บทที่ 11 บทที่ 11
อันฉียังคงยิ้ม “ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ ข้าเพียงอยากแบ่งอาหารดี ๆ ให้คนในเรือน”
ชุ่ยหลันมือสั่นจนแทบถือถ้วยไม่อยู่ อันฉีจ้องอีกฝ่ายนิ่ง ๆ ก่อนพูดช้า ๆ “หรือเจ้ารู้ว่ามันมีอะไรอยู่ในนั้น”
เพล้ง! ถ้วยโจ๊กหลุดจากมือชุ่ยหลันตกแตกกระจายทันที ทั้งห้องเงียบกริบ ใบหน้าของสาวใช้ซีดเผือดราวคนใกล้ตาย หนิงเอ๋อเบิกตากว้างอย่างตกใจ อันฉีค่อย ๆ ลุกขึ้นช้า ๆ ดวงตาเย็นเยียบ
“ดูเหมือนเจ้าจะรู้จริง ๆ”
ชุ่ยหลันรีบคุกเข่าลง “บ่าว…บ่าวไม่ได้ทำอะไรนะเจ้าคะ!”
“ไม่ได้ทำ?” อันฉีเดินเข้าไปใกล้ “ถ้าเช่นนั้นเหตุใดเจ้าถึงไม่กล้ากิน”
“บ่าว…”
“หรือเจ้ากลัวว่าจะตายเหมือนที่คิดให้ข้าตาย”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้องทันที หลี่ฮูหยินลุกพรวด “ซูมี่!” แต่อันฉีไม่สนใจ นางจ้องชุ่ยหลันเขม็ง
“ในอาหารของข้ามีเฉ่าหลิงผสมอยู่ทุกวัน ข้าอยากรู้เหลือเกินว่าใครเป็นคนสั่ง”
ชุ่ยหลันตัวสั่นอย่างหนัก “บ่าวไม่รู้เจ้าค่ะ! บ่าวแค่…แค่ทำตามคำสั่ง!”
ทันทีที่พูดจบ นางก็รีบปิดปากตัวเอง แต่สายเกินไปแล้ว ทุกคนในห้องหน้าเปลี่ยนสีทันที ซูฮวากำชายเสื้อแน่น ส่วนหลี่ฮูหยินสีหน้าเย็นจัด อันฉีหัวเราะเบา ๆ “ในที่สุดก็ยอมรับ”
ชุ่ยหลันร้องไห้ออกมา “บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ! บ่าวไม่ได้อยากทำ!”
“ใครสั่งเจ้า”
“บ่าว…” สาวใช้เหลือบมองซูฮวาโดยไม่รู้ตัว เพียงเสี้ยววินาทีนั้น อันฉีก็เห็นทุกอย่างชัดเจน
ซูฮวารีบตวาด “เจ้ามองข้าทำไม!”
ชุ่ยหลันหน้าเสียทันที รีบก้มหน้าลงกับพื้น หลี่ฮูหยินรีบพูดเสียงเข้ม “เรื่องนี้อาจเป็นความเข้าใจผิด!”
“เข้าใจผิด?” อันฉีหันไปมอง “ถ้าข้าไม่รู้เรื่องยา ป่านนี้คงถูกวางยาต่อไปจนตายโดยไม่มีใครรู้”
บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก บ่าวไพร่หลายคนเริ่มมองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครคิดว่าฮูหยินที่เคยอ่อนแอ จะพลิกสถานการณ์จนชุ่ยหลันหน้าแตกกลางเรือนใหญ่เช่นนี้ อันฉีค่อย ๆ หยิบถุงผ้าเล็กออกมาจากแขนเสื้อ ก่อนเทผงสมุนไพรสีหม่นลงบนโต๊ะ
“นี่คือเฉ่าหลิง” นางพูดเรียบ ๆ “หากไม่เชื่อ จะเรียกหมอมาตรวจก็ได้”
หลี่ฮูหยินนิ่งเงียบ สีหน้าเริ่มไม่น่าดูเพราะหากเรื่องนี้ถึงหูแม่ทัพหรือแพร่ออกไปนอกจวน ชื่อเสียงของเรือนใหญ่ย่อมเสียหายแน่ อันฉีมองทุกคนช้า ๆ ก่อนพูดเสียงเย็น
“ข้าเคยอดทน เพราะคิดว่าความเงียบจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น” นางหยุดเล็กน้อย “แต่ดูเหมือนพวกท่านจะเข้าใจผิด” ดวงตาของอันฉีค่อย ๆ แข็งกร้าวขึ้น
“ซูมี่คนเดิมอาจยอมให้รังแก แต่ข้าจะไม่มีวันยอมอีกแล้ว”
แม่ทัพผู้เย็นชา
ข่าวเรื่องชุ่ยหลันถูกจับได้ว่าแอบใส่ยาในอาหารของฮูหยินแพร่ไปทั่วจวนแม่ทัพภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวัน จากเดิมที่ทุกคนมองซูมี่เป็นเพียงฮูหยินไร้ค่า บัดนี้สายตาเหล่านั้นเริ่มเปลี่ยนไปปะปนด้วยความหวาดระแวง
ไม่มีใครเข้าใจว่าเหตุใดสตรีอ่อนแอที่เคยก้มหน้ายอมคนมาตลอด ถึงกล้าฉีกหน้าสาวใช้กลางเรือนใหญ่ต่อหน้าหลี่ฮูหยินเช่นนั้น และคนที่รู้สึกแปลกใจที่สุดคือหลี่เหยียนเฟิง
ภายในห้องหนังสือเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดกระทบหน้าต่างไม้เบา ๆ แสงตะเกียงส่องเงาร่างสูงของแม่ทัพหนุ่มที่กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่หลังโต๊ะ องครักษ์คนสนิท “เฉินหยาง” ยืนอยู่ด้านข้าง ก่อนจะลังเลเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้น
“นายท่าน”
เหยียนเฟิงไม่เงยหน้า “พูดมา”
“เรื่องที่เรือนใหญ่วันนี้”
ปลายพู่กันในมือชายหนุ่มหยุดลงเล็กน้อย “ข้ารู้แล้ว”
เฉินหยางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ “บ่าวในจวนต่างพูดกันว่า ฮูหยินเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน”
เหยียนเฟิงเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาคมเข้มสงบนิ่ง แต่ลึกล้ำจนเดาไม่ออก
“เจ้าก็คิดเช่นนั้นหรือ”
“ขอรับ” เฉินหยางติดตามเขามาหลายปี รู้ดีว่าแม่ทัพไม่เคยสนใจฮูหยินผู้นั้นเลย ตลอดเวลาที่ผ่านมา ซูมี่เป็นเพียงเงาเงียบ ๆ ในจวนแม่ทัพ อ่อนแอ ขี้กลัว และมักร้องไห้ง่าย แต่นับจากตกน้ำฟื้นขึ้นมา นางกลับเหมือนเปลี่ยนเป็นอีกคน เหยียนเฟิงนึกถึงสายตาของหญิงสาวในวันนั้น สงบนิ่ง เย็นชาและไม่มีความหวาดหวังในตัวเขาอีกเลยต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง
“นายท่าน” เฉินหยางพูดเสียงเบา “ท่านคิดหรือไม่ว่า…ฮูหยินอาจถูกใครบางคนชี้นำอยู่เบื้องหลัง”
เหยียนเฟิงหรี่ตา
“เจ้าหมายถึงมีคนสั่งให้นางเปลี่ยนตัวเอง?”
“ขอรับ”
ชายหนุ่มวางพู่กันลงช้า ๆ เขาไม่เชื่อว่าสตรีคนหนึ่งจะเปลี่ยนไปได้มากถึงเพียงนี้ภายในไม่กี่วัน โดยเฉพาะซูมี่ หญิงสาวที่เคยเพียงถูกมองด้วยสายตาเย็นชาก็ร้องไห้แล้ว แต่วันนี้นางกลับกล้าปะทะกับมารดาของเขาต่อหน้าคนทั้งเรือน ไม่เพียงเท่านั้นนางยังรู้เรื่องยา
เหยียนเฟิงนึกถึงผงสมุนไพรที่อันฉีเทลงบนโต๊ะในเรือนใหญ่ นางพูดชื่อ “เฉ่าหลิง” ได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังรู้ฤทธิ์ของมันอย่างละเอียดแต่ซูมี่เป็นเพียงอดีตนางกำนัลธรรมดา นางไปรู้เรื่องยาได้อย่างไร ยิ่งคิด ดวงตาของเหยียนเฟิงก็ยิ่งมืดลง
“ให้คนจับตาดูนาง”
เฉินหยางชะงัก “นายท่านสงสัยฮูหยินหรือขอรับ”
“ข้าไม่ไว้ใจนางตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” น้ำเสียงนั้นเย็นชาเช่นเดิมแต่ลึกลงไปกลับมีความสับสนที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับ
ขณะเดียวกัน ภายในเรือนพักอันเงียบสงบ อันฉีกำลังนั่งอ่านตำราสมุนไพรเก่า ๆ ที่ค้นพบในหีบของซูมี่ แม้ความรู้ทางการแพทย์ของโลกนี้จะต่างจากยุคปัจจุบันมาก แต่พื้นฐานหลายอย่างคล้ายกัน เพียงเปลี่ยนชื่อสมุนไพรและวิธีใช้เท่านั้น หนิงเอ๋อนั่งคัดแยกสมุนไพรอยู่ข้าง ๆ สีหน้ายังเต็มไปด้วยความตื่นเต้นไม่หาย
“ฮูหยิน ท่านไม่เห็นสีหน้าชุ่ยหลันตอนนั้นหรือเจ้าคะ นางแทบเป็นลม!”
อันฉีหัวเราะเบา ๆ “ถ้านางไม่ทำผิด จะกลัวอะไร”
“แต่นางสมควรแล้ว!” หนิงเอ๋อกัดฟัน “ที่ผ่านมา คนในครัวแอบใส่ยาให้ท่านมาตลอดแน่ ๆ มิน่าเล่าท่านถึงได้ป่วยไม่หายเสียที”
อันฉีนิ่งไปเล็กน้อย ความจริงแล้ว ร่างกายของซูมี่ไม่ได้อ่อนแอโดยกำเนิดทั้งหมดแต่ถูกทำให้ทรุดโทรมทีละน้อยเหมือนต้นไม้ที่ถูกวางยาพิษทุกวันจนค่อย ๆ เหี่ยวตาย หากนางมาไม่ทันซูมี่คงไม่มีวันรอด
“ฮูหยิน” หนิงเอ๋อลังเลก่อนถาม “ท่านรู้เรื่องยาได้อย่างไรหรือเจ้าคะ”
