บทที่ 10 10

            คนเดินเล่นเดินเรื่อยเปื่อยมองของข้างทาง หยิบขึ้นมาลองแล้ววางไม่ได้คิดจะซื้อจริง ๆ ก็นางมีเงินเสียที่ไหน แล้วก็เห็นกลุ่มคนขอทานที่ตอนนี้กำลังมุงดูขอทานด้วยกันเองที่นอนเหมือนตายไปแล้วอยู่ข้างทาง

“มันตายหรือยัง”

“ข้าว่าตายแล้วแน่ ๆ นอนไม่ขยับมาสองวันแล้ว”

จางลี่สังเกตเห็นบริเวณลำคอคนนอนไม่มีสติที่ขยับขึ้นลง ก็รู้ว่าขอทานคนนั้นยังไม่ตาย ตอนนี้พวกขอทานที่กลัวจะเดือดร้อนรีบหนีหายไปจนหมด หญิงสาวจึงเดินเข้าไปหาขอทานคนนั้น ร่างนี้นอนสลบตากแดดตากลมมาหลายวันขนาดนี้ยังไม่ตาย นับว่าดวงแข็งมาก

แปลก! ปกติแล้วนางสามารถเห็นภูมิหลังหรืออนาคตของคนอื่นได้ แต่ตอนนี้นางกลับมองไม่เห็นของคนคนนี้ จิตขอทานคนนี้แข็งมาก

จางลี่ถอดเสื้อหนาวขนสัตว์เก่าของตัวเองคลุมให้ขอทานคนนั้น

“คุณหนูเจ้าขา เสื้อ” เย่วจูมองอย่างเสียดาย เพราะเป็นเสื้อขนสัตว์ตัวเดียวที่อยู่ในสภาพดีที่สุด

“ข้าไม่หนาวหรอก” นึกถึงสภาพตัวเองก่อนหน้าที่ต้องวิ่งเปลือยเปล่าในกลางคืนที่แสนเหน็บหนาว ต้องถูกลากถูไปกับพื้นดิน

“หากพวกเรามีวาสนาคงได้พบกันอีก”

จางลี่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดตนจึงเอ่ยคำนั้น หลังจากนางก้าวเท้าไปเพียงสองก้าว คนที่สลบมาหลายวันก็ลืมตาขึ้น เขาเห็นเพียงหญิงสาวสวมใส่เสื้อผ้าบางสีขาว ตรงข้อมือนางเหมือนมีกระพรวนสีเงินติดอยู่

ขอทานคนนั้นปิดตาลงอย่างเหนื่อยล้า เขาต้องสะสมพลังอีกมาก เมื่อได้เสื้อกันหนาวขนสัตว์ก็ยิ่งทำให้เขาฟื้นตัวเร็วขึ้น เมื่อหายดีเขาจะหาผู้มีพระคุณให้เจอเพื่อตอบแทนแน่

“คุณหนูเจ้าขา บ่าวเสียดายจริง ๆ ยิ่งเงินเราไม่มี”

“ใครว่าไม่มี”

ตอนนี้เย่วจู่ทำสีหน้าไม่เข้าใจกว่าเดิม จนเมื่อถึงตำหนักท่านอ๋อง เห็นหีบหลายสิบหีบที่วางเพื่อนำไปเป็นสินสอดตบแต่ง บ่าวรับใช้ก็ยิ่งโมโหกว่าเดิม

ตอนนี้คุณหนูก็หน้าซีดลง ยืนเซเหมือนจะล้ม นางทำตัวเหมือนกระต่ายโง่อีกแล้ว

“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

ท่านอ๋องมองสตรีที่เดินมาด้วยเสื้อบาง ในฤดูหนาวเช่นนี้ออกจากโหดร้ายไปหน่อย “เหตุใดไม่มากับพี่สาวเจ้า” เพราะว่าตัวเองถอนหมั้น ทำให้เขารู้สึกผิดจึงเอ่ยวาจาอ่อนลงหลายส่วน

“พ่อบ้าน ไปเอาเสื้อคลุมขนสัตว์ในคลังมามอบให้คุณหนู แล้วก็นำเสื้อผ้าของสตรีใส่เพิ่มไปด้วย” ยิ่งมองเห็นเสื้อที่ผ่านการปะซ่อมเขาก็ยิ่งอ่อนลงกว่าเดิม

ตอนนี้พี่สาวคนงามโกรธจนหัวลุกเป็นไฟ พยายามระงับอารมณ์แล้วกล่าวกับนาง “ยังไม่ขอบคุณท่านอ๋องอีก ท่านอ๋องเมตตาน้องสาวหม่อมฉันช่างดีเหลือเกิน ต่อไปภายภาคหน้าจะต้องเป็นพี่เขยน้องเมียที่รักใคร่กันดีแน่”

วาจาหวานหูเอ่ยชมไม่ขาดปาก แต่ตอนนี้ข้างในเหมือนมีมีดกรีดหัวใจตัวเอง เมื่อเห็นท่านอ๋องหยิบเสื้อขนสัตว์คลุมให้หลี่ซูซู่กับมือ

“ขอบพระทัยเพคะ”

“ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นการตอบแทนที่เจ้าช่วยข้า”

ข้าช่วยท่านที่ไหน ข้าช่วยตัวเองต่างหาก คิดถึงอนาคตข้างหน้าของเขานางก็ไม่อยากอยู่ด้วยแล้ว

ตอนนี้นอกจากหีบเสื้อผ้าที่นางได้มาจากท่านอ๋องแล้ว ยังมีเงินอีกถุงหนึ่งที่เขาแอบมอบให้นาง จางลี่ไม่ปฏิเสธที่จะรับมัน เพราะวันข้างหน้านางต้องใช้อีกมาก มีเงินดีกว่าไม่มี อีกอย่าง ใช้เงินฆ่าเจ้าของเงินก็ใช่ว่าจะไม่ดีเช่นกัน

เสียเสื้อขนสัตว์เก่าไปหนึ่งตัว แต่ได้ตอบแทนมามากกว่าที่คิด เห็นทีนางต้องตอบแทนขอทานคนนั้นแล้ว แต่วันต่อมาเมื่อนางออกไปยังจุดเดิม ก็พบว่าขอทานคนนั้นได้หายไปแล้ว

หรือว่าตายไปแล้ว แล้วนางจะห่วงเขาทำไม เมื่อคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่จะใส่ใจเหตุใดนางต้องกังวลกับขอทาน จึงหันหลังกลับ ก่อนเจอกับบุรุษอีกคน

ดูเหมือนพวกเราจะมีชะตาตามติดมาทุกชาติจริง ๆ คนรักของจางลี่ในชาติก่อน พอมองชุดที่สวมใส่ มุมปากจางลี่ก็ยิ้มอย่างยินดี

“เย่วจู ข้าหิว” นางมองร้านอาหารที่ชายหนุ่มเดินเข้าไป จึงชวนบ่าวเข้าไปกินอาหาร เมื่อเห็นชายหนุ่มขึ้นไปยังชั้น 2 นางก็เลือกนั่งด้านล่างแทน

“ไม่นั่งข้างบนหรือเจ้าคะ” เย่วจูถาม คนด้านล่างล้วนเป็นบุรุษไร้การศึกษา ตอนนี้กำลังมองคุณหนูราวกับมองหญิงนางโลม

ไม่ใช่ว่าจางลี่ไม่รู้ แต่นางก็ยิ่งชอบใจ “พวกเรามีเงินไม่เยอะนั่งด้านล่างเถอะ” นางเลือกโต๊ะใกล้กับทางลงบันได ข้าง ๆ มีนักเลงกลุ่มใหญ่ที่ตอนนี้มองนางไม่วางตา

ผู้เป็นนายสั่งอาหารสองอย่างกับน้ำชาร้อน ได้ยินเสียงโต๊ะด้านข้างพูดจาหยาบคายใส่

“ช่างเป็นบุญตาเสียจริง วันนี้ข้าได้ชมสาวงามใกล้ ๆ” ว่าแล้วก็ยกเหล้าขึ้นดื่ม กลิ่นเหล้าลอยแตะจมูกโต๊ะข้าง ๆ

สีหน้าสาวใช้ซีดยิ่งกว่ากระดาษ มือก็พยายามชวนให้คุณหนูลุกขึ้น

จางลี่ไม่ขยับ กลับหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วคีบอาหารใส่จานสาวใช้ “กิน”

น้ำเสียงเรียบนิ่งคำเดียวทำให้เย่วจูยอมทำตาม หยิบตะเกียบขึ้นมากินด้วยหัวใจที่ร้อนรน จนกระทั่งประตูชั้นสองถูกเปิดออก

เป้าหมายก้าวเท้าลงบันไดได้สองก้าวก็เห็นสตรีนางหนึ่งกำลังนั่งกินอาหารอยู่ด้วยใบหน้าซีดเผือด ได้ยินเสียงจากด้านข้างเอ่ยวาจาสุนัขไม่หยุด จนทำให้นางตกใจปัดถ้วยชาข้างมือไปโดนโต๊ะข้าง ๆ

“โอ๊ย! นังนี่” เหมือนได้โอกาส ตอนนี้พวกสุนัขกำลังลุกขึ้นเดินเข้ามาหานาง แล้วยกข้อมือขึ้นบีบ “เจ้าต้องรับผิดชอบข้า ดูสิ เนื้อตัวข้าถูกน้ำลวกหมดแล้ว ไปเปลี่ยนเสื้อให้ข้าเดี๋ยวนี้”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป