บทที่ 3 การเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี(1)

ท่ามกลางความตกตะลึงของมนุษย์เพียงหนึ่งเดียว มือใหญ่ๆ ก็เริ่มเเตะสำรวจไปทั่วทั้งร่าง สัมผัสต่อมเหงื่อเเละทุกจุดที่ไวต่อสัมผัส โดยเริ่มจากขมับ ลำคอ ร่องอก เอว สะโพก และต้นขาตึงเเน่น

“สัญญาณภายในเริ่มเปลี่ยน อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น ระบบสืบพันธุ์เริ่มมีสัญญาณตื่นตัว"

"ผสมพันธุ์ได้หรือยัง"

"ยัง"

เหล่าพ่อพันธุ์เริ่มส่งเสียงครางอื้ออึง เเต่สำหรับลีโอเนลเเล้ว เขาคิดเเค่เรื่องเดียวเท่านั้น...

“พวก… พวกมึงจะเอากูไปย่างกินสินะ… เลียเสร็จเเล้วอย่าลืมทาด้วยซอสมะเขือเทศหล่ะ ไอ้หน้าปลาจวด!"

ต้องปรับสภาพอีกหน่อย ค่อยๆ ใส่ลงไปดีกว่า”

หลังจากการสนทนาจบลง เอเลี่ยนหนุ่มก็โน้มลงมาใกล้ใบหูของเขา ก่อนที่ปลายลิ้นเปียกชื้นของมันจะเลื้อยวนแตะข้างลำคอแล้วลากต่ำลงมาที่ไหปลาร้า ผลักร่างที่ยืนสั่นระริกให้นอนเเนบลงกับพื้นหินเย็นเฉียบ เเต่เมื่อเขาคิดจะกลิ้งหนี ก็ถูกฝ่ามือใหญ่หลายคู่จับตรึงทั้งเเขนเเละขาจนขยับเเทบไม่ได้

“เห้ย! จะกินเเล้วเหรอวะ? เดี๋ยวก่อนสิ ขอเวลาอีกหน่อย อื้อ….”

เอเลี่ยนอีกตัวคร่อมทับร่างของเขาจากด้านบน พร้อมกับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นประหลาดที่เเผ่ออกมาจากผิวหนังดำมะเมื่อม ก่อนที่ลิ้นยาวๆ จะทะลวงเข้ามาภายในโพรงปากของเขาเเล้วส่งของเหลวอุ่นร้อนเข้ามาอีกครั้งอย่างง่ายดาย

“อื้อ…” เขาพยายามปรับลมหายใจเเละผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้มากที่สุด เพราะจากประสบการณ์เมื่อครู่ หากเขาดิ้นรนขัดขืนก็จะยิ่งทำให้เขาทรมานมากขึ้นกว่าเดิม

เเต่…ดูเหมือนว่าจะไร้ผล เพราะทันทีที่ของเหลวดังกล่าวไหลผ่านลำคอเขาก็รู้สึกร้อนวูบวาบเเละอยากอาเจียนอย่างหนัก ทว่าเขาทำได้เพียงนอนนิ่งๆ จนอีกฝ่ายถอนลิ้นออกไปอย่างช้าๆ

“เเค่ก! เเก…กูบอกว่าอย่าใส่ของเเปลกๆเข้ามาไง ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ ประสาทกลับกันหมดเเล้วหรือไง?”

เขาตวาดเเว้ดทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า เเต่นอกจากพวกมันจะไม่ฟังเเล้วยังจ้องมองเขาด้วยสายตาวาววับ ลูบไล้ร่างกายของเขาหนักๆ เเล้วถอยออกไปเพื่อให้ตัวใหม่เข้ามาเเทนที่

ครืดดดดด~!!

เบาเบิกตามองเอเลี่ยนตัวที่สามที่โน้มตัวลงมาอย่างใจเย็น ทว่าเมื่อเห็นลิ้นยาวๆ ที่ยื่นเข้ามาใกล้ร่างกายของเขาก็สั่นระริก ภายในรู้สึกปั่นป่วนจนอยากต่อยตัวเองให้หน้าเเหกสักทีสองที

เเต่ไม่รู้ทำไม…ยามลิ้นร้อนสอดเข้ามาในโพรงปากเขาถึงรู้สึกทรมานน้อยลง รู้ตัวอีกทีก็หลับตาพริ้มเเล้วยอมรับของเหลวรสชาติคาวจัดลงสู่ลำคอ วินาทีนั้นร่างกายของเขาก็รู้สึกร้อนวูบวาบมากขึ้นกว่าเดิม ผิวทุกตารางนิ้วไวต่อสัมผัสเเละรู้สึกคันยิบๆ ราวกับถูกมดรุมกัดนับร้อย

ทว่า…สุดท้ายสติเลือนลางของเขาก็เริ่มกลับคืนมา เงี่ยหูฟังเสียงคลื่นความถี่ประหลาดที่ดังอยู่รอบตัวไม่หยุด

“อีกนิดเดียว เขาจะพร้อมรับสารพันธุกรรมของพวกเราเเล้ว”

“ต้องกระตุ้นการสร้างรังไข่อีกหน่อย ไม่เช่นนั้นร่างกายของเขาจะรับไม่ไหว”

“กลิ่นฟีโรโมนหอมมาก ข้าอยากผสมพันธุ์”

