บทที่ 4 4
“เสี่ยวจู เจ้าเอายามาให้น้องข้าหน่อย”
หลี่ซูซู่มองถ้วยยา ตอนนั้นเองนางจึงฉลาดขึ้นมาบ้าง เพราะกำลังมองเห็นความตายตัวเอง อีกทั้งยังมองเห็นวิญญาณอีกดวงที่หน้าตาเหมือนนาง แต่งกายด้วยชุดประหลาด เสื้อผ้าขาดรุ่ยยิ่งกว่าขอทาน สภาพเนื้อตัวเขียวช้ำกำลังมองถ้วยยาด้วยสีหน้าแววตาโกรธแค้น
“ท่านพี่ ยานั้น”
ดวงตาหลี่ถิงถิงฉายแววเหี้ยมพร้อมเผยยิ้ม แล้วทิ้งร่างนั้นอย่างแรง “ใครใช้ให้เจ้าดื้อดึงนัก กินยาเสียเจ้าจะได้หาย”
หายไปจากโลกนี้ หายไปจากชีวิตพวกเราเสียที เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นพร้อมสีหน้ารังเกียจ
หลี่ซูซู่ถดร่างตัวเองไปตามพื้นดิน ไม่ยอมรับยาถ้วยนั้น ส่วนเสี่ยวหูนั้นก็ถือถ้วยยาด้วยมือที่สั่นเทาเข้าไปพยายามกรอกปาก แต่มือหลี่ซูซู่ก็สู้เช่นกัน
จางลี่เอ่ยเสียงเบา “ก็ไม่ได้โง่นี่”
เสียงนั้นทำให้คนที่กำลังสู้หันมองวิญญาณ มือยิ่งบีบแน่นกว่าเดิม แต่ยาก็ยังถูกป้อนเข้าปากอยู่ดีแม้จะตกลงพื้นไปถึงครึ่งหนึ่งแล้วก็ตาม
“เสียเวลาจริง ๆ” หลี่ถิงถิงมองน้ำที่หกเลอะลงพื้นไปเกือบครึ่งหนึ่ง ร่างนี้คงไม่ตายง่าย ๆ แน่ ไม่ได้การ คราวหน้านางจะต้องเพิ่มตัวยาอีก
“ถือว่าวันนี้เจ้าโชคดี” ยิ่งอยู่นานนางก็ยิ่งสะอิดสะเอียนทนไม่ไหว ของเสียเริ่มส่งกลิ่น เมื่อมองไปบนพื้นก็เจอน้ำสีเหลืองบนพื้น
“ทุเรศจริง ๆ ตายยากตายเย็นนัก” หลี่ถิงถิงหันหลังไม่ได้เหลียวแลอีกเลย ดวงตาหวานก็เผยสีหน้ารังเกียจ จนเมื่อโซ่ประตูคล้องตามเดิม คนที่อยู่บนพื้นจึงหันมองวิญญาณ
“เจ้าเป็นใคร”
จางลี่หันมองคนถาม “ข้าก็เจ้า เจ้าก็คือข้าอย่างไรเล่า พวกเราต่างมีชะตาที่เหมือนกัน ต่างกันที่ช่วงเวลา”
“แล้วเหตุใดเจ้ามาอยู่ที่นี่”
หญิงสาวยิ้มแล้วตอบ “เพราะข้าตายไปแล้วอย่างไร ถูกพวกมันทำเช่นเดียวกับเจ้า อืม ไม่สิ หนักกว่าเจ้าหลายพันเท่า” จางลี่ก้าวเท้าเข้าไปหาแล้วโน้มตัวลงมองหลี่ซูซู่
“เจ้าจะทนอย่างนี้ต่อไป หรือตายไปเสีย” เธอไม่ได้มาช่วยตัวเองในอดีต แต่จะเอาร่างนี้ตอบแทนพวกเขาต่างหาก
“เจ้าจะฆ่าข้าหรือ”
“คำถามโง่ ๆ” เธอเป็นวิญญาณจะไปทำอะไรได้นอกจากมองดู ตอนนี้เองที่ดวงตาคนถามเบิกกว้างแล้วตอบ
“ข้ากำลังจะตาย”
ร่างกายอ่อนแอกว่าเธอเป็นร้อยเท่า โดนทรมานเพียงนิดก็แทบจะเอาตัวไม่รอดแล้ว หากอยู่ต่อไปก็เหมือนศพเดินได้ ผิดกันแค่มีลมหายใจ
หลี่ซูซู่ดวงตาอ่อนลง ยอมรับในโชคชะตา “เหตุใดพวกเราจึงต้องเจอเรื่องแบบนี้”
“เมื่อก่อนข้าก็เคยถามตัวเองเช่นเจ้าจนเลิกถามไปแล้ว พวกเราต้องถามว่าจะทำเช่นไรตอบแทนพวกเขาดีกว่า”
ตอบแทนให้สาสมกับที่พวกเขากระทำกับพวกเรา
ดวงตาหลี่ซูซู่หันมองวิญญาณตรงหน้าก่อนเอ่ยขึ้น
“เจ้าต้องช่วยข้า”
“เจ้าไม่บอกข้าก็จะทำให้แน่ เจ้าไปเสียเถอะ” เธอมองดวงตาที่หรี่โรยปิดลงเพราะรู้ชะตาตัวเอง ไม่นานวิญญาณของเธอก็เข้าสิงร่างนั้น ดวงตาแข็งลืมขึ้นพยายามเอาร่างที่ใกล้ตายลุกขึ้นมามองไปด้านนอกประตู
ร่างนี้ชื่อว่าหลี่ซูซู่ เป็นลูกสาวคนสุดท้องของสกุลหลี่ ครอบครัวนี้มีสมาชิกเหมือนชาติก่อนของเธอ มีบิดาชื่อปิ่งเฉิง มารดาชื่อหลานฟาง และพี่สาวฝาแฝดชื่อถิงถิง
ดูแล้วเหมือนเธอได้ชีวิตกลับคืน แต่เป็นในชาติอดีตหลายพันปีที่ยังมีพวกเขาพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งหมด ถึงจะกลับมาทรมานอีกรอบ แต่ตอนนี้ก็ดีกว่าครั้งก่อน เพราะเธอยังไม่ตาย อีกทั้งยังรู้ทันความคิดพวกเขาด้วย
หญิงสาวมองไปยังประตูที่เปิดออกอีกครั้ง มีเสียงโซ่ถูกปลดออก จางลี่มองมารดาที่เอ่ยทัก
“ซูซู่ เจ้าหิวหรือไม่” หญิงสาวเจ้าของชื่อมองมารดาของตนเองทั้งชาติที่แล้วและชาตินี้ ถือถ้วยข้าวเปล่าในมือวางไว้ใกล้ตัวแล้วกล่อมต่ออีกรอบ ดูจากน้ำเสียงคงถูกลูกสาวที่รักไล่ให้มาเจรจาอีกรอบเป็นแน่
“เจ้าอย่าดื้อนักเลย ตัวเองสุขภาพก็ไม่ค่อยดี ให้พี่สาวเจ้าแต่งแทนเถอะ” ถึงนางไม่ตอบตกลง พวกเขาก็ให้พี่สาวเธอแต่งไปอยู่ดี
คู่หมั้นที่เคยเป็นในชาติก่อน และกำลังเป็นชาตินี้เธอจะอยากได้ไปทำไม
“ลูกไม่อาจมีวาสนากับท่านอ๋อง ร่างกายลูกอ่อนแอย่อมไม่อาจสืบตระกูลเขาได้ ลูกย่อมเข้าใจดี ท่านแม่ ข้ายอมแล้ว”
เสียงอ่อนหวานเอ่ยเบาลง เต็มไปด้วยความจำยอมไม่ได้ดื้อดึงเหมือนก่อนทำให้มารดายิ้มกว้างอย่างยินดี ดึงมือบุตรสาวเขามาแล้วตบมือเบา ๆ
“ดีจริง ๆ เย่วจู มาพาคุณหนูเจ้ากลับห้องเดี๋ยวนี้ ถ้วยข้าวนี้ไร้เนื้อเจ้าอย่ากินเลย เดี๋ยวข้าจะส่งเนื้อไปยังเรือนเจ้าเอง”
นางคำนับขอบคุณมารดา นอบน้อมแทบจะกราบลงพื้นดิน แต่มือมารดาก็รั้งเอาไว้เสียก่อน เมื่อร่างนางถูกประคองออกไป คนที่มีสีหน้านอบน้อมดวงตาก็แข็งขึ้นทันที ได้ยินเสียงคนด้านในบ่นออกมาชัดเจน
“ก็แค่นี้ ให้ข้าต้องเหนื่อยหลายวัน พูดง่าย ๆ ก็จบนานแล้ว”
ข้าง่ายงั้นหรือ ท่านคิดไปเองต่างหาก หากไม่อยากให้ศัตรูรู้ตัวนางก็ต้องทำตัวเป็นกระต่ายว่าง่าย หากพวกเขาเห็นว่านางเป็นจิ้งจอก เห็นทีคงไม่ปล่อยนางให้มีชีวิตรอดเป็นแน่
เย่วจูประคองคุณหนูไปยังเรือนเก่าโทรม ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพวกเขาจึงรังเกียจนางทั้งที่นางก็เป็นบุตรสาวที่พวกเขาให้กำเนิดแท้ ๆ
จนเมื่ออยู่ในร่างนี้ จึงได้รู้ว่าเป็นเพราะนักพรตท่านหนึ่งบังเอิญเดินผ่านเรือนนี้ตอนที่พวกนางเกิด แล้วใจดีเข้ามาทำนายชะตาไว้ว่า นางจะทำให้ครอบครัวสิ้นตระกูล นางเป็นปีศาจมาเกิดเพียงเพราะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า และมองเห็นวิญญาณคนตาย ตอนนั้นนางมองเห็นวิญญาณติดตามนักพรตจึงได้เอ่ยเตือน แต่กลายเป็นว่าตัวเองถูกกล่าวหาว่าเป็นปีศาจแทน
