บทที่ 5 การเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี(3)

เฮือก!!

ใบหน้าของเขาซีดเผือด ดวงตาสองข้างเบิกโพลงเเละมือไม้สั่นระริก เเต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น เลือดทหารในกายก็ดันเดือดพล่านเเล้วตะโกนออกมาสุดเสียง

"โอ๊ยยยยย! ลูบทำเหี้ยอะไร๊! กูรู้นะว่ามึงเตรียมจะถอนขนกูก่อนเอาไปดองหน่ะ"

ตัวที่อยู่ด้านขวาขยับเข้ามาพร้อมวัตถุแปลกประหลาดที่ดูเหมือนไม้คนกาแฟขนาดยักษ์ จุ่มลงในอ่างน้ำสีม่วงแล้วคนเบาๆ จากนั้นก็ชี้ให้เขาลงไปนั่งในอ่างอย่างงงๆ

"ไม่! กูไม่ลงเด็ดขาด อย่ามายุ่งกับกูนะไอ้พวกหน้าปลาจวด คิดว่าคนเยอะกว่าจะทำอะไรก็ได้เหรอ มนุษยธรรมมีบ้างไหม ไอ้ควายยยยยยย!!"

ถึงเขาจะด่าจนคอเเทบเเตกก็ไร้ผล พวกมันยังพากันเดินล้อมวงเข้ามาอย่างช้าๆ ขณะที่เขาตั้งการ์ดเตรียมสู้ราวกับเป็นวันสุดท้ายของชีวิต

ทว่าก็เหมือนเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง เพราะนอกจากพวกมันจะไม่หวั่นเกรงต่อทางท่างจนตรอกของเขา ยังใช้มือใหญ่ๆ ยึดสะโพกเเล้วออกเเรงยกร่างของเขาขึ้นอย่างง่ายดาย

อ๊ากกกกกก! ไอ้พวกวิปริตเอ๊ยยยยยยยย!!

“ไม่! กูไม่ลงไปนะ กูไม่ลงไป หยุด! พวกมึงฟังกู๊ววววววววว…!!”

เสียงสุดท้ายถูกกลืนหายไปทันทีที่ร่างเปลือยเปล่าของเขาถูกหย่อนลงในน้ำสีม่วงที่เย็นราวกับน้ำเเข็ง ความตกใจเเละความหวาดกลัวทำใ้ห้เขาดิ้นพล่านจนของเหลวสาดกระเซ็น ทว่ายิ่งเขาดิ้นของเหลวก็ยิ่งมีความหนืดคล้ายกับเจลจนเขาหมดเเรงอย่างรวดเร็ว

และทันใดนั้นเอง…เขาก็รู้สึกว่ารูขุมขนของเขาเปิดออก ปล่อยให้ของเหลวดังกล่าวไหลซึมเข้าสู่ชั้นผิวหนังจนร่างกายของเขารู้สึกปวดร้าวไปถึงกระดูก

“โอ๊ย…นี่มัน…อะไรวะ…” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาขาดห้วงจนฟังเเทบไม่ได้ศัพท์ ขณะที่สายตาเจ็ดคู่กำลังจ้องมองมาอย่างนิ่งงัน ตรงข้ามกับเขา ที่ดวงตาสองข้างเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาเอ่อคลอด้วยความหวาดกลัว กระทั่งความเจ็บปวดค่อยๆ เลือนหายเเล้วเเทนที่ด้วยความเบาสบายราวกับไร้น้ำหนัก

“ดูเหมือนว่าจะได้ผล ของเหลวนั่นจะช่วยปรับสภาพร่างกายของเเม่พันธุ์ให้มีความยื่นหยุ่น เเละช่วยเร่งกระบวนการการสร้างรังไข่ให้สามารถรองรับน้ำเชื้อได้ปริมาณมาก”

“หลังจากนี้มนุษย์ผู้นี้คงยอมให้พวกเราสัมผัสมากขึ้น”

ลีโอเนลสะดุ้งโหยงเมื่อเสียงในหัวชัดมากกว่าทุกครั้ง เเละเเม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจทุกประโยค เเละก็พอจับใจความได้ว่าพวกมันต้องการขยี้ร่างของเขาให้เละเหมือนเนื้อบด

“กูยังไม่ยอมอะไรทั้งนั้นเว้ย!…พวกมึงอย่าพูดเองเออเองได้ไหม กูเหนื่อยจะกลัวพวกมึงเเล้วนะ”

ด้วยความโมโหเขาจึงพยายามตะเกียกตะกายขึ้นอ่างด้วยความยากลำบาก เเต่เจลสีม่วงกลับดูดร่างของเขาเอาไว้ให้เคลื่อนไหวช้าลง โดยมีร่างสูงใหญ่ของเอเลี่ยนเจ็ดตัวยืนล้อมรอบอ่างเเละส่งเสียงครืดคราดตลอดเวลา

“แม่ง! น่ารำคาญชิบหาย นี่กูกำลังเผชิญหน้ากับเอเลี่ยนส้นตีนอะไรวะเนี่ย!”

เขาทิ้งตัวลงนั่งเเช่ในอ่างด้วยความหงุดหงิด ในขณะที่เอเลี่ยนตัวหนึ่งโน้มตัวลงมาเเล้วเลียข้างเเก้มของเขาอย่างช้าๆ ก่อนหันไปพยักหน้ากับตัวอื่นราวกับบอกว่ารสชาติของเขาอร่อยมากขึ้นกว่าเดิม

“โอ๊ย มึงจะชิมอะไรนักหนาวะ! ไอ้เชี่ยเอ๊ยยยย!”

และเพราะเขาดิ้นหนักจนลื่นไถลไปอีกฝั่ง ตัวเขาจึงถูกดึงออกมาจากอ่างอย่างกระทันหัน ก่อนจะถูกวางเเหมะลงบนเตียงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงเเผ่นหินเย็นเฉียบ เเต่ตอนนี้กลายเป็นรังที่ทำมาจากเส้นใยหนานุ่ม ความใหญ่ของรังมากพอที่จะให้เขากลิ้งไปกลิ้งมาได้อย่างสบายๆ ซึ่งมันทำให้คำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวอย่างเลี่ยงไม่ได้

หรือว่า…พวกมันคิดว่าเขาเป็นเด็กเร่ร่อนเลยเก็บมาเลี้ยง? พวกมันไม่ได้คิดจะกินเขาตั้งเเต่เเรก เเต่อยากเลี้ยงดูเพราะหน้าตาของเขาหล่อเหลาเกินไป?

เขาพยายามคิดเข้าข้างตัวเองอย่างสุดชีวิต ก่อนจะก้มมองกล้ามอกเเละกล้ามหน้าท้องของตัวเองด้วยสายตาละห้อย

เห้อ…หุ่นดีดีเเบบนี้ ถ้าตายไปพวกสาวๆ คงเสียดายเเย่

หลังจากเหตุวุ่นวายเรื่องการแช่เจลสีม่วงนั่นสงบลง บรรดาสิ่งมีชีวิตประหลาดทั้งเจ็ดก็หยุดการกระทำประหลาดใส่เขาชั่วคราว ถ้ำทั้งถ้ำก็ตกอยู่ในความเงียบที่เต็มไปด้วยเเรงกดดัน

ซึ่งเเรงกดดันดังกล่าว ก็มาจากร่างยักษ์ทั้งเจ็ดที่กำลังล้อมวงมองเขาอย่างไม่ละสายตา จนลีโอเนลต้องถอนหายใจเฮือกหนึ่งด้วยความรู้สึกเหนื่อยหน่าย

เห้อ…กรรมของเวรจริงๆ เป็นทหารอยู่ดีดีไม่ชอบ ชอบมาเป็นเชลยศึกให้กับเอเลี่ยนโง่เง่าไร้สมอง

เขาพลิกตัวนอนหงายเเล้วไขว้ขาอย่างเกียจคร้าน ไม่ได้สำนึกเลยว่าร่างกายของเขากำลังเปลือยเปล่า ช่วงล่างเปิดเผยให้เเก่สายตาเจ็ดคู่ที่จ้องมองมาด้วยความสนอกสนใจ

ครืดดดด~!!

เอเลี่ยนตัวหนึ่งส่งเสียงครางต่ำเเล้วเเลบลิ้นเลียปลายเท้าที่สั่นยิกๆ อย่างเพลิดเพลิน ทำให้ผู้ถูกเลียถึงกับสะดุ้งโหยงเเล้วลุกขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยความหวาดระเเวง

“ตกลง…พวกมึงจะเอายังไงกับกูกันแน่…” เขาเอ่ยถามเสียงสั่น หากเเต่เเววตากลับเเข็งกร้าวอย่างเห็นได้ชัด

“…..”

“คือกูต้องเดาเอาเองใช่ไหม ต้องคิดทุกวินาทีว่าพวกมึงจะกินกูเมื่อไหร่ จะจับเเยกชิ้นส่วนตอนไหน หรือจะเลี้ยงดูให้อ้วนเหมือนหมูหรือเปล่า?”

ความเงียบยังคงเป็นคำตอบที่น่าหงุดหงิดที่สุด ดวงตาสีทองสว่างยังคงจดจัองร่างกายของเขาอย่างเงียบๆ ทว่าจู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นมาในหัวอีกครั้งจนคิดว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นบ้า

“เจ้าคือแม่พันธุ์ของฝูงเรา”

“….?”

“เจ้าต้องช่วยพวกเราเเพร่พันธุ์ เผ่าของเราไม่สามารถเเพร่พันธุ์ได้ด้วยตัวเอง จำเป็นต้องอาศัยเเม่พันธุ์จากสปีชีส์อื่น เเละเจ้าคือผู้ถูกเลือก”

ในจังหวะนั้นลีโอเนลแทบหยุดหายใจไปชั่วขณะ ใบหน้าที่เปื้อนหยาดน้ำจากเพดานเงยขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาสองข้างเบิกโพลงและเต็มไปด้วยความตกตะลึง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป