บทที่ 11 ต้องเข้าใจผิด
ตอนที่11 ต้องเข้าใจผิด
ต้องเข้าใจผิด
“ถ้าเธอออกไปจากชีวิตฉันได้ ฉันอาจจะเลิกเกลียดเธอก็ได้ แต่ถ้าเธอจะไปก็รอให้คลอดลูกก่อน แล้วถ้าฉันตรวจดีเอ็นเอได้ว่าเป็นลูกฉัน ฉันจะเลี้ยงเขาเอง...”
“แต่ถ้าไม่ใช่ลูกฉันละก็ เธอเตรียมตัวรับผลกรรมของเธอได้เลย!” ผมไม่คิดจะรั้งหรือห้าม แต่อยากทำในสิ่งที่จะชัดเจนเพื่อไม่ให้มีอะไรติดค้างหรือผิดพลาดในอนาคตได้ เน้นย้ำออกมาให้รู้ว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ผมกำลังเฝ้ารออะไร
และทันทีที่ผมพูดจบก็ได้เห็นน้ำตาของเธอไหลอาบหน้าออกมา แต่ผมไม่ได้รู้สึกสงสารเลยสักนิดกลับมองเป็นความเสแสร้างแกล้งทำเสียมากกว่า ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้องของเธอไปทันทีก่อนจะหงุดหงิดไปมากกว่านี้
ถึงแม้ว่าผมจะยอมให้เธอเข้ามาอยู่ในบ้านนี้แล้ว แต่แล้วยังไงล่ะ งานแต่งก็ไม่มี ทะเบียนสมรสผมก็ไม่คิดจะจดให้ทั้งที่แม่เคยขอและพูดเรื่องนี้กับผมหลายครั้ง แต่นั่นเพราะว่าผมจะรอตรวจให้แน่ชัดก่อนไง ว่าเด็กในท้องของเธอเป็นลูกของผมจริงๆ ไม่ใช่แค่เอามาอ้างเพื่อหวังจับกัน
เจ้าขา
“ฮึก!” ทันทีที่คุณเพทายเดินออกไปฉันถึงกับหมดแรงทรุดนั่งลงกับพื้นหลังจากเขาเดินออกไปจากห้อง คำพูดของเขามันชัดเจนเต็มสองหูของฉันเลยว่าเขาเกลียดฉันแค่ไหน แม้แต่ฉันบอกจะไปเขากลับไล่ฉันซ้ำอีกอย่างไม่คิดรั้งกันสักนิด แล้วถ้าเขารู้ว่าลูกเป็นลูกของเขาจริงๆ เขาคงจะเอาแค่ลูก และไล่ฉันไปให้พ้นเขาสินะ
แต่เรื่องหนึ่งที่ฉันไม่รู้และไม่เข้าใจเลยจริงๆ นั่นก็คือเรื่องที่เขาบอกว่าฉันวางยาเขา ฉันไม่เข้าใจว่าฉันวางยาอะไรเขา แล้ววางตอนไหน แล้วยาที่ว่ามันคือยาอะไร ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ
ย้อนไปวันนั้น...
ฉันอยู่งานเลี้ยงวันเกิดคุณแม่ของคุณเพทายที่บ้านของท่านนั่นเอง ซึ่งก็มีแขกเหรื่อผู้หลักผู้ใหญ่มากันมากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือครอบครัวฉัน ซึ่งวันนั้นคุณเพทายก็อยู่ที่นั่นด้วย และหลังจากคุณแม่เป่าเค้กเสร็จแล้ว หลังจากนั้นพวกผู้ใหญ่ก็เริ่มพูดคุยกันจนเกือบจะเลิกงาน
“เจ้าขา เอาน้ำนี้ไปให้คุณเพทายหน่อยสิ” พี่จันทร์เจ้าเดินมาหาฉันพร้อมกับยื่นแก้วค็อกเทลให้ฉัน
“ทำไมพี่เจ้าไม่เอาไปให้เองคะ” ฉันรู้ว่าพี่จันทร์เจ้าชอบคุณเพทายมาก ซึ่งก็คงอยากทำความรู้จักนั่นแหละ แต่ด้วยความนิ่งของคุณเพทายวันนั้นเลยไม่ค่อยมีใครกล้าที่จะเข้าหา
“พี่เขินน่ะ เธอเอาเข้าไปให้พี่หน่อยไม่ได้หรือไง” พี่จันทร์เจ้าพูดขึ้นด้วยท่าทางเขินอายจริงๆ ซึ่งมันก็ทำให้ฉันพอจะเข้าใจ
“ก็ได้ค่ะ” ฉันรับแก้วนั้นมาอย่างไม่เรื่องมาก
ก่อนจะเดินเข้าไปหาคุณเพทายที่นั่งอยู่คนเดียวด้วยอาการที่เหมือนจะกำลังเบื่อ
“เอ่อ ขอโทษนะคะ” ฉันพูดด้วยความกลัว ฉันเองก็ไม่ได้กล้าเท่าไหร่หรอก แต่ว่าพี่ฉันใช้นี่หน่า
“ว่าไงครับ” แล้วสิ่งที่ได้รับกลับมา ทำให้ฉันเบาใจขึ้นเพราะเขาตอบกลับ ถึงไม่ได้ดูต้อนรับเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้แข็งกระด้างหรือไม่พอใจ
“คือว่า นะ...น้ำค่ะ” ฉันพูดด้วยความติดขัดอย่างทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน ฉันเองก็เป็นแฟนคลับของเขาเหมือนกัน และพอได้มาเจอตัวเป็นๆ ใกล้ๆ แบบนี้ มันทำให้ฉันตื่นเต้นจนพูดแทบไม่ออกแล้ว
“อ้อ ขอบคุณครับ” แล้วคุณเพทายก็รับแก้วนั้นไปอย่างไม่เรื่องมากถือตัว ฉันส่งยิ้มให้เขาก่อนจะหมุนตัวเพื่อจะเดินออกมาหาพี่จันทร์เจ้าเหมือนเดิม
“เป็นไง คุณเพทายว่ายังไงบ้าง” พี่จันทร์เจ้าถามด้วยความตื่นเต้นอย่างเฝ้ารอหลังจากฉันทำทุกอย่างเรียบร้อย
“ก็ไม่ว่าไงนี่คะ” เขาก็แค่บอกขอบคุณเท่านั้น ไม่ได้ว่าอะไรมากกว่านั้น
“แล้วเธอไม่ได้บอกเหรอ ว่าพี่ฝากไปให้?” พี่จันทร์เจ้าได้ยินแบบนั้นก็ถามอย่างไม่พอใจเท่าไหร่
“มะ...ไม่ค่ะ” ฉันตอบกลับไปอย่างที่ตัวเองลืมและไม่รู้นี่หน่าว่าต้องทำ ก็คนมันตื่นเต้นนี่ อีกอย่างพี่จันทร์เจ้าก็ไม่ยอมเน้นย้ำแนก่อน
“ใช้ไม่ได้เลย!” พี่จันทร์เจ้าได้ยินแบบนั้นก็ว่าออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ แต่ก็มองไปยังคุณเพทายไม่วางตาอยู่ตลอดเวลา
จนเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ๆ ได้ ในที่สุดคุณเพทายก็ยกแก้วที่ฉันเอาไปให้เมื่อกี้ขึ้นดื่มไปครึ่งแก้ว และตอนนี้พี่จันทร์เจ้าดูจะมีความสุขมากที่เห็นคุณเพทายดื่มน้ำที่ตัวเองตั้งใจให้
Rrrrrr แล้วเสียงโทรศัพท์พี่จันทร์เจ้าก็ดังขึ้น พอหยิบขึ้นมาฉันก็เห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของพี่จันทร์เจ้าเท่าไหร่
“เธอดูคุณเพทายไว้ก่อนนะ” พี่จันทร์เจ้าหันมาสั่งฉันออกมาก่อนจะเดินออกไปรับโทรศัพท์ ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมฉันต้องดูคุณเพทายด้วย แต่ฉันก็ดันยืนมองเขาอยู่ที่เดิมอย่างนั้น จนเขาหันมามองฉัน
แต่ถ้าฉันมองไม่ผิดฉันรู้สึกว่าสายตาของเขาจะแปลกไป แล้วเขาก็พยักหน้าเรียกฉัน ฉันเองก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็เดินเข้าไปหาเขาเพื่อหาคำตอบ
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันถามออกไปด้วยความสงสัย และดูอาการของเขาตอนนี้เหมือนจะไม่ค่อยดีเอาเลย
“ช่วยพยุงฉันไปข้างบนหน่อยได้ไหม ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย” เขาพูดขึ้นอย่างขอความช่วยเหลือจากฉันอย่างน่าแปลก
“เอ่อ จะดีเหรอคะ” ฉันถามขึ้นอย่างกังวลและไม่สบายใจเท่าไหร่
“เร็ว! ฉันปวดหัวจะแตกอยู่แล้ว” เขาเร่งรัดออกมาด้วยเสียงแข็งกว่าเดิมเหมือนจะทนไม่ไหว นั่นทำให้ฉันร้อนรนตกใจรีบทำตามสั่งของเขาทันที
“ค่ะๆ” ฉันพูดพร้อมกับเข้าไปประคองเขา แล้วพาเขาขึ้นยังชั้นบนตามทางที่เขาบอก ก่อนเรื่องทุกอย่างจะจบลงอย่างที่ทุกคนจำได้
หรือว่าจะเป็นพี่จันทร์เจ้า แล้วพี่จันทร์เจ้าจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร แล้วยาที่ว่านั่นคือยาอะไร อย่าบอกนะว่าเป็น...
“ไม่มีทาง ต้องไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดแน่ ต้องมีอะไรเข้าใจผิดกัน”
