บทที่ 7 7
เพราะข่าวลือเรื่องชะตาของนางที่ว่าจะทำให้คนที่เข้าใกล้ได้รับไปด้วย ทำให้แม้แต่คนเฝ้าเรือนยังหายหัวไปไม่ยอมทำหน้าที่ ได้แต่คล้องโซ่ประตูกลอนเอาไว้แน่นไม่ให้พวกนางออกมา
หากมีอาหารพวกเขาก็นำมาวางไว้ที่ช่องหมา ทำเหมือนพวกนางเป็นหมาในกรงไปทุกที แต่นางชอบที่เป็นแบบนี้
หลี่ซูซู่ที่ร่างกายแข็งแรงแล้วเดินออกจากเรือน รู้สึกว่าสบายสดชื่นกว่าแต่ก่อน เย่วจูเดินตามแล้วถาม
“แล้วพวกเราจะทำอย่างไรต่อเจ้าคะ”
หญิงสาวมองต้นท้อตรงหน้า ดอกท้อสีแดงร่วงหล่นลงพื้น มีดอกหนึ่งร่วงลงบนมือของนาง หญิงสาวบีบดอกไม้สวยงามแหลกละเอียด
“ถึงเวลาที่ข้าจะชำระแค้นแล้ว”
ดวงตาจางลี่มองไปยังประตูรั้วที่แน่นหนา เย่วจูถามคุณหนูอีกรอบ
“แล้วพวกเราจะออกไปได้เช่นไรเจ้าคะ” ประตูก็ปิดสนิท ตัวเรือนก็แทบจะไม่มีทางออก ยกเว้นปีนกำแพงเท่านั้น
หรือว่า...สาวใช้หันมองกำแพงแล้วหน้าซีด
“ไม่เอากำแพงนะเจ้าคะ”
จางลี่หันมองกำแพงแล้วยิ้ม “เจ้าปีนขึ้นได้ไหมล่ะ ตัวเจ้าปีนไม่ได้ข้าจะปีนได้เช่นไร” ให้นางปีนต้นไม้ใช้สมองไหนคิด ตกลงมาขาหักจะคุ้มไหม
“อ้าว” สาวใช้หันมองคุณหนู มองหญิงสาวเดินไปยังลำธารด้านหลัง เห็นคุณหนูยืนมองสายน้ำ
“ข้าจะทำว่าว” คิดคำนวณแล้วเหลือเวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วยามก่อนจะถึงกำหนดการที่ฮ่องเต้จะแอบเสด็จออกมานอกวังเพื่อเยี่ยมประชาชน และผ่านมาบริเวณนี้ อีกไม่ถึงหนึ่งชั่วยามเขาก็จะแวะพักที่รั้วด้านนอกซึ่งอยู่ใกล้จวนของสกุลหลี่
ไม่นานว่าวที่นางประดิษฐ์ก็เสร็จเรียบร้อย ต้องขอบคุณของเล่นในวัยเด็กที่ตัวเองอยากได้ แต่ไม่มีปัญญาซื้อ จึงต้องหาไม้ไผ่มาทำขึ้นเอง ไปจนถึงกวนแป้งเปียก นางหยิบกระดาษแปะเข้าไป ในข้อความนี้มีคำกลอนซ่อนอยู่
มังกรโบยบินสู่ท้องนภา หงส์กางปีกกล้าหมายยึดทำรัง
แม้รู้ว่าชะตาคนคนนั้นไม่อาจขวางได้ แต่นางก็ขอเดิมพันอีกสักครั้ง ต้องวางแผนเพื่อการภายหน้าสำหรับตัวนางเอง หากนางไม่มีคนมีอำนาจเหนือฟ้าคนนี้ปกป้อง นางก็ไม่ต่างจากกระต่ายตัวหนึ่งที่กำลังจะเป็นอาหารหมาป่า
ลมหนาวพัดผ่านมาอีกครั้ง ว่าวที่นางประดิษฐ์ก็ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ตอนนี้คนที่ถามว่าต้องปีนกำแพงไหมกำลังปีนอยู่บนต้นไม้ มองออกไปด้านนอกเพื่อส่งสัญญาณ
“เจ้ามองหาบุรุษชุดสีฟ้า แต่งตัวคล้ายขันที มากับคนที่เหมือนขันทีอีกสองคน”
เย่วจูมองไปนอกกำแพง มองไปรอบ ๆ ด้านนอกที่เป็นตลาดห้างร้าน มีลำธารที่มองเห็นสะพานแต่ไกล ริมลำธารมีต้นหลิวปลูกอยู่ตลอดแนว สาวใช้กวาดตามองไปรอบ ๆ รอคอยอยู่นานก็เจอคนที่คิดว่าน่าจะใช่
“คุณหนูเจ้าขา บ่าวเจอแล้วเจ้าค่ะ”
คนที่ถือว่าวเอ่ยต่อ “รอจนเขาอยู่ใต้ต้นหลิวต้นใหญ่สุด แล้วบอกข้า”
คุณหนูแน่ใจได้อย่างไรว่าเขาจะหยุดตรงไหน รอคอยไม่นานสาวใช้ก็ต้องตะลึงเมื่อบุรุษที่คล้ายขันทีหยุดนั่งพักตรงนั้นจริง
จางลี่มองทิศทางลม ขอให้สวรรค์เข้าข้างนาง จากนั้นเมื่อนางคำนวณทิศแล้วก็ตัดว่าวในมือทิ้งทันที
บ่าวรับใช้มองทิศทางของว่าวที่กำลังพัดไปยังทิศทางของชายผู้นั้น ก่อนตกลงตรงหน้า ฮ่องเต้หยางเฟยเหลียวมองว่าวที่ตกตรงหน้า มองหาทิศทางของว่าวก็ไม่พบผู้ใดมาแสดงตัว เขาหยิบมันขึ้นมามองข้อความบนว่าว
ดวงตาเขาแข็งขึ้นแล้วลุกขึ้นมองไปรอบ ๆ แต่ก็ไม่พบคนที่ส่งมา พอมองปลายของว่าวก็เห็นว่ามีกิ่งไม้เล็กที่ทำเป็นรูปธนูติดอยู่
“จางกงกงไปสืบหาเจ้าของว่าวให้เรา” เขาไม่อาจวางใจได้อีกแล้ว แม้ที่ผ่านมาสตรีนางนั้นจะจ้องทำลายเขาก็ตาม แต่เมื่อมีคำเตือนจากผู้หวังดีที่ไม่รู้ว่าหวังดีหรือประสงค์สิ่งใดแน่ เขาจะต้องหาต้นตอให้ได้
ขันทีทั้งหลายเดินไปทั่วบริเวณก็ไม่พบคนเล่นว่าวสักคน เมื่อกลับมารายงานก็ยิ่งสร้างความประหลาดใจ ตอนนี้เขาหันไปมองบนฟ้า มองเห็นว่าวแบบเดียวกันลอยขึ้นอีกครั้ง
“เรารู้แล้วว่ามาจากที่ไหน”
ดวงตามังกรจับนิ่งที่เรือนใหญ่สุดของถนน จวนเสนาบดีฝั่งซ้ายฝ่ายตุลาการ จวนสกุลหลี่ หลี่ปิ่งเฉิง
เมื่ออยากรู้ก็ต้องหาคำตอบ เจ้ามังกรไม่ชอบให้เรื่องต้องค้างคาอยู่ บัดนี้ชายหนุ่มจำต้องเปิดเผยตัวตนของตัวเอง เมื่อเข้าไปในลานบ้านเขาก็กวาดตามองไปทั่ว มองดูเสนาบดีคุกเข่า ตอนนี้ว่าวยังลอยอยู่ เขาจึงเปลี่ยนทางเดินไปยังทิศดังกล่าว
“ฝ่าบาทจะเสด็จไปไหนพ่ะย่ะค่ะ”
เสนาบดีหลี่มองเห็นทิศทางแล้วยิ่งขมวดคิ้ว
“เราจะไปหาคนเล่นว่าว”
เมื่อมองทิศทางแล้วเสนาบดีหลี่ก็ยิ่งร้อนใจ รีบเอ่ยขัด “ทางนั้นมีเพียงเรือนร้างหามีผู้คนไม่ ฝ่าบาทอย่าเสด็จไปเลยพ่ะย่ะค่ะ”
ดวงตามังกรมองไปยังเสนาบดีแล้วชี้ไปยังว่าว “เจ้าบอกไม่มีคน แล้วผู้ใดเล่นว่าวอยู่” เพียงเท่านั้นเจ้าของเรือนก็เบิกตากว้าง จะเอ่ยห้ามก็ไม่ทันแล้วเมื่อเจ้าแผ่นดินเดินไปอย่างรวดเร็ว
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ทางนั้น”
ดวงตามังกรหันมองด้วยสายตาแข็งกร้าว ทำให้คนเรียกหยุดปาก ด้วยรู้ฤทธิ์ของมังกรตัวนี้ ไม่มีผู้ใดที่กล้าขัดพระประสงค์ได้
ไม่นานก็มาถึงเรือน ว่าวนั้นยังลอยอยู่ดังเดิม เขามองไปยังโซ่กุญแจที่คล้องอยู่หน้าประตูรั้วด้านนอก
“ใครอยู่ด้านใน”
“ไม่” เสนาบดีกำลังจะเอ่ยความเท็จ องค์มังกรก็เอ่ยขัดก่อน
“หากเจ้าเอ่ยความเท็จ เราจะปลดเจ้าออกจากตำแหน่งทันที”
เขาจะกล้าขัดได้เช่นไร เอาตำแหน่งแลกกับบุตรสาวที่ไม่เอาไหน
“เป็นบุตรสาวกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ นางทำผิดเลยถูกลงโทษ”
ต้องทำผิดขนาดไหนถึงได้ลงโทษรุนแรงเช่นนี้ เขาหันมองเสนาบดีอีกครั้ง
“เปิดประตู”
