บทที่ 3 โชคเข้าข้าง
ตอนที่3 โชคเข้าข้าง
เจ้าขา
ฉันรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ด้วยสภาพที่หนักอึ้งจนไม่อยากขยับ และฉันก็คิดว่านี่น่าจะสายมากแล้วด้วย ไม่รู้ว่าป่านนี้ทุกคนจะสงสัยกับการหายไปของฉันหรือรู้หรือยังว่าฉันไม่ได้กลับไปนอนที่บ้านตัวเอง
“อ๊ะ!” ฉันร้องขึ้นด้วยความรู้สึกเจ็บไม่น้อยจนทนทแบไม่ไหว เพราะแค่ขยับตัวก็เจ็บไปหมดเหมือนกับผ่านสงครามหนักหน่วงมา แล้วแบบนี้ฉันจะกลับบ้านยังไงไม่ให้คนอื่นเห็นและสงสัยกันนะ แล้วฉันจะเดินกลับบ้านได้ใช่ไหม
ฉันฝืนตัวเองลงจากเตียงด้วยสภาพที่ย่ำแย่และหนักอึ้งไปทั้งตัว รู้สึกเหมือนกับว่าฉันแบกโลกไว้ทั้งใบจนขยับแทบไม่ไหว มันทั้งมึน ปวดหัว ปวดตัวไปหมด เมื่อคืนเขารุนแรงกับฉันมาก มากจนฉันทนความเจ็บปวดไม่ไหวสลบไปก่อนนั่นเอง
ฉันหยิบเสื้อผ้าของฉันที่ดูสภาพต่างจากเดิมเพราะถูกดึงทึ้ง ถึงแม้ไม่ถึงกับขาดแต่มันก็ย้วยไปหมดเพราะแรงกระชากนั่นเอง แต่ฉันก็ต้องใส่มันเพื่อจะออกไปจากที่นี่ให้ได้ เพราะที่นี่เป็นบ้านเขา ถ้าเกิดมีใครมาเห็นเข้า ฉันว่าเรื่องใหญ่แน่นอน
“ซี๊ด!” แต่ละก้าวที่ยกขึ้นเยื่องย่างมันทำให้ฉันเจ็บปวดแล้วก็ระบมไปหมดโดยเฉพาะส่วนนั้น แต่ฉันก็ต้องฝืนทำมันให้ได้เพื่อรีบพาตัวเองกลับไปในที่ที่ปลอดภัยที่สุด
ฉันค่อยๆ ย่องออกจากห้องด้วยความเงียบเชียบไม่ให้มีเสียงดังให้ใครได้ยินเข้า และเมื่อไม่เห็นว่ามีใครฉันก็รีบเดินต่อมาจนถึงบันไดด้วยปลายเท้าอย่างยากลำบาก พอแอบมองลงไปข้างล่างก็มีแต่ความเงียบนั่นเลยทำให้ฉันต้องรีบฝืนตัวเองรีบเดินลงบันไดมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้และไม่มีเสียงฝีเท้าเลยแม้แต่น้อย
และก็ถือว่าโชคเข้าข้างฉันที่ไม่มีใครอยู่นั่นเอง ฉันรีบออกจากบ้านของผู้ชายคนนั้นมาได้อย่างไม่รอช้าก่อนจะเดินต่อไปด้วยความเจ็บปวดจนมาถึงบ้านตัวเอง
ฉันรีบเดินเข้าบ้านให้เร็วที่สุด และดีที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน พี่จันทร์เจ้าตั้งแต่เมื่อคืนที่คุยกับฉันเสร็จก็หายออกไปเลยจนตอนนี้น่าจะยังไม่กลับบ้าน ส่วนแม่ก็น่าจะออกไปข้างนอกหาเพื่อนของท่านเหมือนที่ชอบทำ ฉันเลยได้โอกาสขึ้นห้องตัวเองไปอย่างปลอดภัย และไม่ลืมล๊อกห้องไว้
“เฮ้อ!” ฉันได้แต่ถอนหายใจหลังผ่านพ้นความน่าตื่นกลัวพวกนั้นมาได้อย่างรอดพ้นสายตาทุกคน เล่นเอาตอนนี้ไม่ไหวแล้วสักนิด ขอนอนหน่อยแล้วกัน ทั้งเหนื่อยและปวดไปหมดทั้งหัวทั้งตัว รู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ แค่ฝืนตัวเองออกจากบ้านหลังนั้นก็แทบจะยกขาไม่ไหวแล้ว ตอนนี้ก็คงต้องนอนแล้วแหละ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ฉันรู้สึกตัวสะดุ้งตื่นขึ้นมาและสัมผัสได้ถึงความมืด นี่อย่าบอกนะว่าค่ำแล้ว ฉันนอนไปนานขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ทำไมถึงยังรู้สึกว่ายังง่วงอยู่เลยนะ
“ค่ะ” ฉันขานรับคนข้างออกไปให้รับรู้ว่ายังอยู่ แต่ทำไมเสียงถึงแหบแบบนี้ล่ะ
“เจ้าขา เป็นอะไรหรือเปล่าลูก แม่ไม่เห็นลงมาตั้งแต่เช้าแล้ว” เสียงแม่ถามดังขึ้นอย่างแปลกใจและห่วงใยกับการเก็บตัวอยู่ในห้องของฉันตลอดทั้งวัน
“เปล่าค่ะ เจ้าขาปวดหัวนิดหน่อยเลยอยากพักค่ะ” ฉันพยายามตะโกนตอบแม่กลับไปด้วยเสียงที่แหบแห้งและเจ็บคอ ให้เหตุผลที่ฟังขึ้นเพื่อไม่ให้แม่สงสัยไปมากกว่านี้
“ให้แม่เข้าไปดูหน่อยนะ เสียงลูกไม่ดีเลย” แม่ได้ยินแบบนั้นกลับยิ่งห่วงกว่าเดิมพูดอย่างร้อนรน แต่ฉันนี่สิคงจะร้อนรนกว่าแม่แล้ว
“อย่าค่ะแม่! เดี๋ยวจะติดหวัดเอา เจ้าขากินยาไปแล้ว ขอนอนพักสักวันสองวันนะคะ” ฉันรีบร้องบอกแม่ออกไปอย่างไม่ต้องการให้แม่เห็นสภาพฉันตอนนี้ แต่ฉันก็ไม่ได้โกหกหรอกนะ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าตัวเองโดนไข้กินจริงๆ แต่ที่ฉันไม่อยากให้แม่เข้ามาเพราะฉันกลัวว่าแม่จะเห็นร่างกายของฉันแล้วจับได้น่ะสิ
“เอาอย่างนั้นเหรอลูก” แม่ได้ยินแบบนั้นก็ถามเพื่อความแน่ใจ ยังดีที่แม่ให้พื้นที่ส่วนตัวกับลูกไม่เคยคิดเข้าออกตามใจชอบ
“ค่ะแม่ เจ้าขาไม่อยากเปิดไฟด้วย แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ” ฉันตอบรับแม่ออกไปอย่างไม่ได้มีอะไรหนักหนาให้เป็นห่วงนัก
“ก็ได้จ้ะ แต่ถ้ามีอะไรรีบเรียกแม่นะลูก แม่เป็นห่วง” แม่ได้ยินคำยืนยันก็ตอบรับออกไปอย่างไม่เรื่องมาก ไม่ลืมย้ำเตือนไว้ด้วยความเป็นห่วง
“ค่ะแม่” ฉันเองก็ตอบรับกลับไปให้แม่คลายกังวลไม่ต่างกัน
“จ้ะ งั้นนอนพักเถอะ” แล้วเสียงแม่ก็เงียบไป นั่นทำให้ฉันเบาใจไปได้ทันที อย่างน้อยสองวันก็น่าจะหายไข้ ส่วนร่องรอยก็คงจะจางลง ใช้รองพื้นปกปิดเอาก็คงได้ แต่ที่ฉันไม่กล้าออกจากห้องตอนนี้ไม่ใช่เพราะไข้และร่องรอยที่สามารถปกปิดได้หรอก แต่เพราะท่าเดินของฉันต่างหาก
จะอะไรล่ะ ก็เวลาฉันเดินมันน่าเกลียดมาก ยิ่งถ้าคนที่เคยมีประสบการณ์มาก่อนฉันคิดว่าเขาต้องมองออกแน่เลยว่าท่าทางของฉันมันผ่านอะไรมา ฉันกลัวว่าแม่จะจับได้ไง ฉันเลยต้องรอให้มันดีขึ้นกว่านี้ก่อนถึงจะกล้าออกไปจากห้อง
แต่อีกเรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือจนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าผู้ชายคนนั้นเขาทำกับฉันแบบนี้ทำไม ฉันไม่รู้ว่าฉันไปทำอะไรให้เขาโกรธแค้นนัก เพราะสายตาที่เขามองฉันเมื่อคืนมันมีแต่ความเกลียดชัง
แต่ช่างเถอะ ถึงแม้จะเสียใจแต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วฉันก็คงจะเรียกร้องอะไรไม่ได้ และที่สำคัญ ฉันกับเขาคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