“รออีกนิด…”

ลีโอเนลขมวดคิ้วมุ่นเมื่อลิ้นร้อนๆ ถูกชักกลับไปอย่างกระทันหัน เขาไอโขลกพร้อมกับน้ำหูน้ำตาไหลอย่างน่าอนาถ เเต่เมื่อเอเลี่ยนอีกตัวทำท่าจะคร่อมทับลงมาเขาก็รีบยกมือกั้นเอาไว้ ก่อนเเผดเสียงออกมาจนเเก้วหูสั่นสะเทือน

“โอ๊ย… หยุด…กูไม่ใช่สัตว์เลี้ยงนะเว้ย พวกมึงแม่งจะป้อนอะไรอะไรนักหนา สรุปว่าพวกมึงจะขุนกูให้อ้วนก่อนเเล้วค่อยจับกินใช่ไหม?”

ลีโอเนลด่าไปหอบไปจนร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความกรุ่นโกรธ กล้ามเนื้อหดเกร็งเเละเม็ดเหงื่อไหลย้อยจนผิวเนื้อวาววับ เเต่ทว่า…

เขาด่าไปหอบไป เหงื่อซึมชื้นจนต้นคอหยดลงอก กล้ามอกเปียกจนเงาวาว ร่างกายเริ่มสั่นเล็กน้อยเพราะไม่สามารถควบคุมปฏิกิริยาได้เต็มที่

กระทั่งเอเลี่ยนหนุ่มตัวที่สี่ขยับเข้ามาคร่อมทับ มันใช้ปลายลิ้นเลียกล้ามหน้าท้องตึงเเน่นเลยขึ้นมายังเเผ่นอกสั่นสะท้าน เเล้วส่งเสียงครางต่ำด้วยความพึงพอใจ

“ยอดอกเริ่มแข็งตัว ร่างกายเริ่มไวต่อสัมผัสมากขึ้น มีการพัฒนาเนื้อเยื่อเพื่อรองรับการสืบพันธุ์”

ดวงตาสีทองมองร่างเล็กจ้อยที่บิดไปมาด้วยความทรมาน เเละเเม้ว่าเเม่พันธุ์จะส่งเสียงครวญครางจนเเสบเเก้วหู เเต่เอเลี่ยนหนุ่มก็ยังมองว่าเขาน่าทะนุถนอมอยู่ดี

“กู…กูจะไม่…ไม่ยอม…ให้พวกมึงกินทั้งเป็นเเน่นอน ไอ้พวกหน้าส้นตีนเอ๊ย!”

ภายในถ้ำขนาดใหญ่สั่นสะเทือนอย่างหนัก เอเลี่ยนหนุ่มเจ็ดตัวค่อยๆ ก้มมองเรือนร่างเปลือยเปล่าที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งจนอยากกลืนกิน ขณะที่ปากเล็กๆ ยังคงเเผดเสียงดังลั่นราวกับวันสุดท้ายของชีวิต

อนิจจา…ต่อให้ลีโอเนลจะอยู่ในสถาณการณ์ย่ำเเค่ไหน สุดท้ายเขาก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นเพียงก้อนเนื้อชิ้นโตที่รอวันถูกกินอยู่ดี

ลีโอเนล ไม่เคยคิดเลยว่าการเป็นทหารระดับหัวกะทิที่ผ่านภารกิจเสี่ยงตายมานับไม่ถ้วน จะทำให้เขาต้องมานั่งคู้ตัวอยู่กลางถ้ำประหลาด โดยมีสิ่งมีชีวิตสูงเกือบสามเมตรล้อมเขาไว้ด้วยสายตาที่ดูยังไงก็ไม่ใช่มิตรภาพระหว่างเผ่าพันธุ์

เเละเเม้ว่าร่างกายของเขาจะยังคงเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นๆ แขนขาใหญ่และทรงพลังจนสามารถชกหุ่นเหล็กพังได้ในสามหมัด แต่ในสายตาของสัตว์ต่างดาวพวกนี้ เขากลับถูกมองไม่ต่างจากลูกหมาตัวน้อยที่บังเอิญหลงเข้ามาอยู่ในรังของพวกมัน

"ป้อนจนครบทุกตัวแล้วหนิ ยังต้องการอะไรอีก หรือพวกมึงปรึกษากันว่าจะแทะส่วนไหนก่อนดี?"

"....."

"มองหาพระแสงอะไร ไม่เคยเห็นมนุษย์เหรอ? อ้อ...ลืมไปว่าพวกมึงมันโง่! ไม่แปลกที่จะฟังภาษามนุษย์ไม่ออก โง่เหมือนควายจริงๆ"

เสียงฝีเท้าและลมหายใจหนักๆ ของฝูงสิ่งมีชีวิตประหลาดยังคงก้องสะท้อนอยู่รอบตัวเขา พวกมันขยับอย่างช้าๆ ทีละก้าวเหมือนพยายามไม่ให้เขาตกใจ ทว่าในความรู้สึกของลีโอเนล นี่คือพฤติกรรมของนักล่าที่กำลังตีวงล้อมรอบเหยื่อ

ทว่า...เขาไม่ได้สังเกตเลยสักนิด ว่าเอเลี่ยนพวกนี้อยู่ไม่ครบเจ็ดตัวเหมือนอย่างเคย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป