บทที่ 14 14

            “คุณหนู” เย่วจูเอ่ยขัด แต่เมื่อเห็นแววตาดุก็ยอมเดินตามไม่กล้าทักอีก ตั้งแต่คุณหนูออกจากโรงเก็บฟืนก็เหมือนกลายเป็นคนละคน แม้จะมีนิสัยบางอย่างเหมือนเดิม แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม อย่างตอนนี้การที่สตรีมีฐานะเป็นลูกขุนนางแต่งกายด้วยเนื้อผ้าดีกำลังเดินไปยังชุมชนคนยากจน

ตั้งแต่หัวถนนก็มีขอทานนั่งเรียงรายยาวตลอดทาง บางคนได้อาหารมาก็ล้วนถูกแย่งจากมือไปต่อหน้าต่อหน้า ตอนนี้ทุกคนหันมองจางลี่เป็นตาเดียวแล้วกรูเข้ามา

“คุณหนูขอเงินให้พวกเราด้วย” นางเคยใจดี แต่ตอนนี้ไม่ใช่ สภาพขอทานพวกนี้บางคนยังดีกว่านางด้วยซ้ำ

นางโยนเศษเงินลงพื้นหนึ่งอันพวกเขาก็แย่งกรูเข้ามาอีก นางโยนอีกสองอันพวกเขาก็กรูเข้ามาอีกมาก ดวงตานางไม่ได้มองขอทานที่กำลังก้มเก็บเงิน แต่กำลังมองขอทานที่ไม่ยอมขยับต่างหาก

จางลี่เทเงินทั้งหมดบนพื้น ทิ้งถุงให้พวกเขาดูต่างหน้า แล้วเดินไปยังชายขอทานสองคนที่นั่งไม่ขยับ

“พวกท่านไม่ต้องการเงิน”

ชายคนหนึ่งใบหน้าอัปลักษณ์ มีรอยแผลใหญ่บนใบหน้าดูแล้วน่ากลัวจนเย่วจูขยับหลบไปด้านหลังพลางเกาะเสื้อผู้เป็นนายไว้แน่น

ชายคนที่สองมีใบหน้าเหมือนบัณฑิต เนื้อตัวสะอาดกว่าขอทานทั่วไป นางเหลือบมองดาบข้างกายของชายอัปลักษณ์

“ข้าขอทราบนามพวกท่าน”

เงียบ ชายทั้งสองมองนางเป็นอากาศ ถึงตอนนี้จางลี่ก็สุดจะทน เพราะตอนนี้ขอทานที่กรูอยู่อีกด้านเหมือนจะเดินมาหานางแล้ว

ดูเหมือนนางจะเจอเพชรแล้ว แถมเพชรสองก้อนนี้ก็แข็งเสียด้วย จะทำยังไงให้พวกเขาเป็นพวกของนางดีนะ

จางลี่ไม่พูดต่อหันกลับทันที

“คุณหนูเจ้าขา” เย่วจูรีบวิ่งตาม เพราะอยากออกไปตรอกนี้เร็ว ๆ

ไม่เข้าใจคุณหนูว่ามาแจกเงินในนี้ทำไม ข้างถนนข้างนอกก็เยอะอยู่แล้ว จางลี่ไม่ได้ตอบคำถามคนที่ถามไม่หยุด แต่คิดว่าจะทำเช่นไรให้พวกเขาเป็นพวกของนาง หญิงสาวไม่อยากกลับจวนจึงเดินเล่นในเส้นถนนกลาง

สองคนนี้นางมองเห็นอดีตชัดเจน ชายที่ดูเหมือนบัณฑิตเป็นคุณชายตกอับ ถูกใส่ร้ายจนถูกตัดสินประหารชีวิตทั้งตระกูล

ส่วนชายอัปลักษณ์ ก่อนหน้านี้ใบหน้าเขาไม่ได้เป็นแบบนี้ แต่โดนไฟเผาตอนวิ่งเข้าไปช่วยคุณชายซึ่งครอบครัวของเขาถูกวางเพลิง ก่อนที่จะถูกฆ่าทั้งตระกูล ดังนั้นเมื่อนับศพพวกเขาก็นับได้ครบคน โดยมองไม่ออกว่าศพที่ไหม้ใช่ตัวจริงหรือไม่

ความแค้นยิ่งมากก็ยิ่งทำให้งานสำเร็จมากขึ้น นางต้องการความแค้นจากพวกเขา แต่จะทำอย่างไรให้พวกเขาร่วมมือกับนาง เดินไปเกือบถึงประตูเมืองหลวงก็เห็นขบวนขันทีเดินเข้าวังกันเป็นแถว

จางลี่ไม่ได้สนใจ กลับเดินไปจุดหมายซึ่งก็คือร้านน้ำชาข้างทาง เดินมานานก็เหนื่อย เสียงกระพรวนเล็กดังขึ้นเมื่อนางขยับมือ

หนึ่งในขันทีชุดใหม่หันมองสตรีที่นั่งลงดื่มชาข้างถนน ตรงข้อมือมีกระพรวนเล็กติดอยู่ เขามองใบหน้านาง และจดจำผู้มีพระคุณเอาไว้อย่างดี

