บทที่ 1 การปรากฏตัวของมนุษย์ตัวจ้อย(1)

แสงแดดสีส้มจากดวงอาทิตย์คู่ที่ลอยซ้อนกันอยู่กลางฟ้าของดาวเคราะห์ X-49 ทะลุผ่านม่านหมอกหนาทึบที่ห่อหุ้มป่าดึกดำบรรพ์ขนาดมหึมา เสียงปืนพลาสม่าและสัญญาณเตือนภัยจากชุดเกราะสะท้อนก้องทั่วรอบบริเวณเหมือนบทสวดต้อนรับความตาย

ลีโอเนล เฟรย์ฮอร์น ยังคงก้มต่ำและหมอบแนบอยู่หลังซากยานสำรวจ ซึ่งพังยับเยินหลังจากการจู่โจมของสิ่งมีชีวิตต่างดาว ในตอนเเรกเขาคิดว่าพวกมันคงเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาเเละมีสมองทึมทื่อที่สามารถจัดการได้ง่ายๆ

เเต่เขาคิดผิด...

พวกมันปราดเปรียวเเละฉลาดมากกว่าที่คิด ทำให้ทหารที่เคยผ่านสมรภูมิอย่างเขาถึงกับอับจนหนทาง ทำได้เพียงหลบอยู่หลังซากยานเเละส่งเสียงครางต่ำด้วยความเจ็บปวด ทว่ากลิ่นเลือดเเห้งกรังทำให้สติอันน้อยนิดของเขาไม่กระเจิดกระเจิงไปเสียก่อน

"ห่าอะไรวะเนี่ย ไอ้พวกสารเลวเอ๊ย!"

เขาสบถเสียงดังลั่นเมื่อพบว่านักวิจัยเเละนายทหารหลายนายกลายเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณ เเละเขาก็เป็นมนุษย์ที่เหลือรอดเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางเศษซากชิ้นเนื้อเเละซากเหล็กกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น แรงระเบิดเมื่อครู่นี้ส่งเขากระเด็นจากจุดปะทะมาไกล เมื่อลืมตาตื่นก็พบว่าทุกอย่างมันสายไปเสียเเล้ว

".....!!"

ลีโอเนลจึงพยายามตั้งสติ ทั้งที่ยังไม่แน่ใจว่าบาดแผลที่ซี่โครงด้านซ้ายสาหัสแค่ไหน เขากัดฟันลุกขึ้นด้วยแรงเฮือกสุดท้ายและคว้าปืนพลาสม่าคู่ใจมาไว้กับตัว ร่างสูงใหญ่ของเขาซึ่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นเปรี๊ยะภายใต้ชุดเกราะดำสะท้อนเงา ขยับตัวอย่างเงียบเชียบพลางหันมองรอบด้านด้วยสายตาระแวดระวัง

ทว่าในตอนที่เขากำลังจะก้าวขาออกจากจุดซ่อน เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่หนักแน่นบางอย่างก็ดังขึ้นจากทุกทิศราวกับฝูงสัตว์ล่าเนื้อ เขาจึงขยับปลายนิ้วไปที่ไกปืนพร้อมทั้งเงี่ยหูฟังเสียงรอบด้านด้วยสีหน้าเครียดจัด และเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ดวงตาสีทองคู่หนึ่งก็โผล่ออกมาจากความมืดหลังพุ่มไม้สีดำสนิท ก่อนจะตามมาด้วยอีกหนึ่งคู่ จากนั้นก็ตามมาอีกหลายคู่ รวมทั้งหมดเจ็ดคู่ซึ่งเรืองแสงวาววับอยู่ภายในเงามืดอันแน่นขนัด

"อะ อะไรวะเนี่ย!"

พวกมันเดินออกมาจากความมืดโดยไม่มีท่าทีคุกคามแต่กลับแผ่คลื่นความกดดันบางอย่างที่แปลกประหลาด ร่างของพวกมันสูงใหญ่มหึมาราวกับรูปปั้นโลหะเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ กล้ามเนื้อของมันแน่นตึงจากหัวจรดปลายเท้า ผิวกายสีดำสนิทเเวววาวเหมือนของเหลวที่แข็งตัวแล้วห่อหุ้มกล้ามเนื้อข้างในไว้อย่างแน่นหนา ขณะที่ดวงตาสีทองสว่างกำลังจับจ้องเหยื่อคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียว

กรรรรร~

ลีโอเนลเล็งปืนอย่างไม่ลังเล และเมื่อหนึ่งในพวกมันขยับเขาก็ลั่นไกอย่างแม่นยำ พลาสม่าลูกนั้นพุ่งตรงเข้ากลางอกของสิ่งมีชีวิตตรงหน้าเต็มแรง

ทว่า...มันไม่แม้แต่จะถอยหลังหรือแสดงความเจ็บปวด เหมือนว่าการโจมตีนั้นไม่สามารถระคายพื้นผิวของมันเลยเเม้เเต่น้อย

"พระเจ้า!...พวกมึงเป็นอมตะหรือไงวะ ไอ้บ้าเอ๊ยยยยยย!"

เขากำลังจะลั่นไกอีกครั้งแต่กลับรู้สึกถึงเเรงมหาศาลกระเเทกเข้าที่หน้าอก ร่างของเขาถูกเหวี่ยงขึ้นจากพื้น ก่อนจะถูกกระแทกเข้ากับลำต้นไม้ขนาดยักษ์ที่อยู่ด้านหลังอย่างรุนแรง วินาทีนั้นภาพทุกอย่างหมุนคว้างก่อนจะดับวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว

เขา...คิดว่าตัวเองคงต้องตายเเล้วเเน่ๆ

เขาฟื้นขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางแสงสีน้ำเงินที่สาดส่องลงมาจากเพดานถ้ำด้านบน ขณะที่ร่างของเขาถูกวางลงบนเเท่นหินเย็นเฉียบราวกับน้ำเเข็ง

เเต่ที่น่าเเปลก คือทั่วทั้งร่างของเขาไร้ซึ่งบาดเเผลน้อยใหญ่ เเละเเม้ว่าเขาจะปวดเมื่อยกล้ามเนื้อราวกับออกกำลังกายมาอย่างหนัก เเต่สติที่เคยหลุดลอยกลับเเจ่มชัดขึ้นมาทีละนิด

อ่า...ในช่วงเวลาเเห่งความสับสนนั่นเอง เสียงฝีเท้าและแรงสั่นสะเทือนรอบข้างก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองโดยรอบก็พบว่าตัวเองกำลังถูกล้อมด้วยสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาทั้งเจ็ด วินาทีนั้นใบหน้าของเขาซีดเผือดเเละดวงตาสั่นระริก นั่นเพราะนอกจากพวกมันจะจ้องมองร่างกายของเขาเขม็ง ยังส่งเสียงคำรามต่ำราวกับปรึกษากันว่าจะกินส่วนไหนก่อนดี

"....!!"

ชิบหายเเล้ว! หนี เขาต้องหนีก่อนจะโดนรุมกินโต๊ะจีน

เขาขยับตัวเล็กน้อยและพบว่าทุกการเคลื่อนไหวของเขาทำให้พวกมันขยับตามพร้อมกัน ทำราวกับว่าไม่ต้องการให้เขาหลุดรอดออกไปจากตำแหน่งตรงกลาง และแม้ว่าเขาจะไม่มีโซ่หรือกรงล้อมไว้ แต่ก็ชัดเจนแล้วว่าพวกมันไม่ต้องใช้สิ่งเหล่านั้นเลยในการกักกันมนุษย์เพียงคนเดียว

“พวกมึง...ตะ...ต้องการอะไรจากกูวะ” เสียงของเขาดังขึ้นพร้อมกับลมหายใจขาดห้วง พร้อมทั้งเงยหน้ามองอสูรกายสีดำเมื่อมจนคอเเทบเคล็ด

ให้ตายเถอะ! นอกจากพวกมันจะตัวใหญ่ราวกับยักษ์ กล้ามยังเเน่นขนัดยิ่งกว่านักรบอย่างเขาเสียอีก

"พวกมึง ฟังที่กูพูดรู้เรื่องไหม?"ลีโอเนลโบกมือไปมา ทำให้สิ่งมีชีวิตต่างดาวเริ่มล้อมวงเข้ามาใกล้ขึ้นอีก ก่อนย่อตัวลงเล็กน้อยจนดวงตาสีทองของมันอยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าของเขา พร้อมทั้งเอื้อมมือใหญ่ๆ เข้ามาใกล้เเละสัมผัสลาดไหล่กำยำเเละหน้าอึกตึงเเน่นของมนุษย์เบื้องหน้าอย่างช้าๆ

"....!!"

การกระทำดังกล่าวทำให้ลีโอเนลถึงกับใบ้กินไปชั่วขณะ ไม่กล้าขยับเเละไม่กล้าต่อต้านเลยเเม้เเต่น้อย ทว่าเพียงอีกฝ่ายถอยร่นออกไปยืนที่เดิม อีกตัวหนึ่งก็เข้ามาแทนที่และทำแบบเดียวกัน ราวกับพวกมันกำลังตรวจสอบหรือยืนยันบางอย่าง

เเต่ในจังหวะที่ตัวสุดท้ายบีบหน้าอกของเขาจนรู้สึกเจ็บเเปลบ เขาก็ตอบสนองด้วยการฟาดมือใส่เเละเเผดเสียงดังลั่นด้วยความกรุ่นโกรธ

“พวกมึงคิดว่ากูเป็นอะไร กูไม่ใช่สัตว์เลี้ยงนะเว้ย จะกินก็กิน จะบีบให้ไส้กูทะลักออกทางปากเลยมั้ย!”

"......"

ไม่มีเสียงใดตอบกลับ มีเพียงคลื่นความถี่บางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวของพวกมันดังสะท้อนอยู่ภายในถ้ำ

บทถัดไป