บทที่ 15 15

            จางลี่หยิบกระดาษออกมาหนึ่งใบ

ทำให้อีกฝ่ายถามกลับ “ไหนบอกว่าหมดแล้ว”

โธ่เอ๊ย อย่าแซวได้ไหม จางลี่มอบโฉนดที่ดินและบ้านให้เขา บ้านนี้อยู่ติดกับกำแพงวังด้านหลัง ง่ายต่อการติดต่อ “พวกเจ้าซ่อนตัวที่นั่น แล้วข้าจะติดต่อไป”

เมื่อเสร็จธุระแล้วนางก็จะกลับไป แต่ถูกคุณชายดึงบ่าเอาไว้

“ชื่อ” คนแอบเนียนหันมองเขา จากนั้นก็ยกมือบอกให้เขาโน้มลงมาแล้วกระซิบข้างหู ดวงตาเขาเบิกโตด้วยไม่เคยคาดคิดว่าจะเป็นคนคนนี้ เขาพลาดอะไรไป

“เจ้าไม่ได้โกหกข้า”

ตอนนี้คนที่บอกว่าหมดแล้วหยิบของอีกอย่างขึ้นมา คราวนี้เป็นจดหมาย และนี่คือที่มาของการใส่ร้ายทั้งหมด

“ยังมีอีกไหม”

เขามองกระเป๋าสะพายดูแปลกตาของนาง ในนั้นสามารถบรรจุของได้เยอะทีเดียว

จางลี่มองกระเป๋าเป้ประดิษฐ์แล้วรีบส่ายหน้า “หมดแล้วจริง ๆ ข้าไปแล้ว”

เสร็จธุระแล้วนางก็รีบกลับ เย่วจูหันหลังมองพวกเขาที่แยกไปอีกด้าน เมื่อเดินมาใกล้จะถึงเรือน นางก็รับรู้ได้ว่าคนที่ติดตามนางตอนนี้เจอนางแล้วเช่นกัน

กว่าจะหลบคนพวกนี้นางต้องเสียเวลาไปหลายชั่วยาม ส่วนคนที่ให้ตามก็คงเป็นบิดาที่รัก ที่ต้องแสดงว่าห่วงใยนางมากในตอนนี้

จางลี่ผ่อนฝีเท้าลงไม่ได้เร่งรีบอย่างก่อนหน้า ตอนนี้น่าจะผ่านล่วงไปอีกวันแล้ว การที่หญิงสาวไม่ออกเรือนมาเดินอยู่กลางท้องถนนตอนกลางดึกแบบนี้ จะบอกว่ามาเดินเล่นก็ไม่ใช่ ยังไงนางก็ต้องถูกสงสัยอยู่แล้ว

ชายผู้นั้นยังเดินตามหลังอยู่ไกล ๆ ยิ่งนางเดินช้า เขาก็ยิ่งเดินช้า จางลี่หันไปกระซิบบ่าว “แยกกันตรงทางแยกข้างหน้า”

“แต่ว่าคุณหนู”

“เชื่อข้า เจ้ากลับไปรอที่เรือน”

เพราะเป็นบุตรสาวที่รักมาก เธอเชื่อว่าพวกเขาไม่สนใจอะไรเกี่ยวกับเธออยู่แล้ว ตอนนี้จางลี่แยกไปทางถนนที่จะไปหมู่บ้านคนประมง

เมื่อเข้าไปถึงก็พบดวงไฟที่สว่างกว่าตอนกลางวัน เพราะเป็นคืนเหมาะสำหรับการจับปลา พวกเขาจึงต้องตื่นแต่เที่ยงคืน จางลี่เดินไปที่กองปลาที่วางอยู่

“ข้าอยากได้ปลาตัวนี้”

ชายประมงแก่เงยหน้ามองคนพูด พอพบว่าเป็นหญิงสาวจึงยิ้มอย่างยินดี

“เจ้าจะเอาไปให้เจ้านายหรือ”

เพราะปกติแล้วคนที่แวะมาตรอกประมงส่วนมากจะเป็นเพียงสาวใช้ ถ้าหญิงสาวคนนี้เป็นสาวใช้ ก็คงเป็นสาวใช้ที่สวยที่สุดที่เขาพบ

หญิงสาวมองแววตาของชาวประมงก็เบื่อหน่าย รีบเลือกปลาหนึ่งตัวเพราะจะรีบกลับ พอหันหลังมาก็เจอกับอู่เหว่นตี้พอดี

“คุณหนูหลี่มาทำอะไรที่นี่ตอนนี้” เขาพูดเหมือนเป็นห่วง รีบประคองนางออกจากตรอกประมง เพื่อไปส่งนางกลับเรือน “มืด ๆ ค่ำ ๆ ไม่ใช่เวลาที่สตรีจะออกจากเรือน”

“ข้าเพียงได้ยินจากบ่าว หากนำปลาที่ตกได้ตอนกลางคืนไปทำอาหาร จะทำให้บิดามารดาสุขภาพแข็งแรงอายุยืน”

ชายหนุ่มรู้สึกภูมิใจในตัวหญิงสาว “แต่ก็อันตรายอยู่ดี หากเจ้าต้องการปลากลางคืนก็ให้บ่าวไปบอกข้า เพราะข้าออกตระเวนกลางคืนอยู่บ่อยครั้ง”

“ดีจริง ๆ เจ้าค่ะ คราวหน้าข้าคงต้องรบกวนคุณชายอู่แล้ว” จางลี่ยิ้มอย่างสตรีหวาน ก่อนก้มหน้าเขินอายเมื่อสบตากับเขา

หญิงสาวมองเห็นประตูตรงหน้า “ส่งแค่ตรงนี้เถอะเจ้าค่ะ หากบ่าวในเรือนเห็นเรื่องจะยิ่งยุ่งไปกันใหญ่” นางไม่อยากให้เขาเกี่ยวข้องกับนางมาก เพราะจะทำให้งานของนางยากกว่าเดิม

“น้องซูซู่ ข้าเรียกเจ้าอย่างนั้นได้ไหม ส่วนเจ้าก็เรียกข้าว่าพี่เหว่นตี้” ทำไมพวกผู้ชายถึงอยากให้นางเรียกพี่นักนะ

“พี่เหว่นตี้” ในใจบ่น แต่นางก็ยังยิ้มแสดงละครแนบเนียบ จางลี่คำนับขอบคุณเขาแล้วรีบเข้าไปด้านใน ทันทีที่ประตูสีแดงปิดลงนางก็หยุดยิ้ม ยกปลาที่หิ้วอยู่ขึ้นพลางกล่าว

“อายุยืนงั้นหรือ อย่ากินเลย ข้ากินเสียดีกว่า เพราะยังไงพวกท่านก็อายุไม่ยืนแน่”

จางลี่เดินถือปลาไปยังเรือนตน จับมันวางบนกระดานไม้ มองปลาที่ยังไม่ตายดิ้นไปดิ้นมา มือนางถือไม้ในมือยกขึ้นแล้วตีอย่างแรง

“คุณหนู ให้บ่าวทำเถอะเจ้าค่ะ” เลือดปลากระเด็นใส่หน้าคนทำ แต่นางก็ไม่สน ขอระบายก่อน เพราะตอนนี้นางรอพวกมันเล่นงานไม่ไหวแล้ว

ตอนนี้ปลาอายุยืนหยุดดิ้นแล้ว นางจึงทิ้งไม้ในมือที่เต็มไปด้วยเลือดแล้วลุกขึ้น “ข้าจะไปแช่น้ำเย็นหน่อย เจ้าจัดการต่อที”

เย่วจูมองตัวปลาที่หัวเละไม่เหลือสภาพเดิมแล้ว ขนนางก็ลุกขึ้นไม่รู้ตัว นางจัดแจงเอามีดตัดหิ้วทิ้งไป แล้วนำตัวไปย่างให้คุณหนูต่อ

แมลงวันที่บินอยู่ด้านหลังต่างมาวนเวียนในหัวปลา บินลงไปกินอย่างอร่อย กลิ่นคาวส่งกลิ่นให้อีกาดำมาเกาะดูอยู่ด้านนอกอีกตัว เสียงกาดำเอ่ยในใจ จิตใจมนุษย์ดำกว่าตัวมันเสียอีก

ตอนนี้ปลาที่ย่างเหลือแต่ก้าง จางลี่กินอย่างสบายใจ อาจเป็นเพราะปลาสดจากทะเล จึงมีรสอร่อยกว่าเดิม พอหมดพระอาทิตย์ก็ขึ้นสว่างพอดี ถ้าจำไม่ผิด วันนี้เป็นวันแต่งงานของพี่สาวคนสวยแล้วสินะ และแน่นอน นางถูกสั่งให้อยู่แต่ในเรือน ห้ามออกไปเด็ดขาด

ไม่นานเสียงประทัดก็ดังขึ้น จางลี่กลับรู้สึกว่าดีเสียอีก ภาพในภพนี้ของท่านอ๋องดูแล้วจะสุขสบายจริง อนาคตรุ่งโรจน์ ต่อไปมีสิทธิได้เป็นถึงฮ่องเต้องค์ต่อไป

แต่เส้นทางราบรื่นจะสนุกไปไย นางไม่สนใจ สนใจแต่ว่าจะทำยังไงให้พวกมันชดใช้กรรม วันนี้บ้านสกุลหลี่เปิด คนย่อมมากผิดปกติ ดูแล้วคงมีชายหนุ่มบางคนคิดถึงเรือนนางอยู่บ้าง จางลี่จึงหยิบหนังสือมาอ่านเพื่อฆ่าเวลา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป