บทที่ 8 8
เสียงอันทรงอำนาจเอ่ยจนเจ้าของจวนตัวสั่นเทา แล้วรีบใช้ให้บ่าวไขกุญแจเข้าไป เมื่อประตูถูกเปิดออกภาพที่ฮ่องเต้เห็นคือสตรีน้อยสวมชุดขาวสะอาดตา มีผ้าห่มขนสัตว์สีขาวห่อหุ้มร่างกาย กำลังดึงว่าวลงมา ก่อนคุกเข่าไปยังท้องฟ้าแล้วยกมือไหว้ขอพร
“ข้าน้อยหลี่ซูซู่ ขอให้ท่านพ่อท่านแม่สุขภาพแข็งแรง ขอให้พี่สาวแต่งงานอย่างมีความสุข เพียงเท่านี้ข้าก็พึงพอใจแล้ว”
เมื่อกล่าวจบประโยคนางก็ลุกขึ้น ในมือยังถือว่าวอยู่ ร่างบางนั้นเมื่อหันหลังกลับมาก็พบคนกลุ่มใหญ่ นางตกใจจนหน้าซีดเหมือนกระต่ายตื่นกลัว ยิ่งเมื่อเห็นบิดาก็รีบคุกเข่าตามเดิม
“ลูกไม่ได้ทำผิดอะไรนะเจ้าคะ แค่มาขอพรกับเทพเซียน”
“ขอพรแล้วเหตุใดต้องเล่นว่าวด้วย”
มีวิธีขอพรแบบนี้ไหนโลกที่ไหน บิดานางส่ายหน้ากับคนที่คิดเรียกร้องความสนใจ เรียกร้องคนอื่นไม่ได้ก็เล่นดึงฮ่องเต้มาเกี่ยวข้อง ทำให้เขาเหงื่อตกทั้งที่เป็นฤดูหนาว
ฮ่องเต้หยางเฟยเหลียวมองดรุณีตรงหน้า ใบหน้านางงดงามราวภาพวาด แววตาสั่น ๆ นั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ดูเหมือนนางจะทำเพื่อขอความช่วยเหลือ หาได้เพื่อขอพรอย่างที่พูด
แต่เหตุการณ์ทั้งหมดช่างเหมือนบุตรสาวที่รักของเขา บุตรสาวที่ต้องแต่งงานออกไปยังชนเผ่าห่างไกล ต้องพบเจอความลำบาก กว่าเขาจะช่วยกลับมาได้สภาพก็เหมือนคนเสียสติ
นางเหมือนบุตรสาวของเขาเหลือเกิน แต่เหตุการณ์เรื่องระหว่างองค์หญิงกับเขาก็มีเพียงเขาและบุตรสาวที่ทราบ คนอื่นจะทราบได้เช่นไรกัน นั่นยิ่งทำให้เขาสงสัยในตัวนาง
“เราอยากดื่มชา”
จู่ ๆ เจ้าแผ่นดินบอกอยากดื่มชา คนได้ยินก็วิ่งกันวุ่น และเชื้อเชิญให้ไปเรือนใหญ่
“จะยุ่งยากไปไย ในเมื่อข้ามาถึงเรือนนี้แล้ว ไม่ทราบแม่นางน้อยจะเลี้ยงน้ำชาข้าได้หรือไม่”
ดวงหน้าใสเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์เงยขึ้น หันมองบิดาเมื่อได้ยินเสียงบอกให้รีบไปจัดการ นางจึงรีบลุกขึ้นไปที่ครัว เย่วจูเดินตามออกมาเช่นกัน เมื่อมาถึงก็บอก
“คุณหนู บ่าวจะก่อไฟให้นะเจ้าคะ”
“ไม่ต้อง”
เย่วจูหันมองคุณหนู ไม่ก่อไฟแล้วจะชงชาได้เช่นไร “พวกเรากินอย่างไร แขกก็ต้องกินอย่างนั้น” จางลี่เหลือบมองกองไม้ฟืนที่เปียกชื้นยากที่จะก่อติด นางหยิบกาน้ำชาเย็นเฉียบ หันมองใบชาที่รสชาติแย่ยิ่งกว่าน้ำล้างเท้า
หญิงสาวถือถาดน้ำชาเดินไปยังชานเรือน มองทุกคนที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น มองบิดาที่เหงื่อตกยิ่งกว่าตอนฝนตก ตอนนี้ยังมีมารดาและพี่สาวที่รักมาร่วมด้วย ช่างน่าสนุกจริงแท้
นางยกถาดชาเข้ามาถวาย ก่อนนั่งคุกเข่าอยู่ใกล้ๆ เจ้าแผ่นดินมองถาดชา ก่อนยกกาขึ้นมาเทน้ำชาที่ไร้ความร้อนลงถ้วย ฮ่องเต้มองจางลี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม นางจึงเอ่ยว่า
“หม่อมฉันขออภัยที่ไม่มีน้ำชาร้อน เหตุเพราะฟืนในครัวเปียกชื้น”
“เปียกชื้นเช่นนั้นหรือ” ฮ่องเต้ปรายตาไปทางบิดาของนางก่อนฟังนางพูดต่อ
“ปกติแล้วบิดาจะส่งฟืนมาให้ทุกสามวัน แต่วันนี้เกิดเหตุล่าช้าด้วยเหตุใดไม่ทราบ จึงไม่ได้นำมาให้เพคะ”
เสนาบดีหันมองบุตรสาว เรื่องฟืนเขาไม่เคยรับปาก แทบจะไม่สนใจไยดีด้วยซ้ำ เขามองโอรสสวรรค์อย่างเกรงๆ แล้วรีบหันไปดุบ่าวข้างตัวแทน
“พวกเจ้าทำงานยังไง ยังไม่รีบไปขนฟืนมาเติมอีก”
“ท่านพ่อเจ้าคะ เรื่องเตาอุ่นที่ท่านพ่อรับปาก ลูกไม่รีบนะเจ้าคะ”
นอกจากฟืนแล้วยังมีเตาอุ่นอีก เจ้าแผ่นดินหันมองไปด้านหลัง เรือนเก่าผุคงทำให้แผ่นกระดาษบางลง ยากจะต่อกรกับลมหนาว
บิดาจวนนี้เลี้ยงดูบุตรเช่นไร คนหนึ่งให้ทุกอย่างพร้อมสรรพ แต่อีกคนกลับเลี้ยงดูแย่กว่าบ่าวในเรือนเสียอีก
แม้ขนสัตว์ที่สวมใส่จะนุ่ม แต่ดูจากสภาพก็รู้ว่าใช้มาหลายปี มีรอยซ่อมแซมด้วยด้ายโดยรอบ
“เราต้องการความเป็นส่วนตัว” เพราะมาเยี่ยงสามัญชนเขาจึงทำตัวเช่นบิดา ไม่ได้ถือตัว พอเห็นเจ้าของจวนที่ไม่อยากไปก็เอ่ยเสียงดุ
“ท่านเริ่มแก่จนเลอะเลือนไม่ฟังเราที่พูดแล้วหรือ ถ้าเช่นนั้นเราคงต้องให้ท่านพักรักษาตัวสักระยะหนึ่งดีไหม”
เสนาบดีหลี่มองเจ้าแผ่นดิน กลัวแต่ว่าจะพักยาวเสียมากกว่า จึงรีบก้มแล้วออกไป บัดนี้เรือนนี้มีเพียงนางกับฮ่องเต้
ดวงตามังกรมองสตรีที่คุกเข่าแล้วเอ่ย
“เลิกเล่นได้แล้ว เงยหน้าขึ้นมา”
ฮ่องเต้องค์นี้ฉลาดมาก นางเล่นละครตบตาคนอื่นได้ เขาก็จับได้แต่แรก นางจึงเงยหน้ายิ้มให้เขา โดยปราศจากใบหน้าซีดเซียวก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
จางลี่ลุกขึ้นแล้วเผชิญหน้ากับมังกร
“เรื่องคำทำนาย”
นางยิ้มตอบกลับ “เป็นจริงเพคะ อีกสองเดือนจะมีพระราชสาส์นจากเผ่าเกอร์ฉู่ ส่งบรรณาการสตรีนางหนึ่งมาให้พระองค์”
สตรีผู้นี้มีนามว่าม่านหลัวเฟย นางมีใบหน้างดงามเหนือสตรีอื่นในแผ่นดิน ทำให้แผ่นดินสะเทือน บัลลังก์สั่นคลอน จนเป็นเหตุให้เขาต้องจบชีวิต แต่สิ่งที่นางต้องการไม่ใช่อำนาจหรือสตรีข้างกายเขา แต่เป็นอีกคนต่างหาก
และถึงแม้ว่าเขาจะตายหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับนาง ตอนนี้นางขอแค่ราชโองการหนึ่งฉบับเท่านั้น
ฮ่องเต้หยางตงเฉียงนั้นเดิมทีก็มีฮองเฮากับเขา แต่เพราะถูกอำนาจกดดันทำให้ฮองเฮาถูกเนรเทศไปตำหนักเย็นจนสิ้นพระชนม์ ทำให้พระองค์เสียพระทัยมาก จากนั้นเป็นต้นมาเก้าอี้หงส์ก็ร้อนเป็นไฟ วังหลังต่างแย่งชิงเพื่อครอบครองมัน
