บทที่ 9 เเผนการหลบหนี

เเผ่นอกหนาสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจ เม็ดเหงื่อไหลซึมเเละสะโพกตึงเเน่นสั่นสะท้านอย่างหนัก

“ทำไมชีวิตกูถึงกลายเป็นแบบนี้วะเนี่ย…”

เขาคร่ำครวญในใจขณะที่พ่อพันธุ์อีกหกตัวเดินออกจากถ้ำไปอย่างเงียบๆ พร้อมกับเสียงเเหบพร่าหกสายดังขึ้นมาในหัวพร้อมกัน

“พวกเราต้องออกไปหาแร่ธาตุและอาหารเสริมมาให้แม่พันธุ์ พวกเราจะกลับมาก่อนอาทิตย์ตกดิน”

“ข้าจะเฝ้าไว้เอง” พ่อพันธุ์จ่าฝูงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักเเน่น ทว่ามันกลับทำให้ลีีโอเนลรู้สึกเดือดปุดๆ หันขวับไปมองร่างสูงใหญ่ด้วยสายตาอาฆาต

"เหอะ! จะอยู่ทำซากอะไร จะไปไหนก็ไป เกิดมาทั้งชีวิตยังไม่เคยโดนกักขังเเบบนี้มาก่อนเลย พวกมึงเป็นใครถึงกล้าทำเเบบนี้วะ!"

เอเลี่ยนหนุ่มก้มมองเรือนร่างเปลือยเปล่าด้วยสายตาวาววับ หากเเต่เสียงที่เอ่ยออกมาช่างเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก

"ตัวอื่นในฝูงกำลังออกไปหาอาหารมาให้เจ้า ข้าเเข็งเเกร่งที่สุดย่อมต้องเป็นผู้เฝ้ารัง"

เมื่อได้ยินดีงนั้นลีโอเนลก็ขมวดคิ้วมุ่น ลมหายใจฟืดฟาด ก่อนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

“หาอาหารเหรอ…หาอะไร หาหมูหาหมา หรือหามนุษย์คนใหม่ไปผสมพันธุ์วะไอ้พวกหน้าด้าน!”

ถึงเเม้จะถูกตะคอกหรือด่าจนเเก้วหูสะเทือน เเต่ก็ไม่ได้ทำให้พ่อพันธุ์จ่าฝูงรู้สึกขุ่นเคืองเลยเเม้เเต่น้อย ยังคงทำหน้าที่ยามเฝ้ารังเเละเเผ่กลิ่นอายปกคลุมเรือนร่างเปลือยเปล่าด้วยความซื่อสัตย์?

เเละท่าทางเย็นชาราวกับก้อนน้ำเเข็งนั่นเเหละ ที่ทำให้ลีโอเนลรู้สึกหมั่นไส้จนอยากตบให้เละคามือ

หน็อย...เมื่อวานยังทำท่าทางหื่นกามใส่เขาอยู่เลย

ลีโอเนลเบ้ปากใส่อีกฝ่าย ก่อนเหลือบมองไปรอบๆ ด้วยสายตาสอดรู้สอดเห็น ทว่าทั่วบริเวณเงียบกริบ มีเพียงเสียงลมหายใจหนักๆ ของเอเลี่ยนตัวเท่าควาย อีกทั้งสายตาสีทองสว่างยังเเสกนร่างกายของเขาไปถึงกระดูก

“เหี้ย…ถ้ากูไม่หนีตอนนี้ มีหวังได้ออกไข่ให้พวกมันแน่ๆ”

เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงกังวล ภายในหัวจินตนาการภาพของตัวเองขึ้นขาหยั่งเเละออกไข่เหมือนสัตว์เดรัจฉาน เเต่เพียงเเค่เขาขยับ พ่อพันธุ์จ่าฝูงก็มีปฏิกิริยาตอบสนองด้วยการพุ่งตัวเข้ามาหาทันที

“….!!”

ชิบหาย!!…

“หยุด! อย่าขยับ! กูแค่จะเปลี่ยนท่านอน!”

เสียงด่าไม่ช่วยอะไรเลย เพราะอีกฝ่ายยังคงเดินเข้ามาเรื่อยๆ จนเขาต้องล้มตัวแกล้งหมดแรงอย่างน่าสมเพช

ทว่าในตอนที่เขากำลังคิดแผนการบางอย่างอยู่นั่นเอง…

ตูมมมมม!!

เสียงระเบิดก็ดังสนั่นมาจากด้านนอก เศษฝุ่นร่วงกราวจนเขาต้องหาที่หลบตามสัญชาตญาณ

“เวรแล้ว! เกิดอะไรขึ้นวะ!?”

เขาเหลือบมองร่างสูงใหญ่ที่ส่งเสียงคำรามต่ำด้วยความกรุ่นโกรธ สายตาสีทองวาววับพร้อมกับเเยกเขี้ยวขู่คำราม เเละยังไม่ทันที่เขาจะตั้งตัว มันก็พุ่งตัวออกไปด้านนอกด้วยความเร็วที่เเทบมองไม่เห็น

เอ่อ…

ปริบๆ

เขากระพริบตาปริบๆ เมื่อถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว มองไปทางไหนก็ล้วนว่างเปล่าจนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ทว่าวินาทีต่อมาเขาก็เผยรอยยิ้มด้วยความดีใจ

“แม่ง…นี่มันโอกาสทองชัดๆ!”

หนี…เขาต้องหนีก่อนที่มันจะกลับมา

เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็กระโจนขึ้นจากรังอย่างไร้ศักดิ์ศรี ปัดเส้นใยที่พันรอบตัวทิ้งอย่างลวกๆ เเล้ววิ่งออกจากถ้ำทั้งที่ลีโอน้อยยังห้อยโทงเทง

ช่างเเม่ง…นอนกลางดินกินกลางทรายก็เคยมาเเล้ว ทำไมเขายังต้องมาห่วงว่าตัวเองจะเปลือยเปล่าด้วยหล่ะ ในเมื่อที่นี่ไม่มีกฏหมายหรือมนุษย์คนไหนมาจ้องจับผิดเสียหน่อย

“โอ๊ยยยยยย!! หนาวฉิบหาย…”

เขายกมือปิดกล่องดวงใจไว้แน่น ขณะวิ่งฝ่าหินแหลมๆ ไปตามทางเดินในถ้ำที่มืดสลัว ลมหายใจร้อนผ่าวเเละหัวใจเต้นเเรงเหมือนทะลุออกจากอก ไม่สนใจเสียงจ่าฝูงที่สะท้อนก้องจากที่ไกลๆ ราวกับเกิดจากต่อสู้อันเเสนหนักหน่วง

เขาต้องหนี…ไม่ว่าปลายทางจะเจออะไรก็ยอมทุกอย่าง ขอแค่ไม่ต้องออกไข่เหมือนตัวการ์ตูนในหนังสัตว์ประหลาดที่เขาเคยดูก็พอ

“เเม่งเอ้ยยยยย!!…” เขาสบถลั่นเมื่อหลุดออกมาจากถ้ำนรกได้เสียที กล้ามขาเเละซิกเเพ็กเเน่นๆ สะท้อนเเสงจันทร์ด้านบนจนกลายเป็นภาพอิโรติก ขณะที่เเผ่นหลังกว้างเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อไหลย้อยไปตามร่องก้นเเม้ว่าอากาศหนาวจนเเทบติดลบก็ตาม

“โอ๊ยยย…เจ็บก็เจ็บ หนาวก็หนาว กูควรได้รางวัลเชิดชูเกียรติจากกองทัพได้เเล้วมั้ง!”

เเววตาที่ใช้มองตรงไปยังด้านหน้าเต็มไปด้วยความหวัง ทว่าเสียงคำรามที่ดังเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ เพระไม่คิดว่าการต่อสู้จะจบเร็วขนาดนี้มาก่อน

ให้ตายเถอะ! หากถูกจับได้ล่ะก็…เขาจะต้องเละเป็นโจ๊กเเน่ๆ

ลีโอเนลไม่รู้ว่าตัวเองวิ่งมาไกลแค่ไหน รู้แค่ว่าตอนนี้ฝ่าเท้าของเขาเต็มไปด้วยเเผลที่เกิดจากการถูกผลึกหินเเหลมคมบาดเอา

อีกทั้งตอนนี้ร่างกายของเขายังเต็มไปด้วยเศษฝุ่นเเละเหงื่อจนเหมือนทหารผ่านศึก กล้ามอกตึงเเน่นเต้นตุบๆ เพราะอาการเหนื่อยหอบอย่างรุนเเรง ขณะที่เบื้องล่างยังถูกปกป้องจากความหนาวเย็นด้วยฝ่ามือหยาบกร้านอย่างดี

“เเกมันโง่ที่สุดเลยเนล เเกหลบกระสุนมานับไม่ถ้วน เเต่ต้องมาทนหนาวตายในสภาพเปลือยเเบบนี้ มันก็ทุเรศไปหน่อยมั้ง!”

เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสิ้นหวังสุดขีด ดวงตาสองข้างสั่นระริกพร้อมกับกล้ามขาเกร็งกระตุกทุกย่างก้าวอย่างน่าเวทนา

ทว่า…ในตอนที่เขาวิ่งเข้าสู่เขตป่าที่เต็มไปด้วยพืชพรรณเเปลกๆ เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากทุกทิศทางราวกับเฝ้ารอการมาของเหยื่อหน้าโง่บางคน

เเต่น่ากลัวที่สุด คือเสียงเหล่านั้นไม่ใช่เสียงของเอเลี่ยนฝูงเดิมที่เขาเพิ่งหนีจากมาเเน่ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป