ได้รับกลับเป็นความตาย
ชาตินี้นางจะไม่ยอมให้ใครมาสั่งว่าต้องทำอะไรอีก
แต่การดื้อดึงโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ก็อาจทำให้นางตายก่อนจะค้นพบความจริง
“ตกลง เราจะไปเรือนเก่าทางตะวันตก”
นางหันไปหาจางเหวิน
“แต่ก่อนอื่น ข้าต้องรู้เรื่องหนึ่ง คนที่ปลอมตัวเป็นบิดาข้ามีชื่อว่าอะไร?”
จางเหวินเม้มริมฝีปากแน่น
“ข้าน้อยไม่ทราบชื่อจริงของเขา แต่คนในองค์กรเรียกเขาว่า...เงาทมิฬ”
“องค์กร?”
“องค์กรที่รับคำสั่งจากคนในราชสำนัก มีหน้าที่ลบตัวตนของผู้ที่ไม่ควรมีชีวิตอยู่”
หลินเยว่ชิงขมวดคิ้ว
“แล้วบิดาของข้าเกี่ยวข้องกับองค์กรนั้นอย่างไร?”
“นายท่านเป็นผู้ถือหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับการก่อกบฏเมื่อสิบห้าปีก่อน หลักฐานชิ้นนั้นสามารถทำให้คนผู้หนึ่งบนบัลลังก์ต้องสูญเสียทุกสิ่ง”
เซียวเหยียนที่ยืนเงียบมาตลอดพลันหันขวับ
“เจ้าว่าอะไรนะ?”
จางเหวินสะดุ้งเมื่อเห็นสีหน้าของแม่ทัพหนุ่ม
“ข้าน้อยพูดความจริงขอรับ”
“หลักฐานนั้นอยู่ที่ไหน?”
“ข้าน้อยไม่ทราบ นายหญิงไม่เคยบอก แต่กล่องไม้ที่นางฝากไว้ อาจมีคำตอบ”
เซียวเหยียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดบนหลังมือปรากฏชัด
หลินเยว่ชิงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นทันที
“ท่านรู้เรื่องการก่อกบฏเมื่อสิบห้าปีก่อนหรือ?”
“รู้เพียงบางส่วน”
“เกี่ยวข้องกับครอบครัวท่านหรือ?”
เขาไม่ตอบ
ความเงียบของเขาคือคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ
หลินเยว่ชิงเริ่มเข้าใจแล้วว่า เหตุใดระบบจึงระบุชื่อเขาเป็นบุคคลสำคัญ
เซียวเหยียนไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับนางโดยบังเอิญ
เขาอาจกำลังตามหาความจริงเรื่องเดียวกันอยู่
และหากความลับนั้นถูกเปิดเผย ทั้งสองอาจไม่มีวันกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้อีก
---
ยามราตรีมาเยือน
รถม้าคันหนึ่งออกจากค่ายทหารอย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าไปยังเรือนร้างทางตะวันตกของเมือง
ภายในรถม้า หลินเยว่ชิงนั่งตรงข้ามเซียวเหยียน ส่วนจางเหวินนอนพักอยู่ด้านนอก โดยมีทหารสองนายคอยคุ้มกัน
นางมองชายหนุ่มที่กำลังหลับตาอยู่
“ท่านแม่ทัพ”
“พูดมา”
“ท่านเคยพบข้ามาก่อนจริงหรือ?”
เซียวเหยียนลืมตาขึ้นช้า ๆ
“เหตุใดจึงถามเช่นนั้น?”
“เพราะท่านพูดเหมือนรู้จักข้ามานาน และดูเหมือนท่านจะรู้ว่าข้ากำลังคิดอะไร”
เขามองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามกลับ
“ถ้าข้าบอกว่าเคย เจ้าจะเชื่อหรือ?”
“ขึ้นอยู่กับว่าท่านจะอธิบายอย่างไร”
“แล้วถ้าข้าบอกว่าในชีวิตนี้เราเพิ่งพบกัน แต่ในอีกชีวิตหนึ่งเจ้าเคยช่วยชีวิตข้าไว้ล่ะ?”
หลินเยว่ชิงรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ
อีกชีวิตหนึ่ง...
เขารู้เรื่องการย้อนเวลาจริง ๆ
“ท่านกำลังล้อเล่นกับข้าใช่หรือไม่?”
“ข้าไม่เคยล้อเล่นเรื่องความตาย”
แววตาของเซียวเหยียนมืดลง
“โดยเฉพาะความตายของเจ้า”
หลินเยว่ชิงขยับเข้าไปใกล้
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าตาย?”
“เพราะข้าเคยเห็นมันด้วยตาตัวเอง”
“ที่ไหน? เมื่อใด?”
“ยังไม่ถึงเวลา”
“ท่านไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนข้า!”
นางขึ้นเสียงเป็นครั้งแรก
“ถ้าท่านรู้บางอย่างเกี่ยวกับอดีตของข้า ก็จงบอกมา อย่าคิดว่าการปิดบังความจริงจะช่วยข้าได้”
เซียวเหยียนมองนางนิ่ง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เบาลง
“ข้าไม่ได้ปิดบังเพราะไม่อยากให้เจ้ารู้ แต่เพราะมีบางสิ่งที่เจ้ายังไม่พร้อมจะรับรู้”
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่พร้อม?”
“เพราะครั้งก่อนที่เจ้ารู้ความจริง เจ้าตายเร็วกว่าที่ควรจะเป็น”
หลินเยว่ชิงหน้าซีด
นางยังไม่ทันได้ถามต่อ รถม้าก็หยุดกะทันหัน
เสียงม้าร้องดังขึ้นจากด้านหน้า ตามด้วยเสียงโลหะกระทบกัน
เซียวเหยียนเปิดม่านรถม้า
“เกิดอะไรขึ้น?”
เสียงทหารดังตอบมาจากด้านนอก
“มีคนขวางทางขอรับ!”
“กี่คน?”
“ไม่ต่ำกว่าสิบห้าคน!”
เซียวเหยียนหยิบดาบข้างกายขึ้นมา ก่อนหันมาหานาง
“อยู่ในรถ อย่าออกมาไม่ว่าข้างนอกจะเกิดอะไรขึ้น”
“ข้าไม่ใช่คนที่ต้องรอให้ผู้อื่นมาปกป้องตลอดเวลา”
“ข้ารู้”
เขาหยุดไปชั่วครู่
“แต่ครั้งนี้ ข้าขอร้อง”
เป็นครั้งแรกที่หลินเยว่ชิงได้ยินน้ำเสียงเช่นนั้นจากเขา
นางยังไม่ทันตอบ เซียวเหยียนก็ออกจากรถม้าไปแล้ว
เสียงต่อสู้ดังขึ้นทันที
หลินเยว่ชิงกำด้ามมีดสั้นที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อ นั่งฟังเสียงภายนอกอย่างระมัดระวัง
หนึ่งเสียง
สองเสียง
จากนั้นทุกอย่างกลับเงียบลงอย่างผิดปกติ
“ท่านแม่ทัพ?”
ไม่มีคำตอบ
นางกำลังจะเปิดม่าน ทันใดนั้นปลายดาบเล่มหนึ่งก็แทงทะลุผนังรถม้าเข้ามา ห่างจากใบหน้านางเพียงไม่กี่นิ้ว
หลินเยว่ชิงรีบถอยหลบ ก่อนใช้มีดสั้นฟันแขนของผู้ที่ยื่นดาบเข้ามา
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น
นางกระโจนออกจากรถม้า แล้วพบว่าทหารคุ้มกันทั้งหมดนอนอยู่บนพื้น บางคนยังมีลมหายใจ แต่หลายคนไม่ขยับเขยื้อน
ชายชุดดำคนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้า
บนแขนเสื้อของเขาปักตรารูปดอกบัวสีดำ
ทันทีที่เห็นสัญลักษณ์นั้น ความทรงจำบางอย่างก็แล่นผ่านเข้ามาในหัวของนาง
ดอกบัวสีดำ...
นางเคยเห็นมันบนแหวนของเฉินอวี้หานในคืนที่ถูกวางยาพิษ
“พวกเจ้าเป็นใคร?”
ชายชุดดำไม่ตอบ เขาเพียงยกมือขึ้น
“จับเป็น หากนางขัดขืน ฆ่าได้ทันที”
หลินเยว่ชิงถอยหลังหนึ่งก้าว
ระบบปรากฏขึ้นในความคิด
[ตรวจพบศัตรูจากองค์กรเงาทมิฬ]
[คำเตือน: ผู้ใช้งานตกอยู่ในอันตรายระดับสูง]
[แนะนำให้หลบหนีทันที]
นางกัดฟัน
“ถ้าข้าหนีตอนนี้ แล้วจะมีชีวิตอยู่เพื่อค้นหาความจริงได้อย่างไร?”
ชายชุดดำพุ่งเข้ามา
หลินเยว่ชิงเบี่ยงตัวหลบและใช้มีดกรีดแขนเขา แต่ความแตกต่างด้านกำลังทำให้นางเสียหลักจนล้มลง
ปลายดาบเย็นเยียบจ่ออยู่ที่ลำคอ
“คุณหนูหลิน ท่านควรอยู่อย่างสงบตั้งแต่แรก หากไม่ย้อนกลับมา เรื่องทั้งหมดคงไม่ยุ่งยากเช่นนี้”
นางเบิกตากว้าง
“เจ้า...รู้ว่าข้าย้อนกลับมา?”
ชายชุดดำหัวเราะเบา ๆ
“ไม่เพียงรู้ แต่ผู้ที่ส่งข้ามายังฝากคำพูดมาถึงท่านด้วย”
เขาก้มลงกระซิบ
“นายท่านบอกว่า หากคุณหนูต้องการพบหลินเจิ้งตัวจริง ให้ไปที่สุสานบรรพชนก่อนคืนพระจันทร์ดับ”
“ใครคือนายท่านของเจ้า?”
ชายชุดดำยิ้ม
“คนที่ท่านเรียกว่าบิดามาตลอดชีวิต”
ฉับพลัน เสียงดาบฟันอากาศดังขึ้น
ชายชุดดำกระเด็นออกไป ก่อนร่างของเซียวเหยียนจะปรากฏขึ้นเบื้องหน้านาง ดาบในมือของเขามีเลือดไหลหยดลงพื้น
“เยว่ชิง!”
เขายื่นมือมาหานาง
แต่หลินเยว่ชิงไม่ได้จับมือเขาในทันที
นางยังคงจ้องชายชุดดำที่กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“สายไปแล้ว...สายไปแล้ว!”
ชายคนนั้นกัดบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในปาก ก่อนล้มลงแน่นิ่ง
เซียวเหยียนรีบตรวจชีพจร แต่ไม่ทันการณ์
คนร้ายฆ่าตัวตายเพื่อปิดปากตนเอง
หลินเยว่ชิงก้มลงมองศพ ก่อนหันไปหาเซียวเหยียน
“ท่านได้ยินที่เขาพูดหรือไม่?”
“ได้ยิน”
“คนที่ส่งเขามาคือคนที่ข้าเรียกว่าบิดา”
เซียวเหยียนไม่ตอบ
นางจึงถามต่อ
“ท่านรู้ใช่หรือไม่ว่าชายผู้นั้นเป็นใคร?”
เขาหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนตอบ
“ข้ารู้เพียงว่า หากเขาเป็นคนเดียวกับที่ข้ากำลังตามหา เราทุกคนกำลังตกอยู่ในอันตราย”
“แล้วสุสานบรรพชนล่ะ?”
“เราจะไปที่นั่น”
“เมื่อใด?”
เซียวเหยียนมองท้องฟ้าที่เริ่มมีเมฆดำบดบังดวงจันทร์
“คืนนี้”
หลินเยว่ชิงกำมีดสั้นแน่น
นางมีเวลาเพียงสามสิบวันในการค้นหาบิดาตัวจริง และตอนนี้ศัตรูรู้แล้วว่านางกลับมา
ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ คนที่นางเรียกว่าบิดามาตลอดชีวิต อาจเป็นคนเดียวกับที่สั่งฆ่านางในชาติก่อน
---
ในเวลาเดียวกัน ภายในจวนหลิน
ชายวัยกลางคนยืนอยู่หน้ากระจกทองแดง เขาค่อย ๆ ลอกแผ่นหนังบางส่วนออกจากใบหน้า เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังปลอม
คนรับใช้คุกเข่าอยู่ด้านหลัง
“นายท่าน คนที่ส่งไปจัดการคุณหนูหลินเสียชีวิตทั้งหมดขอรับ”
ชายผู้นั้นไม่แสดงสีหน้า
“แล้วนางเห็นข้อความหรือยัง?”
“คาดว่าเห็นแล้วขอรับ”
เขายิ้มบาง ๆ
“ดีมาก”
“นายท่าน...เหตุใดจึงไม่ฆ่านางเสียตั้งแต่แรก?”
ชายวัยกลางคนหยิบแหวนดอกบัวสีดำขึ้นมาสวม
“เพราะนางยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร”
เขาหันกลับมามองคนรับใช้
“และเมื่อถึงวันที่นางรู้ความจริง นางจะเป็นคนเปิดประตูให้ข้าเอง”
เปลวเทียนสั่นไหว
ชายผู้นั้นก้มลงกระซิบกับเงาของตัวเอง
“สิบห้าปีแล้ว หลินเจิ้ง...ข้ารอวันนี้มานานเหลือเกิน”
จบตอนที่ 4
