บทที่ 11 11

เปลี่ยนบ้านเจ้าน่ะสิ นางไม่ต้องรอนาน เทพบุตรก็ส่งดาบมาที่คอพวกมัน ยิ่งทำให้จางลี่หน้าซีดทรุดตัวด้วยความกลัว ดวงตากลับกลายเป็นแววตาของกระต่ายน้อยแสนโง่เขลาก่อนก้มลงมองพื้น แต่หากมองให้ดีก็จะเห็นแววตาสะใจที่ซ่อนอยู่

พระเอกออกโรงช่วยนางเอกอย่างในละครงิ้ว ไม่นานพวกมันก็ถูกจับตัวเข้าคุกจนหมด ส่วนนางตอนนี้ก็นั่งเป็นลมอยู่ในห้องชั้นบน

ดูเหมือนแขกที่เขามาพบจะไปแล้ว ชายผู้นี้ลึกลับนัก

“แม่นางเป็นอย่างไรบ้าง ตกใจมากไหม”

มากกับผีน่ะสิ จางลี่เงยใบหน้าซีดเผือดขึ้นพลางตอบเสียงสั่น “ข้าขอบคุณเจ้าค่ะที่ช่วยข้ากับสาวใช้ของข้า ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว”

“เดี๋ยวสิ” เสียงคนช่วยเอ่ยอย่างเร่งรีบ “ข้าชื่อหวงจื่อโม่ เรียกข้าพี่จื่อโม่ก็ได้”

เจอสาวครั้งแรกก็ให้เรียกพี่แล้ว ความใจถึง และสนิทคนเร็วมีตั้งแต่ชาติก่อนจริง ๆ ไม่อย่างนั้นนางคงไม่หลงเขาจนหัวปักหัวปำ

“ข้าหลี่ซูซู่”

“น้องซูซู่” เขารีบเรียกเธอ

จางลี่เงยหน้าแล้วรีบก้มหน้าอย่างเขินอาย แต่แท้จริงคือกำลังด่าเขาในใจ ตอแหล

“ข้าขอตัวกลับก่อน” ที่จริงแล้วนางจะกลับตอนไหนก็ไม่มีใครสนใจด้วยซ้ำ ยิ่งถ้าหายไปตลอดกาลยิ่งดี

ชายหนุ่มเหมือนพยายามยื้อต่อ อยากอยู่คุยกับหญิงสาวอีกสักพัก

“พรุ่งนี้ข้าจะมาที่นี่อีก ให้ข้าเลี้ยงข้าวเจ้านะพบกันเวลาเดิม”

เขารีบสรุปโดยไม่รอให้นางปฏิเสธ จากนั้นก็ขอตัว อืม เอาเข้าไปสิ นางต้องมากินข้าวกับคนไม่อยากกินด้วย แต่เอาเถอะ กินฟรีนางไม่ถือ และที่สำคัญ มันยังไม่ถึงเวลาที่จะจัดการหมากตัวนี้

หากจะล้มก็ต้องล้มทั้งกระดาน หากจะฆ่าก็ต้องรวบให้หมด กำจัดพวกมันทีละคน จะให้พวกมันรู้ทันไม่ได้เด็ดขาด

เมื่อออกจากร้านก็พบเกี้ยวของร้านจอดเทียบรออยู่

“คุณชายสั่งให้ไปส่งขอรับ”

เรื่องสบายนางไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว เมื่อเข้ามานั่งในเกี้ยวนางก็หลับตาลง หากพบพวกเขาแล้ว ก็ต้องเจอคนสำคัญที่สุด อีกไม่ถึงเดือนพวกเราจะได้เจอกันแล้วนะ รอข้าหน่อย ข้าจะถนอมท่านอย่างที่ท่านเคยทำให้อย่างดี

ระหว่างทางกลับที่เกี้ยวสูงศักดิ์เคลื่อนผ่าน ชายที่มีผ้าคลุมขนสัตว์เอามือกำชายเสื้อหนาวไว้แน่น เดินสวนทางมุ่งหน้าไปยังบ้านจางกงกงที่อยู่ไม่กี่ซอกตึก

เสียงกระพรวนกระทบเสียงเบาเมื่อสวนทาง มีเพียงลมที่พัดผ่านทำให้คนฟังคิดว่าหูฝาดเมื่อไม่เห็นสตรีนางนั้น

หนทางข้างหน้าของเขายังอีกยาวไกล เขาจะตายไม่ได้

กลิ่นเนื้อหอมมาแต่ไกลจากหลังครัวเรือนของนางเอง หลายวันมานี้กลางวันนางกินอิ่มมาถึงตอนเย็นเพราะอาหารที่องครักษ์จื่อโม่เลี้ยงตอบแทนนาง หลัง ๆ นางเลยหาเรื่องปฏิเสธบ้าง ไม่ใช่เพราะเกรงใจ แต่เหนื่อยที่ต้องปั้นหน้าเป็นสตรีโง่เขลา

วันนี้นางรับลมอยู่นอกชานเรือนด้านหลัง เท้าเปล่าแตะลงน้ำเย็นเฉียบทำให้ตาตื่น สมองปลอดโปร่งกว่าเดิม

ถ้วยชาร้อนวางลงไว้ใกล้นาง กลิ่นรสชาราคาแพงที่เจ้ามังกรส่งมาให้ช่างหายากจริง ๆ และยิ่งทำให้เรือนใหญ่เกรงใจนางยิ่งกว่าเดิม

ไม่มีเหยื่อมาให้เล่นนางก็เบื่อเหมือนกัน หลังจากวันนั้นที่นางได้ของจากท่านอ๋อง พี่สาวก็ไม่ชวนนางไปไหนอีกเลย คงเกรงว่าท่านอ๋องจะเอ่ยปากขอพี่น้องสองคนแต่งเข้าตำหนักวันเดียวกันเป็นแน่

แต่ถึงขอนางก็ไม่ตกลง เรื่องอะไรจะเอาตัวไปเสียเวลากับคนแบบนั้น

ตอนนี้นางต้องหาพวกก่อน หาคนที่ไว้ใจได้ด้านนอกวัง สามารถสั่งการลับเพื่อทำการตามแผนได้ แต่จะทำแบบนั้นได้นางก็ต้องมีเงิน

เบื่อคำว่าเงินจริง ๆ ว่าแล้วก็เอนนอนไปทั้งอย่างนั้น ยกเท้าเปียกขึ้นมาวางบนเตียงโดยไม่ใส่ใจ มีแต่สาวใช้ข้างกายที่เดือดเนื้อร้อนใจรีบนำผ้ามาเช็ดให้ แล้วสวมถุงเท้าหนาปกปิดอีกที

“คุณหนูเจ้าขา คิดอะไรเจ้าคะ”

“ข้าอยากมีเงิน” จะหาจากที่ไหนดีนะ ชาติที่แล้วนางจบเกษตร มีความรู้เพียงเรื่องพืชและแมลงเท่านั้น จะเอามาต่อยอดอะไรได้บ้างในยุคนี้

จางลี่ปิดตาคิดจนหลับไปจริง ๆ ไม่นานผ้าห่มหนาก็วางบนตัวนาง เมื่อเห็นว่าเจ้านายหลับไปแล้ว เย่วจูจึงรีบไปหุงข้าวมื้อเย็นต่อ

เยว่จูเดินลับไปแล้ว คนที่หลับไปแล้วลืมตาขึ้นมาตลบผ้าห่มออก นางมีเวลาแค่สองเค่อ ยังไงก็ต้องรีบทำ จางลี่ลุกขึ้น ขยับตัวหายออกจากห้องเพื่อไปยังสถานที่เป้าหมาย ห้องเก็บของหมั้น!

นางมองโซ่ตรวนที่คล้องไว้แน่น วันก่อนท่านอ๋องเพิ่งส่งของหมั้นมา อาศัยจังหวะปลอดคนนางก็จัดการจุดไฟเผา

เมื่อไฟติดแล้วนางก็กลับมานอนท่าเดิมที่เดิม ไม่นานจางลี่ก็ได้กลิ่นหอมของอาหาร ตามมาด้วยเสียงร้อง

“ไฟไหม้!!!”

“ไฟไหม้เจ้าค่ะ”

นางรีบลุกขึ้นลากสาวใช้ออกไป “ไปดูกัน”

“ไฟไหม้ จะไปทำไมเจ้าคะ”

จางลี่ยิ้ม ไม่ตอบอะไร แต่ลากสาวใช้ออกไปดูเหตุการณ์ จนเมื่อคนวิ่งเข้าออกยกหีบสมบัติออกมาวางนอกลานเต็มไปหมด เพลิงที่ลุกไหม้ทำให้ไม่มีใครสนใจนาง นางมองหีบสมบัติตรงหน้า มองเห็นตราท่านอ๋องชัดเจน

“คุณหนูจะขโมยหรือเจ้าคะ”

จางลี่ถลึงตาใส่ “ถ้าเจ้าเงียบบ้างคงดี” ได้ผล เย่วจูปิดปากสนิท มองคุณหนูที่สลับตราด้านบนกับกล่องสมบัติของบ้านสกุลหลี่

เมื่อเพลิงสงบก็ได้ยินนายท่านของจวนสั่งบ่าว “ยกหีบของท่านอ๋องไปเก็บที่เรือนข้า ส่วนที่เหลือก็ปล่อยทิ้งไว้ก่อน” เพราะมันก็แค่เสื้อผ้าเก่า ๆ ไร้ราคาต่างกับหีบทองเหล่านั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป