บทที่ 5 รับผิดชอบ
ตอนที่5 รับผิดชอบ
หลังจากเมื่อคืนที่ฉันบอกความจริงกับแม่ออกไปว่าใครคือพ่อของเด็กในท้องของฉัน แม่ก็สั่งให้ฉันเตรียมตัวเพื่อจะเดินทางมากรุงเทพทันที ตอนแรกฉันก็บอกแม่แล้วว่าฉันไม่อยากมาและไม่อยากให้เรื่องบานปลายใหญ่โต แต่แม่กลับไม่ยอมและตัดสินใจทุกอย่างเรียบร้อนแล้ว นั่นก็ทำให้ฉันต้องเป็นฝ่ายยอมอย่างคนมีชนัก
ส่วนพี่จันทร์เจ้าที่มาด้วยกันเหรอ ตอนนี้เขายังไม่พูดกับฉันเลยสักนิด ฉันก็พอรู้ว่าที่ผ่านมาพี่จันทร์เจ้าชอบคุณเพทายมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ยิ่งพอคุณเพทายดังพี่จันทร์เจ้าก็เป็นแฟนคลับเขามาตั้งแต่แรก พี่จันทร์เจ้าก็เคยพูดว่าถ้ามีโอกาสพี่จันทร์เจ้าจะเป็นแฟนกับคุณเพทายให้ได้
และคนที่ตกใจเสียงดังตอนที่ฉันบอกแม่ว่าฉันท้องกับใคร ก็คือพี่จันทร์เจ้านี่แหละ แล้วตั้งแต่นั้นเธอก็ไม่พูดอะไรกับฉันเลยสักคำ
“มีอะไรกันหรือเปล่าคะ ถึงได้พากันมาถึงที่นี่เลย” แม่คุณเพทายถามออกมาหลังจากท่านเดินเข้ามาในห้องรับแขก ซึ่งเมื่อวานแม่ฉันได้โทรหาท่านไว้ก่อนแล้วว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยแล้วจะเข้ามาหาในวันนี้ แต่ไม่ได้บอกว่าเรื่องอะไร
“แล้วนี่ลูกชายคนเล็กคุณหญิงไม่อยู่เหรอคะ” แม่ฉันยังไม่ได้ตอบแต่ถามออกไปถึงใครอีกคนแทนอย่างต้องการเจอเจ้าตัว
“ไม่อยู่ค่ะ ช่วงนี้ตาเพยุ่งๆ เพราะทัวร์คอนเสิร์ต” แม่คุณเพทายตอบกลับมาอย่างเป็นกันเองตามประสาคนเคยรู้จักแม้จะมีสีหน้าแปลกใจนิดหน่อยก็ตาม
“งั้นไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันคุยกับคุณหญิงคนเดียวก็ได้” แม่ฉันได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรพูดออกไปด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่จริงจัง
“.....” ส่วนฉันได้แต่นั่งก้มหน้าเงียบไม่กล้าสบตากับใครสักคนแม้แต่คนเดียว
“มีอะไรพูดมาเลยค่ะ” แม่คุณเพทายก็พูดขึ้นอย่างสงสัยไม่น้อยกับการมาเยือนของพวกเราครั้งนี้พร้อมกับเรื่องที่จะคุยอย่างไม่น่าจะมีอะไรต้องคุยกันด้วยซ้ำ
“คือ ลูกสาวคนเล็กของดิฉันท้องค่ะ” แล้วแม่ของฉันก็พูดมันออกไปแล้ว พูดออกไปอย่างตรงไปตรงมา นั่นยิ่งทำให้ฉันนั่งเกร็งกว่าเดิมได้แต่บีบมือตัวเองอย่างทำอะไรไม่ถูก
“ท้อง? เอ่อ แล้ว...” แม่คุณเพทายได้ยินแบบนั้นก็คงจะสงสัยนั่นแหละว่าแล้วมาบอกเขาทำไม นั่นทำให้แม่ฉันพูดออกไปอีกครั้ง
“ลูกสาวดิฉัน ท้องกับลูกชายคุณหญิงค่ะ” ครั้งนี้แม่ฉันบอกออกไปอย่างไม่อ้อมค้อมอีกครั้งให้รู้ถึงเหตุผลการมาที่นี่และถามหาใครอีกคน
“อะไรนะ!?” แล้วเสียงของแม่คุณเพทายก็ดังขึ้นด้วยความตกใจออกมาเหมือนตั้งรับไม่ทัน
“ค่ะ ฉันเองก็พึ่งรู้เรื่องนี้เมื่อคืนเหมือนกัน ตอนนี้ท้องได้สี่เดือนแล้ว ก็คงจะเป็นตอนที่คุณหญิงกลับไปต่างจังหวัดตอนนั้นนั่นแหละค่ะ” แม่ฉันพูดอธิบายออกไปกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างไม่ยินดียินร้ายกับเรื่องนี้ เหมือนจัดการความรู้สึกและอารมณ์ตัวเองยังไม่ถูกเท่าไหร่
“เอ่อ เรื่องมันเป็นยังไงกันเหรอ” แม่คุณเพทายได้ฟังแบบนั้นก็เหมือนจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยหันมาถามฉันเหมือนอยากรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น
จริงๆ ครอบครัวเราสองคนไม่ได้สนิทอะไรกันมากมาย เพียงแต่เป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกันตอนสมัยที่ป้าเขม(แม่เพทาย)อยู่ที่ต่างจังหวัดเท่านั้น แต่หลังจากท่านย้ายที่อยู่มาความใกล้ชิดสนิทสนมก็ค่อยๆ ลดน้อยลงตามช่วงเวลา
“คือ...” ฉันได้แต่อ้ำอึ้งอย่างไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรและก็ยังคงไม่กล้าเล่าอะไรออกไปตรงๆ เหมือนกัน
“อย่าว่าแต่คุณหญิงถามเลยค่ะ แม้แต่ฉันถามแล้วก็ไม่ได้อะไร” แม่ฉันเห็นแบบนั้นก็พูดขึ้นอย่างเหนื่อยใจไม่นอ้ยกับสิ่งที่ฉันยังไม่ได้เล่ารายละเอียดอะไรออกไปแม้แต่นิดเดียว
“.....” ฉันได้แต่ก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบตาใครเหมือนเป็นคนผิดกับเรื่องราวนี้
“เฮ้อ! งั้นรอสักสองวันได้ไหมคะ ให้ฉันได้คุยกับตาเพก่อน แต่ไม่ต้องห่วงนะคะถ้าได้ความยังไงทางเราก็พร้อมรับผิดชอบ” แม่คุณเพทายได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาเหมือนหนักใจเหมือนกัน ก่อนจะขอเวลาออกมาแต่ก็ไม่ได้คิดปัดความรับผิดชอบอะไรด้วยเช่นกัน
“ค่ะฉันเข้าใจ” แม่ฉันเองก็ตอบกลับอย่างไม่เรื่องมากเพราะรู้ว่าทุกอย่างมันกะทันหันเกินไป และในเมื่อพวกท่านไม่ได้คำตอบจากฉัน ก็คงต้องไปเอาคำตอบจากเขาคนนั้นแทน
“แล้วนี่พักกันที่ไหนคะ” แม่คุณเพทายถามขึ้นอย่างใส่ใจ
“พวกเราจองโรมแรมไว้แล้วค่ะ” แม่ฉันกลับไปตามที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยตั้งแต่วางแผนจะเดินทางมานั่นแหละ
“อ๋อค่ะ” แม่คุณเพทายได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
“งั้นยังไงวันนี้ฉันกับลูกขอตัวก่อนนะคะ ยังไงถ้าคุณหญิงพูดกับลูกชายแล้วเราค่อยคุยกันอีกที” แม่ฉันพูดขึ้นอีกครั้งเพราะได้พูดคุยทุกอย่างที่จำเป็นเรียบร้อยแล้ว จะต้องรอก็เจ้าตัวอีกคนนั่นแหละถึงจะคุยกันต่อได้
“ค่ะ” แล้วแม่ก็พาฉันกับพี่จันทร์เจ้ากลับไปโรงแรมที่ไม่ห่างจากบ้านของคุณเททายมากนัก
เพทาย
“เรื่องมันเป็นยังไง เล่าให้แม่ฟังหน่อยสิ” แม่ผมถามขึ้นหลังจากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผมฟังอ่ย่างที่ผมไม่ได้คิดตั้งตัวเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นแบบนี้
“ก็ไม่ยังไงครับ” ผมตอบกลับปัดๆ อย่างไม่สบอารมณ์อยู่ลึกๆ กับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดและชะล่าใจ
แต่จะให้ผมเล่าออกไปเหรอ ยังไงผมก็เป็นผู้ชายนะ ผมก็ไม่อยากพูดอะไรที่มันมากเกินไปตรงเกินไป เพราะสุดท้ายมันจะทำให้ผมนี่แหละที่ดูไม่แมนเสียเองทั้งที่ไม่ได้ผิดอะไรสักนิด
“ตาเพ นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะ ตอนนี้เรารู้ไหมว่าเจ้าขาท้องตั้งสี่เดือนแล้ว” แม่เห็นผมตอบกลับอย่างไม่ได้สาระอะไรก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าเดิมอย่างขัดใจหลังจากไม่ได้คำตอบจากผม
“แล้วผู้หญิงคนนั้นบอกแม่ว่ายังไงครับ” ผมก็ยังไม่ได้ตอบแต่ย้อนถามแม่กลับไปแทนด้วยความอยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะกล้าบอกเล่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปให้คนอื่นรับรู้ไหม
“ก็ไม่ได้บอกอะไรเลยน่ะสิ แม่ถึงต้องรอฟังจากเราก่อน” แม่พูดขึ้นอย่างเหนื่อยใจกับเรื่องที่ยังไม่รู้เรื่องราวอะไรสักอย่าง
แต่ก็คงไม่แปลกหรอก เธอคงไม่กล้าเที่ยวบอกใครต่อใครหรอกว่าตัวเองวางยาผู้ชายเพื่อหวังจับเขา
“แล้วถ้าผมบอกไป แม่จะเชื่อไหมครับ” ผมย้อนถามแม่ก่อนที่จะพูดอะไรออกไป ยังไงภาผลักษณ์ของผู้หญิงคนนั้นก็คือแสนดีสำหรับคนอื่นๆ นี่ หากพูดอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าแม้แต่แม่เดี๋ยวจะหาว่าผมใส่ร้ายหรือเข้าใจผิดเธออีก
“ก็ลองบอกมาก่อนสิ แม่ถึงจะได้ตอบได้” แม่พูดพร้อมกับมองหน้าผมอย่างตัดสินอะไรยังไม่ได้เพราะไม่รู้อะไรแม้แต่น้อย
“ผมมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นจริง แต่ที่ผมทำแบบนั้น เพราะว่าเธอวางยาผม”