ราตรีที่มืดสนิท ในศาลเจ้าร้างแห่งหนึ่งนอกชานเมือง บุรุษสองคนต่างเฝ้าระวังรอบตัว ไม่มีใครวางใจหลับตานอนได้ ความเงียบสงัดนั้นสร้างความแปลกใจให้กับพวกเขาทั้งสอง

“เงียบเกินไป” ชายทั้งสองระวังตัวจับดาบขึ้นมา สถานการณ์ไม่อาจวางใจได้ แม้เรื่องผ่านมาหลายปี แต่พวกเขาก็ยังไม่อาจวางใจ ตอนนี้ด้านนอกมีเสียงเหมือนกับฝีเท้าคนเดินเข้ามาช้า ๆ ไม่ได้รีบร้อน

เมื่อบุรุษชุดดำย่างกรายเข้ามา พวกเขาก็วางดาบพาดคอคนมาใหม่ทันที

“เจ้าต้องการสิ่งใด”

นางไม่ได้ต้องการความตายเสียหน่อย จางลี่ถอดหมวกสานที่มีผ้าสีดำออกพร้อมกับผ้าปิดใบหน้า ไม่นานก็ส่งจู๋เจี่ยน[1]ม้วนหนึ่งให้กับชายที่เป็นบัณฑิต

“ของขวัญแด่คุณชายจูเกาอิง”

เพียงเอ่ยชื่อ ก็ทำให้เขาระแวงยิ่งกว่าเดิม เจ้าของชื่อนี้ตายไปแล้ว แต่นางก็ยังรู้ ชายหนุ่มรับจู๋เจี่ยนมาเปิดอ่าน พอเห็นประโยคแรกเขาก็ตะลึงยิ่งกว่าเดิม

สำนวนสอบสวนคดีของตระกูลเขา หญิงสาวสามารถเอามาได้ทั้งที่เขาหามานาน เรื่องนี้คนที่นำมาแทบไม่ได้ใช้ความสามารถอะไร เพราะว่าสำนวนนี้อยู่ในห้องบิดานางนั่นเอง

แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ จู๋เจี่ยนอีกม้วนที่จางลี่หยิบส่งให้เขา จูเกาอิงรับมาแล้วเปิดออกอ่าน สำนวนคดีเดียวกัน แต่การสอบปากคำกลับเป็นอีกเรื่อง โดยเฉพาะท้ายสำนวนมีการระบุว่า บิดาเขาไม่ได้ทำผิด เป็นการใส่ความ

ชายหนุ่มกำม้วนไม้ไผ่แน่นแล้วถามกลับ “ใครที่ใส่ร้ายตระกูลข้า” เขาเดินไปหาจนหญิงสาวเดินถอยหลังไปอีกสองก้าว

“ข้าจะบอกทุกเรื่องกับท่าน แต่เรื่องมันจะง่าย ๆ ได้ไง ข้ามีข้อเสนอ หากท่านตกลง ท่านก็จะรู้ตัวคนที่ทำเรื่องใส่ร้ายตระกูลท่านทันที”

เรื่องแก้แค้นนางชอบอยู่แล้ว ได้เห็นพวกมันลงนรกเป็นเรื่องน่ายินดี โดยเฉพาะคนที่อยู่เบื้องหลังคนนี้ เพราะมันทำให้นางได้ประโยชน์เช่นกัน

“บอกข้อเสนอเจ้ามา” เขาร้อนใจทนรอไม่ไหวแล้ว คนที่ใส่ร้ายตระกูลเขามาสามปีนี้อยู่ที่ไหน แม้จะพยายามตามหาก็ยากที่จะเจอ

จางลี่หยิบจู๋เจี่ยนอีกม้วนหนึ่งขึ้นมาส่งให้เขา นางไม่อาจวางใจเหมือนกับละครที่ตกลงรับคำปากเปล่าได้ จึงทำสัญญาทำงานระหว่างพวกเขากับนางเอาไว้ ในนั้นระบุชัดเจน พวกเขาจะต้องเป็นสายลับให้นางนอกวัง คอยรับคำสั่ง ไม่ว่าคำสั่งใดก็ห้ามต่อต้านเด็ดขาด

จูเกาอิงอ่านทุกข้อความ ก่อนจะยกดาบขึ้นจะกรีดเลือดตัวเอง

“เดี๋ยว ๆ” เกิดเลือดหมดตัวตายไปจะทำยังไง ดาบยิ่งไม่สะอาดด้วย นางยิ่งหาคนช่วยยากอยู่ จางลี่หยิบพู่กันอีกชุดออกมาจากในกระเป๋า

“เจ้าพกอะไรมาบ้าง” คนเจรจาเริ่มสงสัย

“หมดแล้ว รีบลงชื่อ ข้าจะรีบกลับ”

“แล้วจะติดต่อเจ้ายังไง”

[1]  竹简 หรือแผ่นไม้ไผ่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป