บทที่ 12 12

            ตอนนี้เองเย่วจูถึงได้เข้าใจ เมื่อทุกคนแยกย้ายกลับพวกนางก็กลับเช่นกัน

“แล้วเราจะขนมันคืนไหนเจ้าคะ”

“คืนนี้” จางลี่เอ่ยเสียงเรียบ

“มันหนักมาก พวกเราจะขนยังไง” จางลี่หันมองเย่วจูเอ่ยหยอกกลับ

“นั่นสิ ทำยังไงดีนะ” ยังไงนางก็ต้องได้สองหีบนั้นจึงจะพอสะสมกำลังพลด้านนอกวังเอาไว้ได้

แต่หีบไร้ราคาเช่นนั้นนางจะขนมายังไงดีนะ

เงินก็อยากได้ ความลำบากก็เลยมาตกกับตัวเอง ตอนนี้จางลี่กำลังเอาก้อนทองลอยไปตามลำธารด้านหลังของเรือนที่ถูกไฟไหม้ ซึ่งจะไปสิ้นสุดที่เรือนของนาง ตอนนี้ประตูทางออกนางปิดกั้นไว้แล้ว การเคลื่อนย้ายก็ไม่ได้ลำบากอะไร แค่ลอยก้อนทองไปตามสายน้ำ

จางลี่เก็บกวาดหลักฐานทั้งหมด ใส่ก้อนหินลงไปในหีบแทนทอง จากนั้นก็มาจัดการก้อนทองเหล่านั้นโดยการฝังเอาไว้ที่สุดปลายลำธาร คิดว่าหากนางไม่กลับมาก็ยังสามารถขุดมันจากกำแพงด้านนอกได้

ก้อนทองบรรจุไว้ในอวนหนา ห่อหุ้มด้วยหนังสัตว์อีกชั้น แล้วฝังลงในดินใต้ลำธาร เกือบรุ่งสางจึงเรียบร้อยแล้วมานอนหลับอย่างสบายใจ

เย่วจูมองคุณหนูแล้วถาม “หากเรื่องแดงล่ะเจ้าคะ”

“คนจะรู้เพราะปากเจ้านั่นแหละ เงียบ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ข้าจะเป็นคนพูดเอง”

“เจ้าค่ะ” เย่วจูนอนลงด้านล่างข้างเตียง ดวงตาไม่อาจหลับลงได้ ฟังเสียงระฆังบอกเวลายามอิ๋น ก็ได้ยินเสียงตะโกนดังทั่วเรือน

ตอนนี้เองเย่วจูสะดุ้งขึ้นจากที่นอน มองคุณหนูที่ลืมตาขึ้นเช่นกัน

“ไปดูกัน” คนทั้งเรือนต่างตื่นกันหมด หากนางไม่ตื่นเกรงว่าคนจะยิ่งสงสัย ตอนนี้กลางลานบ้านทุกคนมารวมตัวกัน

เมื่อจางลี่เดินมาก็ได้ยินเสียงของบิดาตวาดดังไปทั่วเรือน

“หาคนร้ายให้พบ ข้าจะเฆี่ยนมันให้ตายคามือ”

หญิงสาวก้มหน้าหลุบต่ำไม่ได้แสดงสีหน้าตกใจ ตอนนี้เย่วจูก็ทำเช่นเดียวกัน ก่อนมาคุณหนูบอกนางหนึ่งประโยค ทำให้นางไม่กล้าแม้แต่จะทำสีหน้ากลัวออกมา

“หากเจ้ามีพิรุธ คนแรกที่โดนก็คือข้า คนที่ตายก็คือข้า ถ้าเจ้าไม่อยากให้ข้าตายอย่าแสดงพิรุธเด็ดขาด”

เย่วจูก้มหน้า เมื่อถูกเรียกชื่อก็เงยหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย

“เมื่อคืนพวกเจ้าออกมาดูด้วยใช่ไหม”

“เจ้าค่ะ”

บิดานางมองสำรวจดูใบหน้าของนาง เมื่อเห็นใบหน้าที่ก้มต่ำก็สั่งให้เงยเช่นเดียวกับบ่าว

“พวกเจ้าสองคนคงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใช่ไหม”

“เรียนท่านพ่อ ลูกยังไม่ทราบเลยว่าเกิดอะไรขึ้น” จางลี่เงยหน้ามองบิดา ถามด้วยแววตาซื่อ

หลี่ปิ่งเฉิงมองนางอีกครั้ง “ทองหมั้นของท่านอ๋องหายไปสองหีบ”

คิ้วของบุตรสาวขมวดแล้วถามกลับ “ไม่ใช่ว่าท่านพ่อสั่งให้ขนไปหมดแล้วหรือเจ้าคะ เหตุใดทองจึงหายไปได้อีก ที่ลูกทราบ ห้องนั้นก็แน่นหนากว่าท้องพระคลัง จะมีผู้ใดที่จะเข้าไปเอาได้อีกนอกจากคนที่รู้ที่ซ่อนของกุญแจ”

จากความสงสัยหนึ่ง ตอนนี้กลายเป็นอีกหนึ่งสงสัย บิดาคิ้วชนกันหันมองไปด้านหลัง เป็นเรื่องแปลกที่จะสามารถขนทองออกไปแล้วเอาเสื้อผ้ามาใส่แทนได้อย่างใจเย็น นอกเสียจากผู้ลงมือจะเป็นคนใน

“อีกอย่าง ลูกอยากถามว่าน้ำหนักของทองหีบนั้นเท่าไรเจ้าคะ ดูแล้วแม้แต่ขยับมือลูกก็ไม่อาจทำได้” นางตัวเล็กเพียงนี้ จะแบกทองหายไปอย่างปริศนาได้อย่างไร

“ท่านพ่ออย่าเชื่อนาง นางนั่นแหละเป็นคนเอาไป” หลี่ถิงถิงพูดขัดเมื่อเห็นว่าบิดาเริ่มเชื่อคนโกหก

“เงียบ!” เขาต้องใช้ความคิด บุตรสาวก็เอาแต่พูดเสียงดังกวนไม่หยุด กลายเป็นว่าตอนนี้เขาตวาดใส่บุตรสาวที่รักเป็นครั้งแรก

“ท่านพ่อ ท่านเสียงดังใส่ข้าเพราะมัน” ยิ่งทำให้หลี่ถิงถิงไม่พอใจ เขาก็ยิ่งรำคาญ “ฮูหยิน พานางกลับเข้าไปด้านใน สงบสติได้แล้วค่อยมาคุยกัน”

ตัดปัญหาไปได้หนึ่ง เขาก็หันกลับมาที่ทุกคน

“แจ้งทางการให้พวกเขามาสอบสวน ข้าจะต้องหาตัวการให้จงได้”

จางลี่ไม่ได้กลัว แต่กลับยิ้มแล้วชม “ท่านพ่อฉลาดปราดเปรื่องยิ่งนัก”

ตอนนี้คนชมไม่ได้ถูกรั้งเอาไว้ กลับปล่อยให้เดินกลับเรือนอย่างสบายใจ ส่วนท่านพ่อของนางก็ไม่ได้เชื่อนางเต็มร้อยเช่นกัน

“ตามคนจับตาดูนางตลอดเวลาห้ามคลาดสายตาเด็ดขาด” ไม่ว่าใครก็ไม่อาจตัดออกไป แม้แต่คนใกล้ตัวเขาก็ตาม หลี่ปิ่งเฉิงมองอนุเฉียนที่ยังนั่งนิ่ง เขาเรียกชื่อสองครั้งจึงจะขยับ

“เจ้าเป็นอะไร เหตุใดเหม่อลอย”

อนุเฉียนเงยหน้าแล้วตอบเสียงสั่น “เปล่าเจ้าค่ะ” หญิงสาวขอตัวแล้วรีบกลับเรือน ที่จริงแล้วนางไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ใช่คนขโมย แต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดทองบางส่วนจึงมาอยู่ในห้องของนาง

แรกเริ่มเดิมทีนั้นนางคิดจะถามหาเจ้าของทองที่อยู่ในห้องนาง แต่พอนึกถึงว่าอาจจะเป็นทองที่คนใจดีนำมาให้จึงเก็บเอาไว้อย่างดี เพราะความโลภจึงดูเหมือนว่าตอนนี้นางจะเจอปัญหาแล้ว

ไม่คิดว่าทองนั้นคือทองที่ถูกขโมยแล้วเอาไปวางไว้ อนุเฉียนถามตัวเองในใจว่าทำไม ก่อนตอบตัวเองเช่นกันเมื่อคิดได้ หากไม่ใช่เพราะต้องหาคนรับผิดชอบจะเพื่อสิ่งใด หากผู้สืบคดีมาถึงเรือนแล้วนางต้องตกเป็นผู้สงสัยแน่ ๆ ไม่ได้การ นางจะต้องกลับไปซ่อนทองเอาไว้ให้มิดชิดกว่าเดิม

ส่วนสตรีที่เป็นต้นเหตุตอนนี้กำลังนั่งแช่เท้าอย่างสบายใจ รอคอยเวลาการสืบคดีมาถึงเรือนตน ไม่นานนางก็พบผู้ตรวจการหนุ่มไฟแรง อนาคตแม่ทัพคนสำคัญของแคว้นนี้

อู่เหว่นตี่เห็นสตรีนางน้อยที่นั่งแช่เท้าในน้ำเย็นกลางฤดูหนาวก็แปลกใจ เขาเอ่ยทัก “รบกวนคุณหนูด้วยขอรับ”

เจ้าของเรือนยิ้มตอบ หันไปทางบ่าว “เย่วจู เจ้านำน้ำชามาให้คุณชายเหว่นหมิ่นหน่อย”

อู่เหว่นตี่แปลกใจที่นางไม่ได้เรียกเขาอย่างทางการ กลับเรียกเหมือนชายหนุ่มทั่วไป เขานั่งลงข้างนาง ปล่อยให้คนอื่นตรวจไปหนึ่งรอบ หันมองไปรอบ ๆ ก่อนหยุดที่นาง ไม่รู้ทำไมเขาถึงอยากจะคุยกับนาง

“เหตุใดจึงเอาเท้าแช่น้ำ ไม่เย็นหรอกหรือ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป