บทที่ 6 6

นางบิเนื้อมันเทศสีเหลืองอ่อนที่ยังคงมีความอุ่นจางๆ ออกมาเล็กน้อย แล้วยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากของเด็กชาย

"กินสิ มันอาจจะไม่อร่อยนัก แต่ก็พอช่วยประทังความหิวได้"

กลิ่นหอมของอาหารทำให้กระเพาะของเย่วฉินบีบรัดตัวอย่างรุนแรง เขาหิว หิวจนแทบจะกินดินกินหญ้าได้ ทว่าความหวาดระแวงยังคงมีมากกว่า เขายังคงเม้มริมฝีปากแน่น จ้องมองมันเทศในมือนางสลับกับใบหน้าของนาง

หลินชิงเย่วเข้าใจความระแวงของเขา นางจึงนำมันเทศชิ้นนั้นเข้าปากตนเอง เคี้ยวและกลืนให้เขาดูเป็นตัวอย่าง "เห็นหรือไม่ ข้าไม่ได้ใส่ยาพิษ มันกินได้"

จากนั้นนางจึงบิมันเทศชิ้นใหม่และยื่นให้เขาอีกครั้ง คราวนี้เย่วฉินไม่ปฏิเสธ เขายื่นคอออกไปงับมันเทศจากมือนางอย่างรวดเร็วและเคี้ยวกลืนลงไปอย่างตะกละตะกลาม ราวกับกลัวว่านางจะแย่งมันกลับคืนไป

หลินชิงเย่วป้อนมันเทศให้เขาจนหมดครึ่งหัว แม้จะเป็นเพียงปริมาณน้อยนิด แต่มันก็ช่วยเติมเต็มกระเพาะที่ว่างเปล่าของเขาได้บ้าง เด็กชายเลียริมฝีปาก ดวงตาสีเงินที่เคยก้าวร้าวเริ่มอ่อนแสงลงเล็กน้อย

"รอข้าอยู่ที่นี่ ข้าจะกลับไปนำยาและเครื่องมือมาปลดโซ่ให้เจ้า" หลินชิงเย่วลุกขึ้นยืนช้าๆ นางรู้ดีว่าด้วยกำลังของนางในตอนนี้ไม่อาจกระชากโซ่เหล็กให้ขาดได้ นางจำเป็นต้องใช้เครื่องมือสะเดาะกลอนและยาสมุนไพรเพื่อรักษาบาดแผลให้เขาก่อนที่จะพาเขาเคลื่อนย้าย

ทว่าทันทีที่นางหันหลังเตรียมจะจากไป มือเล็กๆ ที่สั่นเทาและเต็มไปด้วยรอยแผลก็เอื้อมมาคว้าชายกระโปรงของนางเอาไว้แน่น

เย่วฉินเงยหน้ามองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว... กลัวว่านางจะทิ้งเขาไปเหมือนกับคนอื่นๆ กลัวว่านี่จะเป็นเพียงความฝันอันเลื่อนลอยก่อนตายของเขา

หัวใจของหลินชิงเย่วอ่อนยวบ นางย่อตัวลงอีกครั้ง วางมือเรียวบางลงบนศีรษะที่เต็มไปด้วยคราบสกปรกของเขา ลูบไล้เส้นผมของเขาอย่างอ่อนโยนเป็นครั้งแรก

"ข้าสัญญากับเจ้า ข้าจะกลับมา ภายในเวลาครึ่งชั่วยาม ข้าจะกลับมาหาเจ้าอย่างแน่นอน เป็นเด็กดีรอข้าอยู่ที่นี่ เข้าใจหรือไม่?" น้ำเสียงของนางหนักแน่นและอบอุ่นราวกับแสงตะวันในฤดูใบไม้ผลิ

เย่วฉินนิ่งอึ้งไป สัมผัสอุ่นวาบบนศีรษะเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิต เขาค่อยๆ ปล่อยมือจากชายกระโปรงของนางอย่างเชื่อฟัง หลินชิงเย่วส่งยิ้มบางๆ ให้เขา ก่อนจะรีบวิ่งฝ่าหิมะกลับไปยังเรือนของตนเองอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่ร่างกายจะอำนวย

เมื่อกลับมาถึงเรือน หลินชิงเย่วก็พบว่าหวามามาตื่นแล้วและกำลังเดินงุ่นง่านหาตัวนางอยู่ด้วยความร้อนใจ

"คุณหนู! ท่านหายไปที่ใดมาเจ้าคะ บ่าวใจคอไม่ดีเลย สวรรค์...ดูข้อมือท่านสิเจ้าคะ มีรอยเลือดด้วย ท่านไปโดนสัตว์ป่ากัดมาหรือเจ้าคะ!" หวามามารีบถลันเข้ามากุมมือนางด้วยความตกใจ

"ข้าไม่เป็นไรหวามามา รอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น" หลินชิงเย่วตัดบท นางรีบเดินไปรื้อค้นหีบสัมภาระที่นำติดตัวมา หยิบปิ่นปักผมเหล็กอันเก่าที่ซุกซ่อนอยู่ก้นหีบออกมาหนึ่งอัน จากนั้นก็นำรากเชียนชิวที่เพิ่งเก็บมาได้ไปทุบจนแหลกละเอียดเพื่อทำเป็นยาสมานแผล และใช้เศษผ้าสะอาดที่พอจะหาได้ฉีกเป็นริ้วยาวเพื่อใช้พันแผล

"หวามามา ท่านช่วยต้มน้ำร้อนให้ข้าสักหม้อและเตรียมฟืนไว้ให้มากที่สุด ข้าพบเด็กบาดเจ็บสาหัสอยู่ที่จวนร้างหลังป่า ข้าต้องไปช่วยเขาและพาเขากลับมารักษาตัวที่นี่"

"เด็กหรือเจ้าคะ? แต่คุณหนู... ลำพังพวกเราสองคนในยามนี้ก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอดแล้ว หากรับคนเพิ่มมาอีก..." หวามามาเอ่ยท้วงด้วยความกังวลใจ

"เขาเป็นเพียงเด็กที่น่าสงสารผู้หนึ่ง ข้าเป็นหมอ ข้าทนเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้ หวามามา เชื่อข้าเถิด การช่วยชีวิตคนย่อมได้กุศลแรง เราจะไม่ตายอดตายอยากอยู่ที่นี่แน่นอน ข้าขอให้ท่านช่วยเตรียมที่นอนอุ่นๆ ไว้รอรับเขาก็พอ"

หลินชิงเย่วกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดจนหวามามาไม่อาจขัดแย้งได้ สตรีชราทำได้เพียงพยักหน้ารับคำและรีบไปจัดการตามที่คุณหนูสั่ง

หลินชิงเย่วหอบหิ้วยาสมุนไพร เศษผ้า และปิ่นปักผมวิ่งฝ่าหิมะกลับมาที่โรงเก็บฟืนอีกครั้ง เมื่อนางผลักประตูเข้าไป ก็พบว่าเย่วฉินยังคงนั่งคุดคู้รอคอยนางอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน ดวงตาสีเงินของเขาสว่างวาบขึ้นด้วยความยินดีลึกๆ เมื่อเห็นว่านางรักษาสัญญาและกลับมาหาเขาจริงๆ

"ข้ามาแล้ว" หญิงสาวหอบหายใจจนเกิดไอขาวขุ่น นางเดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าเขา หยิบปิ่นปักผมเหล็กสอดเข้าไปในรูกุญแจของแม่กุญแจที่ล่ามข้อเท้าของเขาไว้

ในชาติก่อน หลินอวี้เคยไปเป็นแพทย์อาสาในค่ายลี้ภัยและเคยเรียนรู้วิธีการสะเดาะกลอนฉุกเฉินมาบ้าง นางขยับปิ่นปักผมในรูกุญแจอย่างชำนาญ อาศัยสัมผัสและเสียงกริ๊กเบาๆ ของสลักด้านใน

กริ๊ก!

เสียงปลดล็อกดังขึ้นพร้อมกับแม่กุญแจเหล็กที่ร่วงหล่นลงพื้น โซ่ตรวนที่จองจำเขามาเนิ่นนานหลุดออกไป เย่วฉินเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ เขาเป็นอิสระแล้ว... สตรีผู้นี้ปลดปล่อยเขาจากความตาย

ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ขยับตัว หลินชิงเย่วก็จับข้อเท้าและแขนของเขาที่เต็มไปด้วยรอยถลอกและบาดแผลอย่างเบามือ นางนำสมุนไพรเชียนชิวที่บดละเอียดพอกลงบนแผลสด ความแสบร้อนของตัวยาทำให้เด็กชายสะดุ้งสุดตัวและหลุดเสียงครางออกมา

"ทนเจ็บหน่อยนะ ยานี้จะช่วยสมานแผลและห้ามเลือดให้เจ้า หากไม่ทา เจ้าอาจจะติดเชื้อจนตายได้" หลินชิงเย่วปลอบประโลมเสียงนุ่ม นางใช้เศษผ้าสะอาดพันแผลให้เขาอย่างเบามือที่สุด ท่าทางของนางทะนุถนอมและใส่ใจราวกับเขามิใช่เด็กจรจัดตัวประหลาด แต่เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีค่าควรแก่การรักษา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป