บทที่ 10 ไร้ประโยชน์
ตอนที่10 ไร้ประโยชน์
เพทาย
หลังจากผมเห็นผู้หญิงคนนั้นเช็ดตัวให้พะแพงเสร็จ ผมก็บอกเธอเสียงแข็งก่อนจะเดินนำออกไปที่ห้องของเธอนั่นเอง และเธอก็ตามมาติดๆ
“มีอะไร...อ๊ะ!” ผมเข้าไปกระชากพร้อมกับบีบแขนของเธออย่างแรงด้วยความโกรธ
“ยังจะถามอีกเหรอว่ามีอะไร เธอคิดว่าชีวิตหลานฉันไม่สำคัญหรือไง เธอถึงไม่บอกฉัน!” ผมถามเธอออกไปอย่างเหลืออดกับคนถือดีตรงหน้า
เมื่อคืนหลังจากที่เธอเดินออกจากห้องผม ผมก็นอนไม่หลับอีก และได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกัน นั่นทำให้ผมเดินออกจากห้องตามเสียงมา ก่อนจะเห็นว่าทั้งผู้หญิงคนนี้และป้าสะอางอยู่ที่ห้องพะแพง จนผมได้รู้ว่าหลานตัวเองไม่สบายไง
“เจ้าขาไม่ได้ไปบอกเหรอคะ” เธอย้อนถามกลับมาคืนอย่างยอกย้อน แต่แล้วยังไง ไปแต่กลับไม่พูดอะไรเรียกว่าบอกเหรอวะ
“ถ้าเธอบอก ฉันคงไม่ต้องรู้ด้วยตัวเองหรอกไหม ว่าหลานฉันไม่สบาย!” ผมเน้นย้ำการกระทำของเธอออกไปอย่างแทบทนไม่ไหว ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงแล้วยังท้องนะ
“แล้วคุณเพฟังเจ้าขาพูดไหมคะ ตั้งแต่เจ้าขาเข้าไปคุณก็เอาแต่ว่าเจ้าขา!” เธอเถียงกลับมาคืนอย่างไม่ยอมและเริ่มเสียงดังกว่าเดิม
และใช่ผมจะไปคิดเหรอว่าอยู่ๆ หลานผมไม่สบายทั้งที่ตอนเย็นยังปกติดี พอผู้หญิงอย่างเธอเข้าห้องผมไปจะให้ผมคิดยังไง
“เธอก็เลยเลือกประชดฉันด้วยการไม่พูดแล้วออกมาเงียบๆ งั้นเหรอ!” ผมกัดฟันถามอย่างใช้ความอดทน จ้องมองเธออย่างเหลืออดไม่น้อย
ตอนนั้นต่อให้ผมจะเข้าใจเธอผิดแต่ชีวิตหลานผมก็สำคัญไหม ถ้าเธอมีความคิดเธอไม่น่าจะเดินออกมาเงียบๆ แบบนั้นแล้วบอกผมสิ กล้าเข้าไปหาผมถึงที่แล้วทำไมไม่หน้าด้านพูดต่อให้จบล่ะ
“เพราะสำคัญไงคะ เจ้าขาเลยเลือกจะไม่อยู่นาน แล้วให้คนอื่นช่วยแทน” เธอยังคงเถียงกลับออกมาอีกอย่างไม่ยอมแพ้ นั่นยิ่งทำให้ผมโมโห
“อย่าลืมว่าเธอไม่มีสิทธิ์ในบ้านหลังนี้ ต่อให้เมื่อคืนฉันจะเข้าใจผิดยังไง แต่เรื่องสำคัญขนาดนี้เธอก็ต้องบอกฉัน!...”
“ไม่ใช่มาทำงอนแล้วเดินออกมาแบบนั้น เพราะมันไร้ประโยชน์!” ผมพูดย้ำเตือนเธอออกมาพร้อมกับปล่อยแขนเธอออกแรงๆ อย่างไม่อยากแตะต้องหรือยู่ใกล้เลยสักนิด
“เจ้าขาผิดมากเหรอคะที่ตั้งใจไปบอกคุณแล้ว แต่คุณไม่ยอมฟังอะไรเจ้าขาเอง” เธอถามออกมาเสียงนิ่งเรียบจ้องมองผมเหมือนกำลังรอคำตอบเหมือนคนโง่ไม่รู้อะไร
“ผิดสิ ผิดที่เธอสำคัญตัวเองผิดงอนฉัน แล้วเดินออกมาเพื่อประชดฉันแบบนั้นไง” และผมก็ไม่ติดปัญหาที่จะตอบออกมาให้เธอรับรู้ ว่าการที่เธอทำแบบนั้นมันก็เหมือนเป็นการประชดประชันใส่ เหมือนเป็นการเรียกร้องความสนใจจากผมดีๆ นี่เอง
ซึ่งเธอไม่ได้มีค่าหรือความสำคัญอะไรพอจะมีสิทธิ์ทำแบบนั้นและเกิดประโยชน์อะไรเลยสักนิด
“แล้วเจ้าขาไม่มีสิทธิ์โกรธคุณเหรอคะ ทั้งที่มันเป็นเรื่องสำคัญ แต่คุณกลับไม่ยอมฟังอะไรเจ้าขาเลย คุณคิดว่าอยู่ๆ เจ้าขาจะเข้าห้องคุณไปโดยไม่มีเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอคะ” เธอยังคงย้อนถามออกมาด้วยสีหน้าแววตาที่เหมือนมีอารมณ์กว่าเดิม
“ฉันจะไปรู้เธอเหรอ ขนาดวิธีสกปรกๆ เธอยังทำมาแล้วเลย” ผมย้อนกลับไปอย่างไม่สามารถมองเธอในแง่ดีได้เลยจริงๆ อีกอย่างเรื่องแค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้
“เจ้าขาทำอะไรผิดนักเหรอคะ” เธอถามออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เรียบนิ่งเหมือนเดิม ดูเหมือนผู้บริสุทธิ์ใสซื่อจนน่าเชื่อ
จะมีก็แต่แววตาและน้ำเสียงเท่านั้นที่มันสั่นและเศร้า แต่ผมไม่สงสารคนอย่างเธอหรอก
“ผิดเพราะมันคือเธอไง!” ผมว่ากลับเสียงแข็งทันทีตอกย้ำความจริงในความคิดออกมาอย่างไม่ชอบหน้าเลยสักนิด และนั่นทำให้ผู้หญิงคนนี้มองหน้าผมนิ่งๆ
“เกลียดเจ้าขามากเหรอคะ” เธอถามออกมานิ่งเหมือนเดิมแต่น้ำตากลับเอ่อล้นที่ดวงตา แต่คำถามของเธอกลับเหมือนไม่รู้ตัวเลยสักนิดทั้งที่ผมก็ชัดเจนมาตลอด
“เธอยังจะต้องถามอีกเหรอ เจ้าขา” ผมย้อนกลับไปในสิ่งที่ใครก็น่าจะมองออกกันทั้งนั้น แล้วอย่าเรียกว่าเกลียดเลย เพราะสำหรับผมแล้วขยะยังมีค่ากว่าเธอด้วยซ้ำ
“บอกเจ้าขาหน่อยได้ไหมคะ ว่าเจ้าขาทำอะไรให้คุณเกลียด” แต่เธอกลับย้อนถามออกมาเหมือนคนไม่รู้อะไร ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอ จะเสแสร้งไปถึงไหนวะ
“เธอรู้ดี อย่ามาเล่นละครใส่ฉัน!” ผมตอกย้ำออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างเริ่มจะทนไม่ไหว มันจะยิ่งทำให้ผมเกลียดเธอมากกว่าเดิม
“เจ้าขาไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้าขาไปทำอะไรให้คุณ” แต่เธอกลับยังเลือกจะพูดออกมาเหมือนไม่รู้ตัวจริงๆ ว่าตัวเองทำอะไรให้ผมเกลียดได้ขนาดนี้
“หึ! มีใครน่าสมเพชกว่าเธออีกไหมเจ้าขา เธอวางยาใส่ฉันจนฉันมีอะไรกับเธอ แล้วเธอก็ปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อจับฉัน...”
“ทีนี้เธอรู้ได้หรือยัง! ว่าเธอทำอะไรให้ฉันเกลียด!” ในเมื่อเธออยากให้ย้ำความเลวทรามหน้าด้านของตัวเองหนัก ผมก็จะย้ำให้ฟังอย่างสมเพชและเกลียดชัง
“วางยา? วางยาอะไรคะ เจ้าขาไม่รู้เรื่อง” แต่หลังจากเธอได้ยินคำพูดของสีหน้าเธอก็ดูตกใจ ก่อนจะย้อนถามออกมาอย่างกับคนไม่รู้และไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง
“เลิกทำไขสือได้แล้ว! เสแสร้งไปตอนนี้ก็ไม่ได้ทำให้เธอมีค่ามากขึ้นหรอก” ผมเห็นแบบนั้นก็ยิ่งเกลียดเธอมากกว่าเดิม เพราะมันทำให้ผมรู้แล้วว่าเธอมันน้ำนิ่งไหลลึกมากแค่ไหน เก่งเรื่องทำหน้าซื่อตาใสหลอกลวงคนอื่นได้อย่างดีเลย
“เจ้าขาไม่รู้เรื่องจริงๆ ว่าคุณเพทายพูดเรื่องอะไร วางยาอะไร” แต่เธอกลับย้อนออกมาอย่างกับคนไม่ได้ทำและไม่รู้ไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง
“ฉันบอกว่าเลิกเสแสร้งได้แล้วไง!” ผมตะคอกออกไปอย่างเหลืออดจนทนแทบไม่ไหว เพราะยิ่งเธอพูดมันจะยิ่งทำให้ผมรำคาญ เกลียด และขยะแขยงเธอมากไปกว่าเดิมไง
“ไม่ว่าเจ้าขาจะพูดยังไง คุณเพก็ไม่เชื่อสินะคะ...”
“ถ้าเจ้าขาออกจากชีวิตคุณ คุณจะเชื่อสิ่งที่เจ้าขาพูดและเลิกเกลียดเจ้าขาไหมคะ” แล้วเธอก็ย้อนถามออกมาเหมือนกำลังอยากพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอไม่รู้เรื่องอะไรจริงๆ ถามในสิ่งที่ไม่น่าจะกล้าถามออกมา เพราะชาตินี้ผมไม่รู้ว่าจะมีวันที่เลิกเกลียดผู้หญิงคนนี้ได้หรือเปล่า
“ถ้าเธอออกไปจากชีวิตฉันได้ ฉันอาจจะเลิกเกลียดเธอก็ได้ แต่ถ้าเธอจะไปก็รอให้คลอดลูกก่อน แล้วถ้าฉันตรวจดีเอ็นเอได้ว่าเป็นลูกฉัน ฉันจะเลี้ยงเขาเอง...”
“แต่ถ้าไม่ใช่ลูกฉันละก็ เธอเตรียมตัวรับผลกรรมของเธอได้เลย!”
