บทที่ 7 บทที่ 7
เพียงคำตอบนั้น อันฉีก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นต่อ
“แต่คุณหนูซูฮวาหัวเราะ แล้วพูดว่า ‘แค่ลงไปเก็บดอกบัวใกล้ ๆ จะเป็นอะไรไป หรือฮูหยินแม่ทัพกลัวน้ำจนไร้ประโยชน์เพียงนี้’”
แววตาของหนิงเอ๋อเริ่มแดงขึ้นด้วยความโกรธ “คนอื่น ๆ ก็พากันหัวเราะ ไม่มีใครช่วยพูดแทนท่านเลย”
อันฉีหลับตาลงช้า ๆ เธอสัมผัสได้ถึงความอับอายของซูมี่ในวันนั้น หญิงสาวที่ไม่มีใครปกป้อง ถูกบีบให้ทำสิ่งที่หวาดกลัวต่อหน้าผู้คนมากมาย
“แล้วแม่ทัพล่ะ” อันฉีถามเสียงเบา “เขาอยู่หรือไม่”
หนิงเอ๋อนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบช้า ๆ “อยู่เจ้าค่ะ”
หัวใจของอันฉีกระตุกวูบ
“เขานั่งอยู่ในศาลาตลอด แต่…ไม่ได้พูดอะไร”
ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที แม้อันฉีจะบอกตัวเองว่าเหยียนเฟิงไม่ใช่เลสลี่ แต่เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวใจของเธอก็ยังเจ็บอยู่ดี เพราะใบหน้าที่เหมือนกันนั้น ทำให้เธอเผลอคาดหวังแต่สุดท้าย ชายคนนี้กลับปล่อยให้ซูมี่ถูกเหยียบย่ำต่อหน้าโดยไม่แม้แต่จะขยับตัว
“ข้าลงไปเองหรือ”
“เจ้าค่ะ” หนิงเอ๋อน้ำเสียงสั่น “ท่านพยายามเดินลงบันไดริมสระ แต่พื้นลื่นมาก…แล้ว…”
ภาพในหัวของอันฉีพุ่งชัดขึ้นอีกครั้ง เท้าที่เหยียบพลาด เสียงกรีดร้อง ร่างที่ตกลงไปในน้ำเย็นเฉียบ
“ช่วยด้วย!” เสียงนั้นดังก้องอยู่ในหัวของเธอ น้ำหนักมหาศาลกดร่างให้จมลง น้ำไหลทะลักเข้าปากเข้าจมูก ความกลัวตายแผ่ซ่านจนแทบคลั่ง
“ฮูหยิน!” หนิงเอ๋อรีบจับมืออันฉี เมื่อเห็นว่านางเริ่มตัวสั่น อันฉีหอบหายใจแรง ราวกับตนกำลังจมน้ำอยู่จริง ๆ
“ไม่มีใครช่วยเลยเหรอ”
หนิงเอ๋อน้ำตาคลอ “ตอนแรกไม่มีใครลงไปช่วยเจ้าค่ะ ทุกคนยืนดู…”
“เพราะอะไร”
“เพราะ…” นางสะอื้น “ไม่มีใครคิดว่าชีวิตของท่านสำคัญ”
คำตอบนั้นเหมือนมีดกรีดกลางอก อันฉีเม้มริมฝีปากแน่น ในโลกเดิม เธอเป็นเภสัชกรที่มีคนยอมรับ มีครอบครัว มีคู่หมั้นที่รักเธอ แต่ซูมี่กลับไม่มีอะไรเลย
ไม่มีบ้าน ไม่มีคนรัก ไม่มีแม้แต่คุณค่าความเป็นมนุษย์ในสายตาคนอื่น
“แล้วใครช่วยข้าขึ้นมา”
“องครักษ์คนหนึ่งเจ้าค่ะ” หนิงเอ๋อรีบตอบ “ตอนนั้นท่านจมไปแล้ว แม่ทัพจึงสั่งให้คนลงไปช่วย”
อันฉีชะงัก “เขาสั่งหรือ?”
“เจ้าค่ะ”
หัวใจของเธอสับสนไปชั่วขณะ เหยียนเฟิงเกลียดซูมี่ แต่สุดท้ายก็ยังไม่ปล่อยให้นางตายหรือ?
หนิงเอ๋อรีบพูดต่อ “แต่หลังจากช่วยขึ้นมา ฮูหยินผู้เฒ่ากลับพูดว่า ท่านทำให้แขกตกใจเสียบรรยากาศหมด แล้วสั่งให้คนพาท่านกลับเรือนทันที”
อันฉีหัวเราะเบา ๆ แต่เสียงนั้นเย็นเยียบ “ดีจริง ๆ”
“ฮูหยิน…”
“เกือบมีคนตายทั้งคน แต่สิ่งที่พวกเขาสนใจกลับเป็นบรรยากาศในงานน้ำชา”
แววตาของเธอค่อย ๆ แข็งกร้าวขึ้น หนิงเอ๋อมองฮูหยินตรงหน้าแล้วรู้สึกแปลกใจ ซูมี่คนเดิม หากได้ยินเรื่องพวกนี้คงร้องไห้ไปแล้วแต่คนตรงหน้านี้กลับนิ่งเกินไป นิ่งจนน่ากลัว
อันฉีลุกจากเตียงช้า ๆ แม้ร่างยังอ่อนแรง แต่เธอกลับเดินไปที่หน้าต่าง ดวงตาจับจ้องสระบัวไกลออกไป ลมเย็นพัดปลายผมสีดำปลิวไหว
“หนิงเอ๋อ” เธอเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมา “เจ้าคิดหรือไม่ว่าวันนั้นเป็นอุบัติเหตุจริง”
หญิงรับใช้สะดุ้งทันที
“ฮูหยินหมายความว่า…”
“พื้นลื่น?” อันฉีหัวเราะเบา ๆ “หรือมีคนตั้งใจให้ข้าตกลงไป”
หนิงเอ๋อหน้าเริ่มซีด “บ่าว…บ่าวไม่กล้าพูด”
อันฉีหันกลับมามองนาง “แต่เจ้าก็สงสัย”
หนิงเอ๋อก้มหน้าลง ก่อนพยักช้า ๆ “หลังเกิดเรื่อง บ่าวไปเก็บรองเท้าของท่านเจ้าค่ะ”
“แล้วยังไง?”
“ใต้พื้นรองเท้ามีน้ำมัน”
ดวงตาของอันฉีเย็นลงทันที “น้ำมันรึ?”
“เจ้าค่ะ เหมือนมีคนแอบเทไว้ตรงบันไดริมสระ” หนิงเอ๋อกำชายเสื้อแน่น “แต่บ่าวไม่กล้าพูด เพราะถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูฮูหยินผู้เฒ่า คนที่เดือดร้อนอาจเป็นพวกเรา”
อันฉีเงียบไปนาน ดังนั้น…มันไม่ใช่อุบัติเหตุ มีคนต้องการให้ซูมี่ตายจริง ๆ และคนคนนั้นอาจกำลังนั่งดื่มชาอย่างสบายใจอยู่ในจวนนี้
“ฮูหยิน…” หนิงเอ๋อเรียกเบา ๆ “ท่านคิดจะทำอะไรหรือไม่เจ้าคะ”
อันฉีมองสระบัวไกลออกไป สายลมเย็นพัดผ่าน แต่ดวงตาของเธอกลับไร้ความอบอุ่น
“แน่นอน”
“เจ้าคะ?”
“คนที่คิดฆ่าข้า…” เธอพูดช้า ๆ ทีละคำ “ข้าจะไม่ปล่อยไว้”
หนิงเอ๋อมองนางอย่างตกตะลึงเพราะในวินาทีนั้น ฮูหยินของนางไม่เหลือเค้าความอ่อนแออีกแล้ว อันฉีหลุบตามองฝ่ามือตัวเองช้า ๆ เธอเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ความตายทำให้เธอเข้าใจว่า บางครั้งการอดทนเงียบ ๆ ไม่ได้ทำให้คนเมตตา มีแต่ทำให้พวกมันได้ใจ ซูมี่อาจเคยอ่อนแอ แต่เธอไม่ใช่ และในเมื่อสวรรค์ส่งเธอมาอยู่ในร่างนี้…เธอก็จะใช้ชีวิตแทนเจ้าของร่างเดิมให้ดีที่สุดรวมถึงเอาคืนทุกคนที่เคยผลักซูมี่ลงสู่ความตาย ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากด้านนอก หนิงเอ๋อหน้าเปลี่ยนสีทันที
“แม่ทัพ!”
อันฉีหันไปทางประตูโดยอัตโนมัติ หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ประตูไม้ถูกเปิดออกช้า ๆ ร่างสูงของหลี่เหยียนเฟิงปรากฏขึ้นใต้แสงตะวันสุดท้ายของวัน ใบหน้าคมคายที่เหมือนเลสลี่จนเจ็บปวดนั้นยังคงเย็นชาเช่นเดิม ดวงตาคมเข้มกวาดมองนางนิ่ง ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำ
“ได้ยินว่าเจ้ากำลังสืบเรื่องวันตกน้ำ”
บรรยากาศในห้องพลันเย็นเฉียบทันที
สะใภ้ที่แม่ผัวชิงชัง
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันราวกับถูกแช่แข็ง อันฉียืนอยู่ข้างหน้าต่าง ขณะที่หลี่เหยียนเฟิงยืนอยู่ตรงประตู ดวงตาคมเข้มของเขาจับจ้องมาที่นางนิ่ง ๆ จนหนิงเอ๋อแทบไม่กล้าหายใจ
“ได้ยินว่าเจ้ากำลังสืบเรื่องวันตกน้ำ” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นอีกครั้ง
อันฉีสบตาเขาตรง ๆ “หากมีคนคิดฆ่าข้า ข้าไม่ควรรู้หรือ”
เหยียนเฟิงหรี่ตาเล็กน้อย “เจ้าคิดว่ามีคนคิดฆ่าเจ้า?”
“หรือท่านคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ”
ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นอายกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้หนิงเอ๋อก้มหน้าลงโดยอัตโนมัติ
“ซูมี่” เขาเอ่ยเสียงเรียบ “จวนแม่ทัพไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะพูดอะไรโดยไร้หลักฐาน”
“แต่ก็ไม่ใช่ที่ที่ใครจะผลักคนลงน้ำแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นกัน”
หนิงเอ๋อแทบหน้าถอดสี ไม่มีใครในจวนกล้าพูดกับแม่ทัพเช่นนี้มาก่อนแม้แต่เหยียนเฟิงเองก็ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพินิจ ราวกับพยายามมองให้ทะลุว่านางกำลังคิดอะไรอยู่
