บทที่ 6 บทที่ 6
อันฉีชะงักเล็กน้อย ซูฮวา…ชื่อที่หนิงเอ๋อพูดถึง หญิงที่หลี่ฮูหยินต้องการให้มาแทนตำแหน่งฮูหยินของซูมี่ ซูฮวายกถ้วยชาขึ้นจิบพลางพูดเสียงหวาน “ได้ยินว่าพี่สาวตกน้ำ ข้าก็เป็นห่วงนัก จึงรีบมาดู” คำว่า “พี่สาว” ทำให้อันฉีแทบหัวเราะออกมา สายตาของอีกฝ่ายชัดเจนเหลือเกินว่าไม่ได้มีความเป็นห่วงแม้แต่น้อย หลี่ฮูหยินเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ซูมี่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนทั้งจวนเดือดร้อนเพราะเจ้าเพียงใด”
“ข้าไม่ทราบเจ้าค่ะ”
“เพราะเจ้าตกน้ำ คนในจวนต้องวุ่นวายกันทั้งคืน แม่ทัพยังต้องเสียเวลาไปดูอาการเจ้า” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “เจ้าเป็นเพียงนางกำนัลที่ฮ่องเต้ประทานมา ควรรู้ฐานะตัวเอง ไม่ใช่สร้างปัญหาให้ผู้อื่น”
คำพูดนั้นเหมือนค้อนหนักทุบลงกลางห้อง เพียงนางกำนัลที่ฮ่องเต้ประทานมา ไม่ใช่สะใภ้ ไม่ใช่ฮูหยิน ไม่ใช่คนในครอบครัว เป็นเพียงของรางวัลที่ถูกโยนมาให้ตระกูลหลี่ อันฉีรู้สึกถึงความหน่วงในอกของซูมี่ราวกับยังหลงเหลืออยู่ในร่างนี้ ความเจ็บปวดที่ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอสูดลมหายใจลึกก่อนตอบเรียบ ๆ
“ต่อให้ข้าเป็นเพียงนางกำนัล แต่ตอนนี้ข้าก็ยังเป็นฮูหยินของจวนแม่ทัพ”
บรรยากาศพลันเงียบลง ซูฮวาเบิกตากว้างเล็กน้อย ส่วนหลี่ฮูหยินสีหน้าเย็นลงทันที
“เจ้ากำลังเถียงข้าหรือ”
“ข้าไม่กล้า” อันฉีตอบ “แต่ข้าเพียงพูดความจริง”
“ความจริง?” หลี่ฮูหยินหัวเราะเย็น “ความจริงก็คือ หากไม่มีราชโองการ เจ้าคงไม่มีวันได้ก้าวเข้าประตูจวนนี้!”
คำพูดนั้นคมกริบราวมีด หนิงเอ๋อก้มหน้าอย่างเจ็บใจแต่สิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงคือ อันฉีกลับยิ้มบาง
“จริงเจ้าค่ะ” นางตอบอย่างสงบ “หากไม่มีราชโองการ ข้าคงไม่มาอยู่ที่นี่”
หลี่ฮูหยินชะงัก
“แต่เมื่อข้าเข้ามาแล้ว ไม่ว่าผู้อื่นจะยอมรับหรือไม่ ข้าก็ยังเป็นฮูหยินตามกฎหมายของราชสำนัก” อันฉีเงยหน้าสบตานาง “หรือฮูหยินผู้เฒ่าคิดว่าพระราชโองการไม่มีค่า”
คำถามนั้นทำให้สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนทันที แม้หลี่ฮูหยินจะมีอำนาจในจวน แต่ไม่มีใครกล้าดูหมิ่นราชโองการต่อหน้า ซูฮวารีบแทรกขึ้น “พี่สาวพูดแรงเกินไปหรือไม่เจ้าคะ ฮูหยินผู้เฒ่าเพียงหวังดี”
อันฉีหันไปมองอีกฝ่าย “เช่นนั้นหรือ”
“แน่นอนเจ้าค่ะ” ซูฮวายิ้มหวาน “ฮูหยินผู้เฒ่าเพียงเป็นห่วงว่าพี่สาวจะทำให้แม่ทัพลำบาก”
อันฉีหัวเราะเบา ๆ “หากท่านเป็นห่วงจริง เหตุใดวันก่อนจึงเสนอให้ข้าลงสระเก็บดอกบัว ทั้งที่รู้ว่าข้าว่ายน้ำไม่เป็น”
ทันใดนั้น รอยยิ้มของซูฮวาก็แข็งค้าง หนิงเอ๋อเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ เพราะเรื่องนี้นางยังไม่เคยบอกฮูหยิน
หลี่ฮูหยินขมวดคิ้ว “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
อันฉีมองซูฮวานิ่ง “ข้าเพียงสงสัย เหตุใดท่านถึงรู้ว่าดอกบัวดอกนั้นสำคัญนัก จนต้องให้ข้าลงไปเก็บด้วยตนเอง”
ซูฮวารีบตอบ “ข้า…ข้าเพียงพูดเล่นเท่านั้น”
“เล่น?” อันฉียิ้มบาง “เกือบมีคนตายเพราะคำพูดเล่นของท่าน”
ซูฮวาหน้าเสียทันที “เจ้าใส่ร้ายข้า!”
“ข้าเพียงพูดสิ่งที่เกิดขึ้น”
หลี่ฮูหยินตบโต๊ะดังปัง “พอเถอะ!”
ห้องทั้งห้องเงียบกริบทันที นางจ้องอันฉีด้วยสายตาเย็นจัด “ดูเหมือนเจ้าจะลืมตัวจริง ๆ ซูมี่”
อันฉีค้อมศีรษะเล็กน้อย “ข้าไม่เคยลืมเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดี” หลี่ฮูหยินพูดเสียงเข้ม “จำเอาไว้ ต่อให้เจ้ามีตำแหน่งฮูหยิน แต่ในสายตาของข้า เจ้าก็ยังเป็นเพียงนางกำนัลต่ำต้อย”
หนิงเอ๋อกัดริมฝีปากแน่นจนแทบมีเลือด แต่คราวนี้อันฉีกลับไม่โต้เถียง เธอเพียงเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“ถ้าเช่นนั้น ข้าจะทำให้ทุกคนเห็นเองว่า ต่อให้ออกมาจากฐานะต่ำต้อย ก็ใช่ว่าจะถูกเหยียบย่ำไปตลอดชีวิต” แววตาของนางหนักแน่นจนแม้แต่หลี่ฮูหยินยังชะงักไปชั่วขณะ ไม่มีใครรู้ว่า เหตุใดหญิงสาวผู้เคยหวาดกลัวทุกสิ่งถึงเปลี่ยนไปมากเพียงนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเริ่มรู้สึกได้…คือซูมี่คนนี้ ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว และบางที ฮูหยินที่พวกเขาเคยมองว่าไร้ค่า อาจกำลังกลายเป็นคนที่ควบคุมไม่ได้ที่สุดในจวนแม่ทัพแห่งนี้…
แผนฆ่าในสระบัว
ฟ้ายามเย็นถูกย้อมด้วยสีส้มจาง ๆ แสงอาทิตย์สุดท้ายของวันทอดผ่านกิ่งไผ่ด้านนอกเรือนพักของซูมี่ เกิดเป็นเงาไหวเอนบนพื้นไม้เก่าเงียบงัน
หลังกลับจากเรือนใหญ่ อันฉีแทบหมดแรง ร่างกายของซูมี่อ่อนแอเกินไป บาดแผลจากการจมน้ำยังไม่หายดี อีกทั้งยังต้องรับมือกับแรงกดดันจากคนทั้งจวน นางเพิ่งเข้าใจว่าชีวิตของเจ้าของร่างนี้ไม่ต่างอะไรจากนกที่ถูกขังอยู่ในกรงทอง
มีตำแหน่งเป็นฮูหยิน…แต่ไม่มีใครเห็นค่า
“ฮูหยิน ดื่มยาก่อนเถิดเจ้าค่ะ” หนิงเอ๋อวางถ้วยยาร้อนลงบนโต๊ะด้วยสีหน้าเป็นห่วง “ท่านตัวเย็นอีกแล้ว”
อันฉีนั่งพิงหัวเตียง ก่อนยกถ้วยยาขึ้นดื่ม กลิ่นสมุนไพรขมติดปลายลิ้นจนเธอขมวดคิ้ว
“ในยุคนี้ยาช่างขมจริง ๆ”
หนิงเอ๋อหัวเราะเบา ๆ “ฮูหยินพูดแปลกอีกแล้วเจ้าค่ะ”
อันฉีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนรีบเปลี่ยนเรื่อง “เมื่อครู่ที่เรือนใหญ่…ซูฮวาหน้าเสียไม่น้อย”
หนิงเอ๋อพยักหน้าอย่างสะใจ “นางคงไม่คิดว่าฮูหยินจะกล้าพูดเรื่องสระบัวออกมาตรง ๆ”
อันฉีวางถ้วยยาลงช้า ๆ ก่อนหันไปมองหญิงรับใช้ “หนิงเอ๋อ ข้าอยากรู้ทุกอย่าง”
“เจ้าคะ?”
“เรื่องวันที่ซูมี่ตกน้ำ” ดวงตาของอันฉีค่อย ๆ เย็นลง “วันนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
สีหน้าของหนิงเอ๋อเปลี่ยนทันที รอยยิ้มเลือนหาย เหลือเพียงความลังเลและหวาดกลัว
“ฮูหยิน…”
“เล่ามา” น้ำเสียงนั้นนิ่งสงบ แต่หนักแน่นจนหนิงเอ๋อไม่กล้าปฏิเสธ นางก้มหน้าลงช้า ๆ ก่อนเริ่มพูด
“วันนั้น…ฮูหยินผู้เฒ่าจัดงานดื่มชาที่ศาลาริมสระเจ้าค่ะ คุณหนูซูฮวาก็มาด้วย”
อันฉีนิ่งฟัง
“ตอนแรกทุกอย่างปกติดี แต่ระหว่างพูดคุย คุณหนูซูฮวากลับชี้ไปที่ดอกบัวสีขาวกลางสระ แล้วพูดขึ้นว่า ดอกบัวนั้นงดงามนัก หากเก็บมาใส่แจกันคงดี”
หนิงเอ๋อกำมือแน่น
“ฮูหยินผู้เฒ่าจึงหันมาถามว่าซูมี่ เจ้าไปเก็บให้แขกไม่ได้หรือ’”
ทันใดนั้น ภาพเลือนรางก็ผุดขึ้นในหัวอันฉี ศาลาริมน้ำ เสียงหัวเราะของสตรี สายตาเย็นชาที่มองมา หัวใจของเธอค่อย ๆ หน่วงหนัก
“แล้วซูมี่…เอ้อ...ข้าตอบว่าอย่างไร”
หนิงเอ๋อกัดริมฝีปาก “ท่านบอกว่าว่ายน้ำไม่เป็นเจ้าค่ะ”
