บทที่ 3 3
ว่ากันว่าหากตายไปแล้วคนทำดีจะได้ไปขึ้นสวรรค์ จะได้พบเจอกับชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม มุมปากคนที่ใกล้ตายยกยิ้มหัวเราะขำ ชะตาคนเราไม่เหมือนกันจริง ๆ ชาติก่อนเธอแสนจะใจดี ช่วยเหลือคนบ่อย ๆ ปล่อยให้พี่สาวแย่งคู่หมั้น ปล่อยให้แฟนตัวเองจากไป ยอมแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รักเพียงเพราะรักครอบครัวของเธอ
แต่แล้วอย่างไรเล่า ทุกสิ่งที่เขาทำเพียงแค่อยากให้เธอตาย อย่างเช่นชาตินี้ที่ตอนนี้เธอกำลังมองตัวเองอยู่ในภพอดีต ดวงตามองโรงเก็บฟืนเก่าชื้น พื้นเปียกไปด้วยกลิ่นสาบไม่ต่างจากชาติก่อน จางลี่มองร่างบางที่นอนหายใจรวยริน
ตอนแรกเธอคิดว่าตัวเองจะได้ไปเกิดใหม่ พบเจอสิ่งที่ดีตอบแทนความดีที่เธอไม่เคยคิดร้ายใคร แต่เหมือนสวรรค์จะรักเธอมากหน่อย จึงส่งเธอมายังภพชาติเก่าในอดีต มองเห็นพวกเขาใช้ชีวิตรุ่งโรจน์เช่นที่เป็นในอนาคต
และตัวเธอก็ต้องพบเจอกับเรื่องเลวร้ายเหมือนเดิม ดีเหลือเกินชะตาที่เธอได้รับ มุมปากเธอยิ้มนิดหนึ่งอย่างแสนรังเกียจตัวเองในตอนนี้ มองร่างอ่อนแอตรงหน้าที่ใบหน้าเหมือนเธอไม่มีผิด
เสียงประตูด้านหลังเปิดออก จางลี่หันมองไปยังสตรีที่ให้กำเนิดนางทั้งชาติที่แล้วและชาตินี้ เสื้อผ้าอาภรณ์ล้วนราคาแพง ใบหน้าแต่งจัดจ้านเหมือนไปเล่นละครงิ้ว ดวงตาผู้ให้กำเนิดมองเหยียดไปยังบุตรสาวที่นอนอยู่
“เหตุใดเจ้าดื้อดึงนัก หากยอมแต่แรกแม่คงไม่ทำเจ้าเช่นนี้”
กักขังบุตรสาวคนเล็กเพื่อให้ยินยอมยกคู่หมั้นที่เป็นถึงท่านอ๋อง ยกตำแหน่งพระชายาเอกเพื่อให้บุตรสาวคนโตที่เป็นที่รักหมั้นแทน ช่างเหมือนชาติที่แล้วไม่มีผิด เหตุใดชะตาจึงไม่เปลี่ยนเลยแม้ผ่านไปหลายร้อยปี
หลี่ซูซู่ลืมตามองมารดาเอ่ยเสียงอ่อน “ท่านแม่เจ้าขา ลูกรักท่านอ๋อง ท่านแม่โปรดเมตตาลูกเถอะเจ้าค่ะ”
เหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวล ด้วยตัวหญิงสาวมีความสามารถพิเศษในการมองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า มองเห็นความโชคร้ายของคนที่พบเจอ ความที่ต้องไปจ่ายตลาดทุกเช้าเพื่อนำกลับมาทำอาหารให้ครอบครัว ทำให้พบเจอกับท่านอ๋องผู้มากไปด้วยฐานะ ความสามารถในการรบ อีกทั้งยังไม่มีพระชายา
นางมองเห็นคนร้ายจึงเอ่ยเตือนอย่างโง่เขลา ทำให้ท่านอ๋องกล่าววาจาเล่นกับนาง
“หากเป็นอย่างที่เจ้าพูดจริง ชาวบ้านตลาดทั้งหลายจงจำคำข้าไว้ ข้าจะแต่งเจ้าเข้าตำหนัก ยกตำแหน่งพระชายาเอกให้ทันที”
ใครจะนึกว่าสิ่งที่นางพูดเป็นความจริง ท่านอ๋องหยางเสี่ยวเย่พบกับนักฆ่าตรงตามเวลาที่นางบอกทุกอย่าง ทั้งจำนวนคน และผู้อยู่เบื้องหลัง แรกเริ่มเดิมทีนั้นเขาแสนดีใจที่จะได้นางมาอยู่ข้างกาย เพื่อที่อนาคตเขาจะได้ปลอดภัยไปตลอด
แต่มีเรื่องดีก็มีเรื่องร้าย เมื่อจดหมายและของหมั้นหมายส่งมาถึงเรือน บิดามารดาของนางต่างปฏิเสธ แล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ท่านอ๋องฟัง จากเรื่องดีก็กลายเป็นเรื่องร้าย จากสตรีที่แสนวิเศษก็กลายเป็นสตรีโชคร้าย ผู้ใดได้ครอบครองจะนำความซวยตามติดไปด้วย
เมื่อคิดว่าเรื่องทั้งหมดอาจไม่เกิดหากนางไม่เอ่ยออกจากปาก ท่านอ๋องก็ยิ่งร้อนรน แต่เรื่องไปถึงฮ่องเต้แล้ว พระราชโองการสมรสพระราชทานก็มาถึงมือแล้ว วันกำหนดการหมั้นหมายก็ใกล้จะถึง ตอนนั้นเองมารดาของนางก็เสนอทางออก
บุตรสาวอีกคนที่งามพร้อม หลี่ถิงถิง เมื่อท่านอ๋องได้เห็นใบหน้าที่เหมือนกันราวกับคนคนเดียวก็ยิ้มตอบตกลงทันที หนึ่ง เขาไม่ต้องขัดพระราชโองการ สอง นางงดงาม และไม่ได้มีสิ่งชั่วร้ายติดตัว สิ่งนี้ทำให้เขายอมตกลง
คู่หมั้นชายตกลงแล้ว แต่คู่หมั้นตัวจริงกลับไม่ยอมตกลง นางอยากออกไปจากเรือนนี้ อยากมีตำแหน่งเป็นชายาเอกถึงได้บอกความลับเขา แล้วอย่างไรเล่า เขาก็แค่ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่งเท่านั้น
สิ่งใดมีประโยชน์เขาล้วนตักตวง สิ่งใดไม่มีประโยชน์เขาล้วนผลักไส วาจาที่เคยเอ่ยต่อหน้าผู้คนเขากลับหักคำพูดได้อย่างเลือดเย็น
“ท่านแม่ให้ลูกแต่งกับเขาเถอะเจ้าค่ะ สิ่งนี้คือสิ่งเดียวที่ลูกปรารถนาในชีวิต ท่านแม่โปรดให้ลูกได้สมหวังสักครั้งนะเจ้าคะ”
เสียงฮึในลำคอมารดาดังออกมา “เจ้ามันตัวซวย ไปไหนก็มีแต่จะทำคนอื่นซวยไปด้วย” ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวนางเองก็ติดไปแล้วหรือเปล่าด้วยซ้ำ “ข้าไม่อยากพูดมาก เจ้าลงชื่อเสีย”
หนังสือยินยอมเปลี่ยนตัวเจ้าสาว หลี่ซูซู่เงยหน้ามองมารดา ดวงตาพร่าไปด้วยน้ำตา
“ท่านแม่ โปรดเห็นใจลูกด้วย”
“สิ่งดี ๆ เหล่านี้ไม่ควรเป็นของเจ้า ข้าไม่คุยกับเจ้าแล้ว เดี๋ยวความซวยจะติดไปด้วย งดข้าวงดน้ำนางจนกว่าจะยอมลงชื่อ” มารดาหันไปสั่งบ่าวที่เฝ้าอยู่หน้าห้องเก็บฟืน จากนั้นก็รีบออกไป
ตอนนี้จางลี่ที่เป็นวิญญาณหัวเราะขำในโชคชะตาของตัวเอง มองหลี่ซูซู่ที่ยังมองกระดาษตรงหน้าไม่ยอมแม้แต่จะจับพู่กันลงชื่อลงไป ช่างโง่เขลายิ่งนักที่รักผู้ชายมากกว่ารักตัวเอง แถมยังเจอหน้าแค่ครั้งเดียวอีกต่างหาก
ชาติก่อนเธอหมั้นกับเขาได้อย่างไรนะ จางลี่ออกจากห้องมองไปยังลานกว้าง เห็นสตรีงดงามแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีเดินตรงเข้ามา หนึ่งวิญญาณกับหนึ่งร่างยืนอยู่ตรงหน้า คนเป็นวิญญาณมองการสนทนาของเจ้านายกับบ่าว
“คุณหนูเจ้าขา ทำเช่นนี้จะดีหรือเจ้าคะ” เสี่ยวหูที่ตอนนี้ถือถ้วยยาในมืออย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะรู้ดีว่ายาในถ้วยคืออะไร
วิญญาณสาวมองตาแข็ง ไม่ว่ากี่ชาติพี่สาวเธอก็ยังได้รับชีวิตที่ดีเสมอ ทั้งที่พวกเราต่างเกิดจากครรภ์มารดาคนเดียวกัน เป็นบุตรในสายเลือดเหมือนกัน แต่เธอกลับถูกรังเกียจตั้งแต่ลืมตา
ตอนนี้ร่างหลี่ถิงถิงเดินผ่านทะลุร่างวิญญาณของจางลี่ หลี่ถิงถิงใช้ให้บ่าวรับใช้ผลักประตูเข้าไป เมื่อบานประตูเปิดออกนางก็มองไปยังน้องสาวที่ใบหน้าเหมือนกับตัวเอง แต่ร่างกายผอมใกล้ตายเต็มทน มันช้าไป นางอยากรีบกำจัดน้องสาวที่แสนน่ารังเกียจนี้ทิ้งเสีย ไม่เช่นนั้นจะเป็นกาลกิณีแก่ตัวนางเองหากถึงวันแต่งงาน
“น้องซูซู่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” สภาพแบบนี้ยังอยู่ดีอีกหรือ จางลี่มองหลี่ถิงถิงที่ลงทุนถึงขนาดประคองน้องสาวขึ้นมาแล้วเอ่ยวาจาหวานต่อ
“น้องอย่าได้รั้นอีกเลย ยอมลงชื่อเถอะ พี่เห็นใจน้องนัก เอ่ยปากขอท่านแม่ให้ปล่อยเจ้าแล้ว แต่ท่านแม่ก็ไม่ยอม”
คนเป็นวิญญาณได้แต่แก้คำในใจ เป็นตัวท่านเองมิใช่หรือที่สั่งให้ทำแบบนี้ แล้วยังเอาดีเข้าตัว ดูสีหน้าก็รู้ว่ารังเกียจคนที่ประคองขนาดไหน แต่ขอโทษ หลี่ซูซู่มองไม่เห็น
คนถูกกระทำยังเอ่ยขอบคุณอีกต่างหาก “ขอบพระคุณท่านพี่เจ้าค่ะ”
“ขอบคุณข้า ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ลงชื่อเสียเถอะหนาน้องรัก”
ขอเพียงนางลงชื่อ พี่สาวคนดีจะมอบยาพิษให้เป็นการตอบแทน จางลี่มองหลี่ซูซู่ที่ยังดื้อดึง จนเมื่อพี่สาวคนดีทนไม่ไหวจึงเรียกบ่าว
